43สส.พาเหรดซบภูมิใจไทย
พลังดูดแรง! ภูมิใจไทยเนื้อหอม 43 ส.ส.พาเหรดลาออกพรรคเก่าย้ายรังใหม่ หลังล็อบบี้-ดีลลับ พร้อมเปิดตัว 16 ธ.ค. ชู อนุทินเป็นนายกฯ ด้านพท.บุกหาเสียงเมืองคอน ประกาศอุ๊งอิ๊งเป็น1แคนดิเดตนายกฯ โพลเผย"อนุทิน"เฉือน"อุ๊งอิ๊ง" คว้าอันดับ 1 ผู้นำคนใหม่
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ส.ส.ย้ายพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 66 สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ทางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 6 เม.ย.65 ที่ผ่านมา ได้ครบรอบวันเกิดพรรค ก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 และได้มีการปรับปรุงที่ทำการพรรค โดยการรีโนเวทที่ทำการพรรคภูมิใจไทยครั้งใหญ่ เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.65 ที่ผ่านมา ใช้เวลา 8 เดือน ซึ่งจะมีพิธีเปิดที่ทำการพรรค ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครส.ส. สมาชิกพรรค เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
ขณะที่มีรายงานว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการประกาศศักดาการเตรียมความพร้อมและแสดงพลังของบรรดา ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ของทุกพรรคการเมืองที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคภูมิใจไทยจำนวน 37 คน เข้าร่วมงานด้วย ภายหลังจากที่ ส.ส.เหล่านั้นได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และส.ส.ของพรรคการเมืองเดิม ที่สังกัด ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ก่อนที่จะเริ่มประกาศตัวหาเสียงในนามพรรคภูมิใจไทย และชูนายอนุทินหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ คนที่ 30 ในการเลือกตั้งคร้งหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ามีส.ส.ที่จะเข้าพรรคภูมิใจไทย เบื้องต้นจำนวน 37 คน อาทิ 1.พรรคพลังประชารัฐ 14 คน ได้แก่ 1.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. 2.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. 3.น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. 4.นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท 5.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ 6.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม 7.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี 8.นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี 9.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก 10.นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี 11.นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี 12.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 13.นายอัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 14.พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี
2.พรรค เพื่อไทย (พท.) จำนวน 10 คน ได้แก่ 1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ 2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย 6.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 7.นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี 8.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 9.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา 10.นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
3.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จำนวน 5 คน ได้แก่ 1.นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี 2.นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย 3.นายพีรเดช คําสมุทร ส.ส.เชียงราย 4.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.เศรษฐกิจไทย (ศท.) จำนวน 3 คน ได้แก่ 1.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 2.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี 3.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์
5.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำนวน 1 คน ได้แก่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี 6.พรรคเพื่อชาติ จำนวน 1 คน ได้แก่ นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 7.พรรคประชาภิวัฒน์ จำนวน 1 คน ได้แก่ น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 8.พรรคชาติพัฒนา จำนวน 1 คน ได้แก่ นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร 9. พรรครวมพลัง จำนวน 1 คน ได้แก่ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
