เสือตัวที่ 6

สถานการณ์ในการจัดตั้งสมาชิกและเป็นแหล่งผลิตกำลังรบ ตลอดจนแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนในสถานศึกษาที่ล่อแหลมในพื้นที่ปลายด้ามขวานนั้น เริ่มมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นมาเป็นลำดับ ด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐ ได้ตระหนักรู้ในความสำคัญของประเด็นปัญหานี้ ซึ่งแต่เดิมนั้น การหล่อหลอมความคิดให้กับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญประการหนึ่ง ในการขับเคลื่อนการต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ ให้ยังคงดำรงความต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยเน้นยุทธศาสตร์การยึดครองมวลชนในหมู่บ้านเป็นฐาน และอาศัยการบ่มเพาะแนวความคิดแปลกแยกให้เกิดกับคนรุ่นใหม่ในสถานศึกษากับคนไทยพุทธโดยทั่วไป เพื่อเป็นแนวร่วมขบวนการ และเข้าสู่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวาน ด้วยการก่อความไม่สงบ ด้วยการจัดตั้งสมาชิกและเป็นแหล่งผลิตกำลังรบให้มีความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายเพื่อจัดตั้งเป็นรัฐปัตตานีดารุสลาม

เป้าหมายในระดับยุทธศาสตร์ใหญ่สุดท้ายที่ต้องการ นั่นคือ การปกครองตนเองอย่างอิสระตามวิถีที่คนระดับนำในขบวนการร้ายแห่งนี้ปรารถนา ควบคู่กับกระบวนการในการนำเยาวชนเป้าหมาย มาจัดตั้งเป็นแนวร่วมของขบวนการในเบื้องต้น จนอาจถึงขั้นร่วมเป็นกองกำลังติดอาวุธในท้ายที่สุด ทั้งนี้เพื่อดำรงการต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องยานานจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย โดยใช้สถานศึกษาอิสลามบางแห่งในพื้นที่ เป็นแหล่งสะสมบ่มเพาะแนวความคิดการก่อความไม่สงบ ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงสามารถสร้างเปอมูดอ(เยาวชนจัดตั้ง) เพื่อสนับสนุนและสืบทอดแนวความคิดในการต่อสู้ด้วยความรุนแรงภายใต้ความเชื่อและศรัทธาใน “สงครามญีฮาด” ทำให้สถานการณ์ความความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง

ด้วยสภาวะทางสังคมท้องถิ่นทำให้พ่อแม่หรือผู้ปกครอง ต้องการให้บุตรหลานของตนมีความเคร่งครัดในหลักศาสนา เพราะมีความเชื่อถือ ศรัทธาต่อกลุ่มโต๊ะครูหรือครูสอนศาสนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับเห็นว่า การศึกษาในสถานศึกษาทางศาสนาอิสลามดังกล่าว มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตอิสลามที่ตนเชื่อมั่นศรัทธา และโอกาสในการเข้าถึงสถานศึกษาดังกล่าวมีมากกว่าสถานศึกษาของรัฐสายสามัญของรัฐทั่วไป ซึ่งขบวนการแบ่งแยกดินแดนได้มีการสอดแทรกเข้ามาแสวงประโยชน์จากการที่สถานศึกษา เป็นแหล่งศูนย์รวมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ในการสร้างสมาชิก หรือแนวร่วมขบวนการก่อความไม่สงบรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้สถาบันปอเนาะบางแห่งหรือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามบางแห่งดังกล่าว เป็นสถานที่ในการหล่อหลอมกล่อมเกลาความคิด ความเชื่อ อย่างเป็นระบบ เพื่อเป้าหมายระดับยุทธศาสตร์สำคัญคือ การแบ่งแยกดินแดน

