ทั่วทั้งโลกประสบกับปัญหาขยะล้นเมือง ประเด็นสำคัญทางอุตสาหกรรมคือหากไม่มีผู้ใช้ ก็จะไม่มีผู้ผลิตออกมามากมายให้เกิดภาวะขยะ “ล้นโลก” แต่สุดท้ายก็หยุดผลิตไม่ได้ เมื่อผลิตออกมาแล้ว ประเทศอุตสาหกรรมใหญ่มีวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ..มาหาคำตอบกัน

วันนี้ 7 สิงหาคม 2561 ผมและคณะได้รับเกียรติจากบริษัท Eastern Energy Plus Co.Ltd. ตำบลแพรกษาใหม่ สมุทรปราการ ไปดูโรงงานกำจัดขยะจากการเผาไหม้ด้วยพลังงานความร้อน ซึ่งพลังงานความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้ จะเข้าสู่ระบบหมุนเวียนไอน้ำของหม้อไอน้ำดูดรับความร้อน กลายเป็นไอน้ำที่มีความร้อนสูงและความดันสูง และไอร้อนนี้เองที่ไปผลักดันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้ผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ใช้ในโรงงาน และขายต่อให้การไฟฟ้านครหลวง

เตาเผา ใช้เทคโนโลยีเหมือนกันกับโรงงานอื่นๆ ที่มีกว่า 2,000 แห่ง ใน 50 ประเทศทั่วโลก เป็นมาตรฐานยุโรปเผาขยะด้วยอุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้เกิดสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการเผาไหม้ ส่วนที่เหลือจากการเผามีทั้งเถ้าเบา และเถ้าหนัก เมื่อตรวจสอบแล้วหากมีสารอันตรายจะนำส่งไปยังสถานที่กำจัดเฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ทำการกำจัด หากไม่พบก็สามารถนำไปฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะ เถ้าหนักสามารถนำไปบดอัดใช้ประโยชน์ผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง วัสดุปูพื้น ฯ

เทคโนโลยีนี้หากทำอย่างถูกวิธีเป็นไปตามขั้นตอนเป็นการกำจัดขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่หากมีการละเลยในบางขั้นตอน และขาดการตรวจสอบตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งและมลพิษในอากาศจากการปล่อยออกมาแล้วหากเกินค่ามาตรฐาน ก็จะกลายเป็นสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมตามมา ในระหว่างดูงานผมเองได้สอบถามตัวแทนบริษัทฯว่ามีวิธีการตรวจวัดคุณภาพน้ำและคุณภาพอากาศที่ปล่อยออกมาอย่างไร ได้รับคำตอบว่ามีกรมควบคุมมลพิษจะคอยตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ....(ผมได้แต่พยักหน้า....อือนะ....หน่วยงานรัฐครับ) ซึ่งในส่วนนี้อาจมีความแตกต่างกับต่างประเทศ....ไม่ได้หมายถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐนะครับที่แตกต่าง....

แต่หมายถึงความต่างบางประการระหว่างโรงงานกำจัดในประเทศไทยกับต่างประเทศ อย่างเช่นประเทศเยอรมนี โรงงานจะลงทุนสร้างจุดตรวจวัดสภาพอากาศหลายๆจุด ห่างจากโรงงานไปหลายกิโลเมตรเพื่อให้ชาวบ้าน คนในชุมชนสบายใจ โรงงานก็สบายใจ ขณะเดียวกันยังมีระบบยังออนไลน์ไปยังหน่วยงานรัฐที่คอยควบคุมแบบ Real time ทำให้มั่นใจได้ว่าโรงกำจัดขยะเหล่านั้นจะอยู่ในมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล และสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา บางครั้งหน้าโรงงานจะมีจอแสดงผลสภาพอากาศและน้ำเสียที่ปล่อย ด้วย