แหล่งข่าวรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทยต่อสายโทรศัพท์หา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ตัดสินใจจะย้ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นรายบุคคล โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ขอสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมกับแจ้งว่า จะไปให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ช่วยทำเรื่องลาออกจากการเป็น ส.ส. ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อจะได้เปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับ ส.ส.ที่กำลังจะย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล และพรรคอื่นๆ ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้
แต่ปรากฏว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลายคนยังไม่ต้องการลาออกจาก ส.ส.ในตอนนี้ แต่ต้องการลาออกในช่วงปลายเดือน ม.ค.66 เพราะเห็นว่ายังพอมีเวลา เพื่อสังกัดเป็นสมาชิกใหม่ 90 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง ไม่ต้องเร่งรีบลาออก อีกทั้งเวลาหาเสียงในสถานะ ส.ส.กับสถานะอดีต ส.ส.นั้นต่างกัน ถ้ายังเป็น ส.ส.จะหาเสียงง่ายกว่า โดยเฉพาะช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ จะมีงานและกิจกรรมในพื้นที่หลายงาน ทั้งเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวมไปถึงงานวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมามักจะเชิญ ส.ส.ไปเป็นประธานหรือร่วมกิจกรรม ทำให้ได้พบปะประชาชน ทั้งนี้อาจมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ บางกลุ่มนัดแนะกันเพื่อจะเป็นตัวแทนไปพบ ผู้มีอำนาจ ของพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอผัดผ่อนการลาออกในครั้งนี้ออกไปก่อน
ขณะที่ ส.ส.บางคน จากพรรคการเมือง อื่นๆ ก็มีปัจจัยแตกต่างกันไป ยังไม่ต้องการลาออกในช่วงนี้เช่นกัน และต้องการเป็นส.ส.ให้นานที่สุด และเป็นเสียงในสภาฯให้พรรคภูมิใจไทย เพราะไม่มั่นใจว่า เมื่อลาออกไปแล้ว จะกลับมาชนะเลือกตั้งได้อีกหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาเข้ามาได้ด้วยกระแสจากพรรคการเมืองเก่า
ซึ่งแตกต่างจาก นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ได้แสดงความชัดเจน ด้วยการแจ้งลาออกจาก ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ไปแล้ว เพื่อต้องการใช้เวลา แนะนำตัวกับชาวบ้านใหม่ ว่าย้ายมาเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้ว ส่วน นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม พรรคเพื่อไทย ก็จะลาออกจาก ส.ส.ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้
"เชื่อว่าผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยอาจพิจารณาให้บางคนลาออกตามความสมัครใจ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและสถานการณ์ การเมือง ในแต่ละพื้นที่ ของแต่ละคน ส่วนคนที่ยังเห็นว่าไม่ต้องลาออก อาจเปิดช่องให้ลาออกส.ส. ภายหลังก่อนถึงเส้นตายในวันที่ 7 ก.พ. 66 เพื่อเป็นสมาชิกพรรคการเมือง จำนวน 90วัน ก่อนวันเลือกตั้งตามที่ กกต.เคยกำหนดไว้ในวันที่7พ.ค.66 ในกรณีรัฐบาลอยู่ครบวาระในวันที่ 23 มี.ค.66 นี้ " แหล่งข่าว กล่าว
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า ขอให้จับตาในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีส.ส.ที่ชัดเจนมาร่วมเปิดตัว 37 คน และ ยังมีส.ส.ที่อยู่ระหว่างการดีล เจรจาใน ทางลับ อีกประมาณ 5-6 คน ก็จะมาร่วมสังเกตุการณ์ภายในงานด้วย และบางคนอยู่ระหว่างการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ โดยเฉพาะส.ส.กทม. และส.ส.จังหวัดปริมณฑล บางคน ที่ช่วงแรกได้รับการทาบทามให้ย้ายไปอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตอนนี้ก็เกิดอาการลังเลกับท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ที่ยังไม่ขัดเจน ขณะที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยต้องการความชัดเจน เพื่อวางตัวผู้สมัคร ส.ส.