นักจัดตั้งเยาวชน (เปอร์กาเดส) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสภาปฏิบัติงานกลางของขบวนการ มีหน้าที่ในการสร้างสมาชิกของขบวนการหรือเยาวชนจัดตั้ง(เปอมูดอ) โดยมีงานที่สำคัญคือ การคัดเลือกเยาวชนจากในสถานศึกษาศาสนาอิสลาม เพื่อคัดเลือกเข้าทำการฝึกเป็นเยาวชนจัดตั้ง (เปอมูดอ) และคัดเลือกเข้าทำการฝึกเป็นทหารหรือ RKK ต่อไป และด้วยความเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของขบวนการแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ ทำให้สถานศึกษาบางแห่งในพื้นที่ดังกล่าว เป็นจุดศูนย์ดุลที่หน่วยงานภาครัฐ ไม่สามารถเข้าถึงสถานศึกษาเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง กระบวนการในการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบ จึงสามารถกระทำได้โดยแกนนำและแนวร่วมขบวนการได้อย่างเสรี จนกระทั่งในปัจจุบัน หน่วยสันติสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานที่บุกเบิก นำร่องการเข้าถึงสถานศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานศึกษาที่ล่อแหลมต่อการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้มากขึ้น โดยใช้ความพยายามในการเข้าไปให้การช่วยเหลือ สนับสนุนกิจการขงสถานศึกษา และเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความต้องการของสถานศึกษาในพื้นที่สู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมแก้ปัญหาและพัฒนาสถานศึกษาได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงสถานศึกษาของหน่วยงานด้านความมั่นคงดังกล่าว ยังคงกระทำได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงบุกเบิก นำร่องเท่านั้น โดยยังไม่สามารถเข้าถึงการให้การเรียนการสอน การให้ความรู้ ความคิดของสถานศึกษาที่มีต่อเด็กและเยาวชนได้มากเท่าที่ควร จึงยังคงเป็นช่องว่างให้ผู้ใหญ่ที่มีเจตนาแอบแฝงมีการสอดแทรกแนวคิดแปลกแยกกับคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เกิดขึ้นกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่การก่อความไม่สงบในสถานศึกษา โดยเฉพาะช่วงการเรียนการสอนสายศาสนา และเวลากลางคืนต่อนักเรียนที่อยู่ประจำได้

ดังนั้น ภาครัฐที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย และทุกระดับ ต้องเร่งดำเนินการต่อสถานศึกษาที่มีแนวโน้มว่ามีความล่อแหลมต่อการสั่งสมบ่มเพาะแนวคิดที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติเหล่านั้นอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยมุ่งไปที่ผู้บริหารตลอดจนบุคลากรทั้งหมดในสถานศึกษา ได้มีโอกาสในการปรับเปลี่ยนความคิด หรือสร้างโอกาสในการเข้าถึงโลกภายนอกให้เกิดกับครูทุกส่วนทุกฝ่ายของสถานศึกษา หรือสร้างทางเลือกและโอกาสให้สถานศึกษาเหล่านั้นยอมรับและนำครูสอนศาสนาและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเข้าใจในภาครัฐ ให้เข้ามาเป็นครูในสถานศึกษาเหล่านั้นมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารและครูของสถานศึกษา หันมาเข้าร่วมพัฒนาท้องถิ่น ร่วมกันแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง ตามแนวทางสันติวิธี

เหล่านี้ จึงเป็นคำตอบสำคัญในการต่อยอดการเข้าถึงสถานศึกษาของหน่วยงานด้านความมั่นคงในระยะบุกเบิกดังกล่าว เพื่อให้การแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ มีพลังจากเด็กและเยาวชน รวมทั้งครู อาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความเข้าใจ ปรับทัศนคติที่ดีให้กับเยาวชนในสถานศึกษาเหล่านั้น เป็นแหล่งผลิตมวลชนให้กับภาครัฐ อันจะทำให้การนำสันติสุขมาสู่พื้นที่มีความเป็นไปได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลให้ผู้ก่อความไม่สงบหัวคิดสุดโต่ง จำเป็นต้องยุติการใช้อาวุธ และกลับมาต่อสู้ในแนวทางสันติวิธีในที่สุด