PTT-KV-DJSI-Online

นักธรณีวิทยา ระบุถนนทับเบิกที่ทรุดและจุดสไลด์ เป็นชั้นหินดินโคลน"ภูกระดึง"อุ้มน้ำไม่ค่อยดี หากฝนตกหนักต่อเนื่องเสี่ยงต่อการเคลื่อนตัว ด้าน ผู้ว่า ฯ เพชรบูรณ์ เตรียมพร้อมซักซ้อม 7 จุดอพยพ รองรับ 8 หมู่บ้านเสี่ยงภัยพิบัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยนายนิวัติ บุญนพ ผู้อำนวยการสำนักงานธรณีวิทยาเขต 1 นายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 6 กรมทางหลวง นายแสงทอง พาแก้ว รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 (ฝ่ายปฏิบัติการ) ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมทางหลวง และ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีจากกรมทรัพยากรณี เข้าตรวจสอบถนนสายโจ๊ะโหวะ-ภูหินร่องกล้า ช่วงกม.9+300-10+650 ทางขึ้นภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ หลังถนนสายดังกล่าวเกิดการทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีจากกรมทรัพยากรณี ระบุว่าดินบริเวณจุดเคลื่อนตัวเป็นดินหินอยู่ในตระกูล " หินภูกระดึง " ซึ่งประกอบด้วย หิน ดินทราย ลักษณะผสมโคลน ค่อนข้างเยอะและ ไม่ค่อยอุ้มน้ำมากนัก หากเกิดการสะสมของปริมาณน้ำมากจนเกินไปอาจเกิดการเคลื่อนตัวเร็วขึ้น จึงให้คำแนะนำแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ให้เปิดช่องทางระบายน้ำได้มากที่สุด ส่วนระยะยาวนั้นทางนักธรณีวิทยาจะศึกษาอย่างละเอียด ถึงชั้นหิน ดิน และ ประวัติการเกิดเหตุ เพื่อนำมาประกอบกับข้อมูลแก้ไขในระยะยาวต่อไป

ด้านนายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ถนนทางหลวงสายโจ๊ะโหวะ-ภูหินร่องกล้า ช่วง กม.9+300 ถึง 10+650 สภาพถนนยังคงทรุดและสไลด์ไม่หยุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซม การเปิดร่องระบายน้ำ ไม่ให้ไหลผ่านบริเวณถนนที่ทรุด จึงจำเป็นต้องปิดเส้นทางการจราจร ทางหลวงหมายเลข 2331 โจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางและความสะดวกในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

ล่าสุด จ.เพชรบูรณ์ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงประสบภัยพิบัติแล้วในหมู่ 1,2,3,6 และ 8 ต.บ้านเนิน และ หมู่ 14,16,17 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ก็เป็นการเตรียมการเฝ้าระวัง เท่านั้น ยังไม่มีการอพยพแต่อย่างใด เนื่องจากนายอำเภอหล่มเก่า ได้ทำหนังสือยื่นเรื่องถึงนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาหากประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เราจะสามารถใช้งบประมาณมาป้องกันและแก้ไขปัญหาได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้เตรียมจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงแก้ไขด้วยเช่นกัน ทั้งสองส่วนนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม จึงอยากขอความร่วมมือรถยนต์ ทั้งนักท่องเที่ยว และ รถปิคอัพบรรทุกพืชผัก ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางหลวงสาย 12 แยกบ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลกแทน แม้จะมีระยะทางที่ไกลกว่าแต่ก็เกิดความปลอดภัย