วันที่ 10 ส.ค.61 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าวกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็น ตร.บุกค้นร้านอาหาร อ้างลักลอบใช้แรงงานผิดกฎหมาย จ.ชลบุรีได้รับรายงานจาก ภ.จว.ชลบุรี ว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.61 เวลา 22.00 น. สภ.เมืองพัทยาได้รับแจ้งความร้องทุกข์ว่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารอิราเนียน ถ.พัทยาสาย2 เลขที่ 194/7-8 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก พนักงานภายในร้านว่า  เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 61 เวลา 14.30 น.ได้มีกลุ่มชายไทยไม่ทราบชื่อ ประมาณ 10 คน ได้เข้ามาที่ร้านและแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจสอบบุคคล และตรวจค้นภายในร้าน พนักงานภายในร้านจึงได้พาตรวจค้นตั้งแต่ชั้น1-4 ของอาคาร ไม่พบบุคคลผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย  จากนั้น ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มชายดังกล่าวที่บุกรุกเข้าไปในร้านจนคดีจะถึงที่สุด

จากการตรวจสอบ ได้รับรายงานว่ากลุ่มบุคคลที่ปรากฏในคลิปวีดีโอดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ราชอาณาจักรไทย โดยผิดกฎหมาย รวมถึงบุคคลต่างด้าวที่ทำงานโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งจะมีการตรวจตามวงรอบประจำสัปดาห์ โดยก่อนหน้านั้น ส.ทท.4ฯ ได้ตรวจสอบ บริเวณ ควีน อพาร์ทเมนท์ ถ.ทัพพระยา อ.บางละมุง จว.ชลบุรี พบว่า มี ชาวต่างชาติรายหนึ่ง จึงได้ทำการตรวจสอบผ่านระบบตรวจคนเข้าเมื่อออนไลน์พบว่า ได้แจ้งที่พักเป็น บ.ไลอ้อนสกายจำกัด เลขที่ 194/7-8 ชั้น2 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี   เจ้าหน้าที่ ส.ทท.4ฯ จึงได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณบริษัทฯดังกล่าว เมื่อไปถึงพบว่าบริเวณ ชั้น1ของบ้านเลขที่ข้างต้น เป็นร้านอาหาร อิราเนียน และมี พนักงานของร้าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลอยู่ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ ส.ทท.4ฯ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจท่องเที่ยวเพื่อขอตรวจสอบบุคคลต่างด้าวดังกล่าว  โดย พนักงานของร้าน ยินยอมให้ตรวจสอบ และเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณ ชั้น 2 ของตัวอาคารด้วยเช่นกัน ซึ่งพบว่า บริเวณชั้น 2 เป็น บริษัท ให้บริการเกี่ยวกับการนำเที่ยว ชื่อไลอ้อน สกาย จำกัด จากการตรวจสอบพบว่า แรงงานทั้งหมดเป็นชาวไทย และไม่พบการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ ส.ทท.4 ฯ จึงเดินทางกลับ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ทางผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์นั้น อาจด้วยการสื่อสารที่ผิดพลาดของพนักงานภายในร้านและเจ้าของร้านอาหารดังกล่าว จึงทำให้ เจ้าของร้านอาหาร กังวล เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ มีความขัดแย้งกับคู่แข่งทางธุรกิจ และเกรงว่าจะถูกกลั่นแกล้งจากคู่แข่ง และอาจจะไม่ใช่ตำรวจจริง จึงเข้าแจ้งความไว้ ที่ สภ.เมืองพัทยา ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว  ได้เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับ เจ้าของร้านอาหารดังกล่าว เป็นที่เข้าใจดีแล้ว ว่าเป็นการตรวจสอบตามวงรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ บุคคลต่างด้าวที่ลักลอบอาศัยภายในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย จึงไม่ติดใจในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ขอเรียนว่า ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมด้านความมั่นคง ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการออกสุ่มตรวจ บริษัท โรงแรม ห้างร้าน สำรวจผู้กระทำความผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ที่มีการดำเนินการตามวงรอบมาโดยตอด พบว่ากลุ่มคนร้ายมีการแฝงตัวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยหลายรูป เช่น นักท่องเที่ยว นักลงทุน หรือ อาจหนีเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ  ซึ่งเป็นปัญหาและภัยที่คุกคามด้านความมั่นคง อาทิ แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ,ปัญหากลุ่มมาเฟียต่างชาติ, ปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติด , ปัญหาการค้ามนุษย์ ,เปิดธุรกิจบังหน้าใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกเงิน ฯลฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบตามวงรอบมาโดยตลอด ในการสุ่มตรวจผู้ที่กระทำความผิดกฎหมาย

“ต้องขอเรียน พี่น้องประชาชน บริษัท โรงแรม ห้างร้าน ทำความเข้าใจและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย  ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย ไม่มั่นใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ สามารถให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดตัวหรือแสดงบัตรประจำตัว เพื่อที่จะทราบ ยศ ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ได้” พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว