ศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึง “การทุจริตคดโกง” ในกระทรวงศึกษาธิการที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน และเกิดขึ้นมาโดยตลอด ไม่ว่ารัฐบาลใด เรียกว่า “จับไปตรงไหนเจอทุจริตตรงนั้น!”

ประเด็นสำคัญ เกิดจาก “สภาวะหนี้สิน” ของบรรดาครูทั้งหลายที่มีอย่างมหาศาลนับแสนล้านบาท ที่อาจทำให้สมาธิการสอนนั้นถูกบั่นทอนไป เนื่องด้วยต้องทำอาชีพเสริมเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวและใช้หนี้สิน ตามด้วยโครงการและระบบพร้อมหลักสูตรและการเรียนการสอนอาจหนักเกินไป จนเด็กนักเรียนรับไม่ไหว จนต้องเรียนพิเศษหรือล้าสมัยเกินไปจนครูอาจตามไม่ทัน

ว่าไปแล้วปัญหาในโรงเรียนทั้งในเมืองหลวง เมืองใหญ่ และตามชนบทนั้นมีอย่างมากมาย ต่างกับโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนในต่างประเทศ ที่มีนักเรียนจำนวนไม่เกิน 20-25 คน ต่อครู 1 คนเท่านั้น ทำให้ความใกล้ชิดระหว่างครูกับนักเรียนมีมากขึ้น ที่จะเฝ้าทั้งพฤติกรมและคอยช่วยเหลือดูแลกิจกรรมการเรียนและปัญหาต่างๆ ของนักเรียนได้เป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกัน “การโภชนาการ” นั้น โรงเรียนเอกชนจะให้ความสำคัญมาก เนื่องด้วยจะเชื่อมโยงกับ “ความอุดมสมบูรณ์” กับ “การเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและทางสมอง” ต่างกับโรงเรียนในเมืองไทยที่มิใช่เกิดขึ้นทุกโรงเรียน อาจเกิดเพียงส่วนน้อยหรือส่วนใหญ่ ซึ่งยังไม่มีการสำรวจอย่างแท้จริง แต่เมื่อไหร่ที่เกิดก็มักเป็นเป็นข่าวใหญ่โตทุกครั้ง

ดังกรณีตัวอย่างดังต่อไปนี้ ทุจริตอาหารกลางวันเด็ก โผล่อีกที่ลพบุรี ครูสุดทนเลยแฉ เผยผอ.เส้นใหญ่ แจ้งไปเขตก็เงียบเส้น ผอ. เขาดีมาก รร.แห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี เงินอาหารกลางวันได้ปีละเกือบสองแสนราคาเท่านั้น แกงจืดฟัก ที่เห็นแล้วอยากอุทานว่า “ฟัก!” อีกกรณีหนึ่ง พบพิรุธโกงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนอนุบาล-ประถม ในอ.ตะพานหิน จ.พิจิตร จัดส่งไม่ครบถ้วน หลายวัตถุดิบหายไปกว่า 30 กิโลกรัมต่อรายการ แต่เจ้าหน้าที่ลงนามเบิกครบค่าวัตถุดิบเต็มจำนวน สัปดาห์เดียวรวมมูลค่าวัตถุดิบหายกว่า 10,000 บาท โดยรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ว่า วัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารกลางวัน มีความผิดปกติ ขณะเป็นประธานคณะกรรม การตรวจรับพัสดุประกอบอาหารกลางวันพบความผิดปกติมานานแล้ว ได้เริ่มตรวจสอบ และเก็บข้อมูลพิสูจน์พบว่า วัตถุดิบใช้ประกอบอาหารให้เด็กนักเรียน มีน้ำหนักไม่ครบ ตามใบสั่งซื้อของโรงเรียน

เพจดังขุด “แม่ครัวแฉ!” ครูไร้จิตสำนึกแย่งไก่ ปล่อยเด็กกินข้าวกับน้ำจิ้ม เรื่องอาหารกลางวันเด็ก ไม่ใช่มีแค่โรงเรียนเดียว ยังมีอีกหลายที่ที่ยังไม่เป็นข่าว พร้อมกับเปิดเผยเรื่องราวจากแม่ครัวของโรงเรียนแห่งหนึ่งว่า มีเด็ก 80 คน ครูให้ซื้อไก่ 3 ตัว หนักตัวละ 5 กิโลกรัม มาทำข้าวหมก แต่แม่ครัวสับไก่แค่ 70 ชิ้น ไม่พอกับจำนวนเด็ก ครูได้ฟังแล้วเฉยๆ ก่อนจะคุ้ยเลือกไก่ไปกินอีก 10 ชิ้น ให้เด็ก 20 คนกินข้าวหมกไก่เปล่าๆ กับน้ำจิ้ม ส่วนของหวานมีในเมนูเบิกเพียบ แต่ของจริงไม่มีให้เด็กกิน

ฉาวอีกโรงเรียนดังสุพรรณ โกงงบอาหารนร.เป็นโบนัสครู! โลกออนไลน์เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังจากที่แฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง@CSI LA ระบุ "โรงเรียนโกงเงินค่าขนมเด็ก" โดยเป็นเรื่องราวของลูกเพจว่า "หนูมีเรื่องอยากจะร้องเรียนเป็นเรื่องการทุจริต​เงินอาหารกลางวันเด็กแห่งชาติ​โรงเรียนใหญ่ในสุพรรณค่ะ" โดยมีครูคนหนึ่งเป็นคุณครูที่โรงเรียนเอกชนการกุศล ในพุทธศาสนาชื่อดังใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวนั้นได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล และทางบ้านของคุณครูท่านดังกล่าวเปิดเป็นร้านเบเกอรี่ จึงตกลงส่งขนมให้กับทางโรงเรียนในราคาชิ้นละ 3-4 บาท วันละ 2 พันกว่าชิ้น

เมื่อส่งขนมให้กับทางโรงเรียนไปครบ 1 สัปดาห์กลับปรากฎว่ามีครูซึ่งทำหน้าฝ่ายจัดซื้อนำเอกสารมาให้เซ็นต์ โดยภายในเอกสารดังกล่าวกลับปรากฎว่า คิดราคาค่าขนมชิ้นละ 5 บาทซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เมื่อมีการทักท้วงก็บอกว่าเป็นคำสั่งของรองผู้อำนวยการโรงเรียนว่า"เงินส่วนต่างค่าขนมตรงนี้จะนำมาไว้เป็นสวัสดิการโบนัสครู ทำกันแบบนี้มานานแล้ว" ทางครูคนดังกล่าวยินยอมเซ็นต์ให้เพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้บริหาร และขอเลิกส่งขนมเนื่องจากไม่อยากโกงเงินค่าขนมเด็ก หลังจากนั้นทางลูกเพจจึงได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆใน จ.สุพรรณบุรี แต่กลับเรื่องเงียบ ไม่มีการดำเนินการใดๆกับทางโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ทางเพจยังได้เผยภาพเอกสารการเงินวันที่เดียวกัน แต่มีการระบุค่าขนมคนละราคากัน

แฉทุจริต3โรงติดๆโกงได้กระทั่งเด็ก เรื่องอาหารยังไม่อวสาน ดูเหมือนว่าปัญหา "การทุจริตข้าวอาหารกลางวัน"จะมีทุกพื้นที่ในไทย ล่าสุดพบ3โรงเรียน โกงหนักคือใน จ.สุราษฎร์ธานี ,จ.พิจิตร ,จ.ลพบุรี คาดว่าจะต้องมีอีกหมื่นโรงที่ต้องถูกตรวจสอบและน่าจะเข้าข่ายอีกไม่รู้เท่าไหร่ซึ่งจะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด ที่แน่ๆมีคนออกมาแฉว่า 1 ใน3โรงเรียนนั้น ได้เงินงบประมาณไปถึงปีละเกือบ200,000 บาทแต่เมื่อเห็นภาพอาหารที่ออกมาถึงกับสงสัยว่ามันเหมาะกับเงินจำนวนที่ได้รับมา เพราะดูอนาถาจริงๆ

เริ่มตั้งแต่แห่งแรกที่จุดประเด็น มีคนโพสต์แฉถึงพฤติกรรมอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีปัญหาเรื่อง ให้นักเรียนชั้นอนุบาลรับประทานอาหารกลางวันที่มีแค่ “เส้นขนมจีนคลุกน้ำปลา”ยาวนานถึง3ปี จนเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองในโซเชียลฯเป็นอย่างมาก ก่อนจะโดนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง และถูกสั่งย้าย ไปในที่สุด หลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ ก็มีเหตุการณ์ร้องเรียนเพิ่มเติมในอีกพื้นที่ พบอาหารกลางวันเด็กนักเรียนอนุบาล-ประถม ใน จ.พิจิตร จัดส่งไม่ครบถ้วน หลายวัตถุดิบหายไปกว่า 30 กิโลกรัมต่อรายการ เจ้าหน้าที่ลงนามเบิกค่าวัตถุดิบเต็มจำนวนครบ เมื่อตรวจสอบพบว่า มีเงินค่าวัตถุดิบหายไปถึง10,000บาท ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ

ล่าสุดตรวจพบแห่งที่ 3 เพจ ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในด้านโซเชียลได้ออกมาโพสต์ภาพแฉข้าวอาหารกลางวันของโรงเรียนหนึ่งในจ.ลพบุรี พร้อมระบุว่า เงินงบประมาณเปรียบเทียบเอาไว้อย่างชัดเจน ทุจริตอาหารกลางวันเด็กเดอะซีรีส์ กินแบบนี้แล้วหนูจะโตเมื่อไหร่ ครูเห็นแบบนี้แต่พูดอะไรไม่ได้ ทำแบบนี้มาหลายปี จนทนไม่ได้แล้วเลยลาออกจากการเป็นกรรมการ แจ้งไปเขตก็เงียบ

นี่แหละคือหลากหลายกรณีตัวอย่างที่ยังเกิดขึ้นอีกเยอะในบ้านเมืองเรา ถามว่าแล้วกระทรวงอื่นล่ะมีมั๊ย ก็ต้องตอบว่า “มี!” คงต้องมาว่ากันต่อ