PTT-KV-DJSI-Online

ผอ.เขื่อนวชิราลงกรณยัน 2 เขื่อนแข็งแรงยังรับน้ำได้ ระบายน้ำให้เกิดผลกระทบต่อชาวบ้านน้อยที่สุด ส่วนทหาร ร.29 ฝ่ายปกครองเตรียมพร้อมช่วย หากระดับน้ำสูงเข้าบ้านเรือนประชาชน

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.61 นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) โดยข้อมูล ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น. มีปริมาณน้ำในเขื่อน 7,448 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 84% โดย กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ ปรับแผนระบายน้ำตามมติ ของคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์ และบริหารจัดการน้ำ ประชุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 มีแผนการระบายน้ำ ดังนี้ วันที่ 5 สิงหาคม 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 39 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน วันที่ 6-12 สิงหาคม 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สาเหตุที่ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ เนื่องจากมีปริมาณฝนตกเหนือเขื่อนมาก จึงจำเป็นต้องระบายน้ำ เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำเพียงพอ ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,412 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนที่เขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ มีปริมาณน้ำในเขื่อน15,369 ล้าน ลบ.ม.(87%) รองรับน้ำได้อีก 2,376 ล้านลบ.ม.ระบายน้ำออก 20 ล้าน ลบ.ม. ทั้ง2เขื่อนปรับแผนการระบายน้ำ ตามการประสานงาน กับคณะอนุกรรมการบริหารน้ำ และชลประทาน และยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อน มีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำ ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนที่บริเวณริมแม่น้ำแควน้อย บ้านปากแซง ม.3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค หลังจากเขื่อนวชิราลงกรณ ได้มีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำ เริ่มขยับสูงขึ้นกว่าเมื่อวานนี้ (4ส.ค.) โดยมีระดับเพิ่มสูงขึ้นอีกราว50 ซม. โดยประชาชนและรีสอร์ท ที่พักต่างๆ ซึ่งอยู่ห่างจากระดับน้ำริมแม่น้ำราว 10เมตร เฝ้าระวังเตรียมพร้อม ในการขนย้ายสิ่งของ หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อเข้าท่วม

ทั้งนี้ พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า/ผบ.ร.29 พร้อมนายเดโช ประกาศแก่นทราย นายอำเภอไทรโยค ได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง และตรวจสอบระดับน้ำอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ และอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือ ไว้ตลอดเวลาแล้ว หากระดับน้ำขึ้นสูง จนเอ่อเข้าบ้านเรือนประชาชน ทหารและปกครองจะเข้าดำเนินการช่วยเหลือได้ในทันที