PTT-KV-DJSI-Online

ชป.ระดมเครื่องสูบน้ำเครื่องผลักดันน้ำ ติดตั้งในแม่น้ำเพชรบุรี รับมือเขื่อนแก่งกระจานระบายน้ำเพิ่ม

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังจากการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ชลประทานที่ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) เพื่อติดตามและวางมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเกินความจุว่า ภายหลังจากที่ได้ประเมินสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ที่คาดว่าปริมาณน้ำจะล้นทางระบายน้ำฉุกเฉินหรือ Spillway ในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.คืนนี้(5 ส.ค. 61) อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งริมแม่น้ำเพชรบุรีได้นั้น

กรมชลประทาน ได้วางมาตรการในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ที่อาจจะมีระดับน้ำสูงขึ้น โดยได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณอ.เมือง และอ.บ้านแหลม รวมทั้งสิ้น 30 เครื่อง ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 14 เครื่อง และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี จำนวน 44 เครื่อง ติดตั้งไปแล้ว 14 เครื่อง บริเวณวัดเขาตะเครา และวัดคุ้งตำหนัก อ.บ้านแหลม ส่วนที่เหลือจะเร่งติดตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลต่อไป

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบัน (5 ส.ค. 61) เขื่อนแก่งกระจาน ยังคงระบายน้ำผ่านช่องทางปกติ รวมทั้งใช้กาลักน้ำ และเครื่องสูบน้ำ ในอัตรารวมกัน 111 ลบ.ม./วินาที ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำเริ่มล้นทางระบายน้ำล้นในคืนนี้(5 ส.ค. 61) ระดับน้ำล้นผ่านทางระบายน้ำล้นจะทะยอยเพิ่มสูงขึ้น คาดการณ์ว่าจะสูงสุดในวันที่ 10 ส.ค. 61 รวมเป็นปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านลงสู่ท้ายเขื่อนแก่งกระจานในอัตราประมาณ 210 ลบ.ม./วินาที และเมื่อน้ำไหลลงไปถึงเขื่อนเพชร จะมีปริมาณน้ำสูงสุดที่เขื่อนเพชรในเกณฑ์ 230-250 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน จะใช้เขื่อนเพชรบริหารจัดการน้ำ โดยการหน่วงน้ำและตัดน้ำเข้าระบบชลประทาน และผันออกคลองระบายน้ำ D9 ออกสู่ทะเล ในอัตรา 90 ลบ.ม./วินาที จากนั้นจะระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรในอัตรา 140-160 ลบ.ม./วินาที ลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรี ซึ่งอาจทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและพื้นที่ชุมชนบางแห่งประมาณ 0.20 – 0.30 เมตร

“กรมชลประทาน และหน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ต่ำ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อเร่งให้ระบายออกทะเลโดยเร็วที่สุด จึงขอให้ประชาชนชาวเมืองเพชร ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และขอให้เชื่อมั่นว่ากรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเพชรบุรีได้อย่างเต็มศักยภาพ”นายทองเปลว กล่าว