อย่างไรก็ตาม ขยะทั่วโลกเราจะเห็นสองประเภทใหญ่ๆคือ ขยะมูลฝอยที่ไม่อาจนำมาใช้ได้อีก กับขยะที่นำมาใช้ซ้ำ(Re-use) หรือเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ได้อีก (recycle) รัฐต่างๆ ในประเทศเยอรมนีจึงกำหนดมาตรการในการคัดแยกขยะในเบื้องต้นสำหรับประชาชนก่อนนำไปกำจัดตามระบบ หากใครไม่แยกขยะตามที่กำหนดไว้จะต้องจ่ายค่าปรับในอัตราที่สูงมาก ขยะมูลฝอยที่สามารถนำมาใช้ได้อีกรัฐมักจะเก็บให้โดยพลเมืองไม่ต้องจ่ายเงิน ส่วนมาตรการกับขยะมูลฝอยที่ไม่อาจนำมาใช้ได้อีกคนที่ทิ้งขยะต้องจ่ายเงินเพื่อให้รัฐมาเก็บซึ่งค่าเก็บขยะแพงมาก ผลก็คือทุกบ้านแทบจะไม่ต้องการสร้างขยะมูลฝอยโดยไม่จำเป็น เศษอาหารทั้งในบ้านและร้านอาหารจึงไม่ค่อยมีให้เห็นในเยอรมนี ข้าราชการไทยที่ไปศึกษาดูงานในเยอรมนีที่ชอบสั่งอาหารครั้งละมากๆ วางแทบล้นโต๊ะเพราะไม่ต้องจ่ายเงินเอง จึงถูกติฉินนินทาและถูกดูแคลนถึงการไม่รักษาสิ่งแวดล้อมเป็นนิสัยติดตัว...

จึงมีคำกล่าวของคนเยอรมันพอจะแปลเป็นไทยให้สำนึกได้ว่า “แม้เงินเป็นของพวกคุณ แต่ต้นทุนเป็นของส่วนรวม” นั่นคือการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการต้องกำจัดของเหลือกินเสมอ

สำหรับขยะที่นำมาใช้ซ้ำ(Re-use) หรือเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ได้อีก (recycle) เราจะเห็นระบบคืนขวดน้ำดื่มต่างๆ สามารถกระตุ้นจิตสำนึกของผู้คนเมื่อนึกจะทิ้งก็เก็บไว้ก่อนเพราะสามารถแลกกลับเป็นเงินได้ หรือหากใครทิ้งก็มีคนอื่นมาเก็บเอาไปแลกเงินอยู่ดี ขวดน้ำทั้งหลายจึงไม่ถูกทิ้งในถังขยะเพราะสามารถเปลี่ยนขยะเป็นเงิน ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตของเยอรมนีจึงมีเครื่องรับคืนขวดตั้งบริการลูกค้า 8 เซนต์สำหรับขวดแก้ว และ 25 เซนต์สำหรับขวดพลาสติก..... เพื่อนผมที่เยอรมนีหากว่างงานเขาบอกว่าทำหน้าที่เก็บขวดมาคืนก็พอมีเงินซื้ออาหารแล้วครับ...

ขยะมูลฝอยที่ไม่อาจนำมาใช้ได้อีก มีวิธีจัดการอย่างไร คำตอบคือ วิธีจัดการที่เกิดประโยชน์สูงสุดคือนำไปกำจัดด้วยการเผาแล้วเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้า ดังนั้นทุกเมืองใหญ่ของเยอรมนีจึงมีโรงไฟฟ้าจากการเผาขยะด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเต็มไปหมด...ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เราไม่มีแผ่นดินจะฝังกลบอีกแล้ว

การกำจัดด้วยวิธีไหนไม่สำคัญเท่าการแก้ปัญหาที่ต้นทางครับ ประเทศเยอรมนีมีวิธีแก้ปัญหาขยะที่ต้นทางโดยการสร้างจิตสำนึกที่ดีของผู้คนทำให้ทุกคนมีความตระหนักถึงพิษภัยของขยะให้ความสนใจและรักสิ่งแวดล้อม มีการตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาขยะอย่างเป็นระบบและนำไปใช้ได้จริง ก่อให้เกิดระบบการจัดการที่แข็งแกร่ง ขยะต้องนำไปใช้ประโยชน์สูงสุดในทุกด้านก่อนนำไปทิ้งเสมอ แต่ไทยเราจะแก้ปัญหาขยะที่ปลายทางเสมอครับ...เราจึงเห็นโรงไฟฟ้าขยะกลายเป็น อนุสาวรีย์แห่งการทุจริตถูกทิ้งร้างหลายจังหวัด

ปัญหาขยะเป็นปัญหาของมนุษยชาติ จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนทั้งโลก เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน และวิธีกำจัดได้ดีที่สุดคือเริ่มตั้งแต่การลดขยะที่ต้นทาง การสร้างวินัยของคนในชาติ Reuse Recycle Reduce ตั้งแต่บ้านเรือน ชุมชน สถานศึกษา สถานบริการ และสถานประกอบการต่างๆ ก่อนมาถึงขั้นตอนการกำจัดขยะตามที่กล่าวมา หากทุกคนมีจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมได้ครับ.....

โดย ธนชาติ แสงประดับ ธรรมโชติ

นักกฎหมายเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชน

Green budget Thailand