นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรงและภัยพิบัติ” หรือ Safety Training รุ่นที่ 9 ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 26–วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม2561 ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จ.สระบุรี

สำหรับเนื้อหาหลักสูตรของการอบรมครั้งนี้ประกอบด้วย 1.การเตรียมตัวและวางแผนก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานข่าว 2.การเข้าทำข่าวในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติและพื้นที่ความขัดแย้ง 3.การเอาตัวรอด ช่วยชีวิต และการปฐมพยาบาลเชิงยุทธวิธีในสถานการณ์ฉุกเฉิน 4.ภาษาที่ใช้ในการรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้งและภัยพิบัติ ไม่ให้เป็นผู้ขยายข้อความเพิ่มความขัดแย้ง หรือ Hate speech รวมทั้งเป็นผู้ตรวจสอบข่าวลือ ข่าวลวง หรือ Fake newsที่กำลังเป็นปัญหาของโลกออนไลน์ในปัจจุบัน

โดยการอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่สื่อมวลชนทุกคน ไม่ว่าจะทำข่าวสายไหน เป็นสื่อประเภทใด จะได้มีโอกาสเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเอง และเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ที่มีเหตุการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้นทั่วโลก คนที่ไม่เคยทำสนามข่าวภัยพิบัติหรือความขัดแย้งมาเลย หลังจากผ่านการอบรมครั้งนี้จะได้นำบทเรียนที่ได้รับจากการอบรม ไปเป็นด่านทดสอบว่าเมื่อได้รับการอบรมมาแล้ว การทำข่าวดีขึ้นไหม การประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมกับกอง บก.เป็นอย่างไร

“อยากให้ระลึกไว้เสมอว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำข่าวไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงหรือภัยพิบัติ คือ นักข่าวต้องปลอดภัยกลับมาและการรายงานข่าวต้องไม่ซ้ำเติมสถานการณ์ และไม่เป็นภัยต่อสังคม นี่คือหัวใจของการอบรม Safety Training”

นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง รองเลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดการโครงการกล่าวว่า การอบรม Safety Trainingเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ความรุนแรงจากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553หลังผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ได้มีการจัดงานเติมกำลังใจให้กับสื่อมวลชน และรับการยื่นข้อเสนอ 11 ข้อให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์จัดหลักสูตรอบรม ให้องค์ความรู้ การทำข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง ก่อนเริ่มมีการอบรมเชิงปฏิบัติการ Safety Training รุ่น 1 ในปี 2553 และจัดต่อเนื่องทุกปี มาจนถึงปัจจุบัน เป็นรุ่นที่ 9 มีสื่อมวลชนที่ผ่านการเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ Safety Training แล้วรวมกว่า 300 คน

โดยปีนี้มีการปรับและพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับสถานการณ์การทำงานของสื่อมวลชนในปัจจุบันที่ต้องลงพื้นที่ภัยพิบัติ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง จึงมีการเพิ่มหลักสูตรการรายงานข่าว การเอาตัวรอดในการทำข่าวทางน้ำเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้มีทักษะในการรายงานข่าวที่ถูกต้องและปลอดภัยมากขึ้น

สำหรับการอบรมครั้งนี้จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีผู้รับการอบรมเป็นสื่อมวลชนจากหลายสำนักและสื่อหลายแขนงจำนวน 29 คนได้รับการสนับสนุนจากสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.)บมจ. บางจาก บมจ.วิริยะประกันภัย เครือเนชั่น บริษัท แอลเอสเทคโนโลยี จำกัด นอกจากนี้ สมาคมนักข่าวฯยังขอขอบคุณทีมกู้ชีพทางน้ำ ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกันที่ส่งทีมงานมาร่วมถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เข้าอบรม และสถานีโทรทัศน์ PPTV ช่อง 36 ที่นำเสื้อชูชีพของสถานีมาสนับสนุนการอบรมทางน้ำครั้งนี้ด้วย