ศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล

การปฏิรูปประเทศชาตินั้น ได้มีความพยายามปฏิรูปมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย แต่ว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว “การปฏิรูป” นั้นเสมือน “ลักปิดลักเปิด” หรือกล่าวง่ายๆ หมายความว่า “เดี๋ยวก็ปฏิรูปเดี๋ยวก็เลิก!” แบบไม่ต่อเนื่อง จน “ล้มเหลวทุกครั้ง”น “ความอิสรเสรีของระบบราชการ” มีมาก เรียกว่า “อิสระมากจนขาดประสิทธิภาพ” และในที่สุด “ก็เกิดการทุจริตคดโกงจนได้!”

มิใช่มีแต่เพียงกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ที่มีการทุจริตแบบทุกตารางนิ้ว กระทรวงอื่นๆ แทบทุกระทรวงถ้าจับไปตรงไหนก็มีการทุจริตแทบทั้งนั้น ไม่มากก็น้อย เพียงแต่ว่า “งบประมาณ” ของแต่ละกระทรวงจะมีมากน้อยกว่ากันเท่าใดเท่านั้น

ลองมาดู อีกหนึ่งกระทรวงที่เพิ่งมีข่าวคราวไปหยกๆ ที่มีข่าวอึกทึกครึกโครม จนปลัดกระทรวงถึงขั้นฆ่าตัวตายในที่สุด “กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)” ที่เป็นข่าวล่าสุด!
เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้ มีคำสั่งย้ายปลัดพร้อมรองปลัด กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปปฎิบัติงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี แม้ในหนังสือจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นการสั่งย้ายเพราะ “คดีทุจริตคนไร้ที่พึ่ง” หรือไม่ แต่จากข้อมูลพบว่า นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงคนดังกล่าว เคยเป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการมาก่อน

เมื่อวันที่ (26 ก.พ. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ข้อมูลในเว็บไซค์กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปรากฎชัดเจนว่า นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งดูแลศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 ก่อนได้รับตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงเมื่อเดือนตุลาคม ปี2560

ส่วนการตรวจสอบพบการทุจริตใน “ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง” จากข้อมูลพบว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเคยมีหนังสือด่วนลับมาก ส่งถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในสมัยนั้น เมื่อ 30 มิถุนายน 2560 ว่า ให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง หลังได้รับร้องเรียนความไม่ชอบมาพากลการเบิกจ่ายเงิน แม้จะพบว่ามีการทุจริตจริง แต่ไม่พบข้อมูล ว่า นายพุทธิพัฒน์ เกี่ยวข้องหรือไม่  จนล่าสุด มีคำสั่งย้ายปลัดคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ แม้จะยังระบุไม่ได้ว่าการสั่งย้ายปลัดคนดังกล่าว เชื่อมโยงกับการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งหรือไม่ แต่จากคดีทุจริตศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น  ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ขยายผลจนพบการทุจริตในศูนย์อื่นรวม 14 ศูนย์ ที่น่าสนใจ คือ พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ทุจริตมีลักษณะคล้ายกัน ในลักษณะนำรายชื่อประชาชนที่เคยทำกิจกรรมอื่นมาสวมสิทธิ์เบิกจ่ายเงินช่วยเหลือในโครงการนี้

ขณะที่บางส่วนพบว่าในระเบียบการช่วยเหลือระบุให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ใช้ดุลยพินิจเบิกจ่ายเงินได้ ว่าจะช่วยเหลือในอัตราเท่าไหร่  ส่งผลให้มีการทุจริตในรูปแบบการเบิกเงินเต็มจำนวน 3000 บาท แต่มอบให้ประชาชนไม่ครบจำนวน

นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ คนปัจจุบัน ยอมรับว่าหลังมีข่าวเรื่องการทุจริตเงิน ทำให้เกิดความกังวลแต่ค่อนข้างมั่นใจว่าระเบียบการเบิกจ่ายเงินมีความรัดกุม แต่ที่เกิดการทุจริตเป็นเพราะบุคคลมากกว่า  ส่วนการตรวจสอบของป.ป.ท.ล่าสุดยังอยู่ระหว่างการขยายผลการตรวจสอบ โดยตั้งเป้าตรวจสอบให้ครบทั้ง 77 ศูนย์ทั่วประเทศ  ขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้แจงเรื่องหลักเกณฑ์เงินงบประมาณที่ส่งให้แต่ละศูนย์ว่าจัดสรรอย่างไร ทำไมแต่ละแห่งได้เงินไม่เท่ากัน

ต่อจากนั้น อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง 59 แห่ง โดยการตรวจสอบจะดำเนินการทั้งในส่วนของ ป.ป.ท. และ พส. โดยอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งออกจากพื้นที่ 65 คน เพื่อความสะดวกในการสอบสวน ขณะนี้ กรม พส.ได้ดำเนินการสอบวินัยจำนวน 14 แห่ง

และในการสอบสวนทางวินัยกรมจะได้ดำเนินการตามระเบียบและและกฎหมายต่อไป ทั้งนี้มีเพียงผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองฯ จังหวัดขอนแก่นเท่านั้นที่ถูกไล่ออกจากราชการ ส่วนศูนย์คุ้มครองฯ จังหวัดเชียงใหม่ จะรู้ผลสอบวินัยร้ายแรงปลายเดือนมิถุนายน

ขณะที่ความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งเฟส 3 จำนวน 28 แห่ง งบประมาณ 103 ล้านบาทนั้น พ.ท.กรณ์ทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า การตรวจสอบมีความคืบหน้ามากแล้ว โดยตรวจพบข้อมูลการทุจริตอย่างต่อเนื่อง โดยมีลักษณะเดียวกับการทุจริตในเฟส 1 และเฟส 2 ขณะนี้มีข้าราชการที่ถูก ป.ป.ท.กล่าวหาว่าทุจริต 270 คน และส่งรายชื่อให้ พม. ดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว

ดังนั้น ป.ป.ง.สั่งยึดทรัพย์อดีตข้าราชการระดับสูงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3 ราย กว่า 88 ล้าน คดีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ประกอบด้วย นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เลขานุการกรมสำนักงาน ป.ป.ง. เปิดเผยถึงรูปแบบการทุจริตว่า “เป็นการทำกันเป็นขบวนการ” มีการจัดทำเอกสารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอันเป็นเท็จ “ก่อนทอนเงินคืนร้อยละ 30” ให้กับผู้บริหารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในขณะนั้น มีตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการศูนย์ฯไปจนถึงระดับอธิบดี โดยหิ้วเป็นเงินสดมาให้ จากนั้นจะแปลงเงินเป็นทรัพย์สินในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินฝากในบัญชีธนาคารและหลักทรัพย์ต่าง ๆ ให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง 

ซึ่งวันนี้ ป.ป.ง.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ปปป.เอาผิดอดีตข้าราชการทั้ง 12 ราย ในความผิดฐานฟอกเงินแล้ว โดยรวมถึงอดีตข้าราชการหญิงคนสนิทของนายพุฒิพัฒน์ด้วย เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกัน 

จริงๆ แล้วยังมีข้อมูลอีกหลายกระทรวงที่มีการคดโกงกัน จนรัฐบาลปัจจุบันเริ่มที่จะเอาจริงเอาจังในการปราบปรามกับภาคเอกชนและภาคประชาชน...สาธุ!