ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2560 โดยส่วนของสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นน่าสนใจหลายเรื่องที่ถูกนำเสนอ ในภาพรวมมีการนำเสนอว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา (ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี) โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 รวมระยะเวลากว่า 14 ปี มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น 16,770 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 7,100 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 12,921 ราย เหตุการณ์ความมไม่สงบส่งผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ตลอดจนความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่ ส่งผลให้มีสตรีหม้าย 2,653 คน และเด็กกำพร้า 9,806 คน ส่วนสถิติเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2560 มีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2559 โดยเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ 588 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 250 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็ฐ 374 ราย ในขณะที่ปี 2559 มีเหตุการณ์เกิดขึ้น 807 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 307 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 628 ราย จากสถิติย้อนหลัง 14 ปี นับตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ปี 2560 เป็นปีที่มีจำนวนเหตุการณ์ความไม่สงบน้อยที่สุด

นอกจากนี้ มีการสะท้อนรายละเอียดแง่มุมต่างๆ ทั้งการดำเนินการที่สำคัญของรัฐในการช่วยเหลือเยียวยาหรือการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในการก่อเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีการให้ความเห็นชอบหลักการเรื่องการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ได้ข้อสรุปพื้นที่ที่สามารถจัดตั้งเป็นพื้นที่ปลอดภัยรวม 5 พื้นที่ ทั้งนี้ นอกจากกระบวนการในระดับประเทศแล้ว การทำงานระดับพื้นที่ รัฐบาลได้จัดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ภายใต้กิจกรรมจัดฝึกอบรมวิทยากรกระบวนการเสริมสร้างสันติสุขระดับอำเภอ (ครู ก.) ฯลฯ

สิ่งที่น่าสนใจและน่าติดตามประการหนึ่งในรายงานฯ คือ สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ส่วนของสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ในปี 2560 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนประเด็นสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 42 เรื่อง จำแนกเป็นประเด็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม 37 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 88.1 ของเรื่องร้องเรียนในประเด็นสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด

ประเด็นที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าถูกกระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด คือ การกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำทรมานด้วยวิธีการต่างๆ ในระหว่างการควบคุมตัว

เช่น ตีเข่า ชกต่อยที่ท้อง หน้าอก หน้าผาก บังคับให้ยืนตากแดด บังคับให้นั่งเก้าอี้มัดมือไขว้หลังโดยแช่เท้าในน้ำแข็ง เป็นต้น และข้อร้องเรียนในการขอเข้าเยี่ยมญาติที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง รวมถึงปรากฏเรื่องร้องเรียนกรณีที่ผู้ร้องร้องเรียนว่า น้องชายซึ่งเคยเป็นผู้ถูกควบคุมตัวตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และเคยเป็นผู้ให้ข้อมูลของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่แก่เจ้าหน้าที่ ถูกชายฉกรรจ์ 3 คน จับกุมตัวแล้วนำขึ้นรถหลบหนีไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 โดยที่ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยังไม่พบผู้เสียหาย และยังไม่ทราบผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ คือเรื่องด้านสิทธิเด็กและสิทธิสตรี ซึ่งมักตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์เสมอ อย่างไรก็ตาม พบว่า จำนวนเด็กและสตรี ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบ มีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2559

กสม. ได้สรุปการประเมินสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรค ว่า จากตัวเลขสถิติเหตุการณ์ความไม่สงบที่ลดลง และการดำเนินการที่สำคัญของรัฐ แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์เชิงบวกของการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ดี ยังมีข้อห่วงกังวลต่อปัญหาในมิติต่างๆ ที่ส่งผลต่อสิทธิ เสรีภาพ และร่างกายของประชาชน จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นปี 2560 พบว่า 1.รัฐมีความพยายามและความก้าวหน้าที่จะลดความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งมีผลต่อสิทธิ เสรีภาพ และร่างกาย ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.กสม. ยังพบข้อร้องเรียนการกระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบและมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนให้ดีขึ้น 3.เหตุการณ์ความไม่สงบยังคงส่งผลกระทบต่อชีวิตและร่างกายของเด็ก ทั้งการเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และในด้านการสาธารณสุขและสุขภาพ พบว่า เด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีภาวะโภชนาการต่ำกว่าเด็กในพื้นที่อื่นของประเทศไทย 4.บทบาทการมีส่วนร่วมของสตรีในพื้นที่ต่อกระบวนการสันติภาพ ยังไม่ชัดเจน

แม้ว่าในปี 2559 รัฐบาลได้เห็นชอบร่าง “มาตรการและแนวปฏิบัติด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง” ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะจาก (CEDAW/C/THA/CO/5, para.36) และยอมรับข้อเสนอแนะของคณะทำงานผู้หญิงชายแดนใต้ เข้าสู่กระบวนการพูดคุยสันติสุข แต่จากการพิจารณารายงานอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ (CEDAW) ในปี 2560 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีของสหประชาชาติ ยังคงห่วงกังวลการกีดกันสตรีไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในกระบวนการสันติภาพ

สรุปข้อเสนอแนะที่สำคัญ ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม จากผลการตรวจสอบข้อร้องเรียนว่ามีการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนระหว่างการควบคุมตัว มีการตรวจสอบและมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การประสานความร่วมมือจากแพทย์ของโรงพยาบาลประจำจังหวัด ให้เป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจร่างกายและจัดทำบันทึกการตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐานก่อนเพื่อแสดงความโปร่งใส โดยดำเนินการก่อนที่จะมีการควบคุมตัวผู้ที่ถูกเชิญตัวมาซักถาม หรือผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในพื้นที่และลดเงื่อนไขต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ในการส่งตัวเข้าควบคุม ควรให้มีการตรวจร่างกายตั้งแต่วันแรกโดยแพทย์ของโรงพยาบาลทุกครั้ง และให้การดูแลรักษาอย่างเหมาะสมหากผู้ถูกควบคุมได้รับบาดเจ็บ การให้โอกาสติดต่อเยี่ยมญาติอย่างอิสระตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดการควบคุมตัว เพื่อลดความกังวลของญาติ สร้างความตระหนักของเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัว บนหลักการของกฎหมายและเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกควบคุมตัวซึ่งต้องถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด และการให้ความคุ้มครองบุคคลที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดยใช้อำนาจตามกฎหมายด้านความมั่นคงพิจารณา กำหนดมาตรการคุ้มครองและป้องกันต่อบุคคลที่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลหรือช่วยเหลืองานที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงในพื้นที่ อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ด้านสิทธิในชีวิตและร่างกายของเด็ก รัฐควรให้ความสำคัญต่อมาตรการสร้างความมั่นคงในชีวิตของเด็กในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำหนดมาตรการสนับสนุนในรูปแบบที่หลากหลายและเพียงพอ อาทิ การจัดระบบเดินทางระหว่างบ้านและโรงเรียนที่ปลอดภัย การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในเขตโรงเรียนให้เป็นเขตปลอดความรุนแรงอย่างแท้จริง รวมถึงด้านการมีส่วนร่วมของสตรีในกระบวนการสันติภาพ รัฐพึงให้ความสำคัญต่อข้อสังเกตของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีของสหประชาชาติ (CEDAW) ในการมีส่วนร่วมของสตรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อกระบวนการสันติภาพ

ผลจากรายงาน นอกจากสรุปให้เห็นภาพรวมสถานการณ์ ยังชี้ให้เห็นถึงทิศทางของ “ไฟใต้” ที่ดีขึ้นอีกด้วย