อย่างไรก็ตาม หากในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 4-5 วัน หลังจากนี้ ยังอยู่ในการ ดีลลับ หากตกลงกันได้จนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ก็จะมีส.ส.ลาออกเพิ่มขึ้นอีก และคาดว่าเบื้องต้นในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นๆ ที่จะย้ายมาพรรคภูมิใจไทย ไม่ต่ำกว่า 43 คน เข้าร่วมในงานดังกล่าวด้วยเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นก็จะมีการทยอยเปิดตัวว่าที้ผู้สมัครส.ส. ในนามพรรคภูมิใจไทยต่อไป รวมถึงการเปิด ดีลลับ อีกเป็นระยะๆ ในช่วงเดิอน ม.ค.66 เนื่องจากสถานการณ์ภายในของแต่ละพรรคการเมืองยังไม่นิ่ง ยังมีแนวโน้ม ที่ส.ส. จะย้ายพรรคอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ห่วงบรรยากาศสภาไม่แน่นอน เกรงอุบัติเหตุยุบสภา ให้ส.ส.เร่งทำงาน ว่า ตนเห็นตรงกัน ซึ่งนายชวน เป็นประธานสภาก็ต้องห่วงงานของสภา เป็นสภาวะที่น่าห่วงจริง ในขณะที่ส.ส. เองเขาก็ห่วงเรื่องการเมืองด้วยเพราะการเมืองคือการเมือง สภาคือสภา และเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว ดังนั้นในตัวสภาจึงจะมีปัญหาซึ่งเราก็โทษ ส.ส. เขาไม่ได้ เพราะเขาก็ต้องเตรียมการเพื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ที่อยู่ในพื้นที่จึงต้องรักษาสถานะความเป็นส.ส.ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
นายนิกร กล่าวว่า ขณะเดียวกันส.ส.ส่วนที่กำลังคิดจะมีการเปลี่ยนแปลงในการย้ายพรรค ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้จะเกิดขึ้นมาก เพราะครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง จึงมีแรงส่งทำให้เกิดการเคลื่อนไหวย้ายพรรคกันอีกมาก และมากกว่าปกติ ขนาดคนที่อยู่ในพรรคเดิม ยังต้องออกไปหาเสียง แล้วนับประสาอะไรกับคนที่จะต้องเปลี่ยนพรรค ที่ต้องทำงานเป็นสองเท่า
นายนิกร กล่าวว่า การที่จะมี ส.ส. ลาออกกันเป็นจำนวนมากจึงอาจเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งจะทำให้สภามีปัญหาเรื่ององค์ประชุม เมื่อทราบว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในการลาออกเพื่อไปเตรียมการในการเลือกตั้งในนามพรรคใหม่ ซึ่งจำนวนส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลในสภาจะลดลง ถ้ากึ่งหนึ่งก็พอประคองได้ แต่ถ้าฝ่ายรัฐบาลลดไปมากจะมีปัญหา เสียงของรัฐบาลจะไม่พอสู้กับฝ่ายค้าน จะลำบาก ปริ่มน้ำ ทำให้มีปัญหามากในสภา สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเองโดยที่คอนโทรนไม่ได้
นายนิกร กล่าวว่า ถ้าสภายังล่มอยู่แบบนี้ การพูดถึงการยุบสภามันก็มี เพราะสภาไม่ฟังชั่น ไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น แต่จะมีปัญหาที่สาหัสอยู่มากคือกฎหมายลูก 2 ฉบับ ยังไม่ประกาศใช้ หากยุบสภาตอนนี้จะเกิดปัญหาตามมาเยอะมาก เพราะฉะนั้นอาจจำเป็นต้องทำใจ ตอนนี้จึงต้องทนๆกันไป ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เท่าที่โอกาสและปัจจัยเป็นแบบนี้ เราระงับปัญหาไม่ได้ จึงต้องรอกฎหมายลูก 2 ฉบับก่อน
ผมเป็นห่วงมาก ว่าสถานการณ์มันพร้อมจะยุบสภา แต่จะยุบเมื่อไหร่อาจจะไม่ได้อยู่ที่นายกฯคนเดียวแล้ว อยู่ที่สถานการณ์ในสภาด้วย นายนิกร กล่าว
วันเดียวกัน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วน ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้บริหาร แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกิจกรรม ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง ที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ น.ส.แพทองธารได้ร่วมลงพื้นที่ภาคใต้ พร้อมกับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของน.ส.แพทองธาร โดย น.ส.แพทองธารถือว่าเป็นสะใภ้ของคนใต้ เพราะสามีเป็นคนจ.นครศรีธรรมราช โดยมี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัว นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อดีตส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีประชาชนที่มารอให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบสีแดงให้กับน.ส.แพทองธารจำนวนมาก
ที่หอประชุมเมืองนครศรีธรรมราช (ทุ่งท่าลาด) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในกิจกรรม "ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง" ว่า วิกฤตที่พี่น้องประชาชนต้องพบเจอมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เป็นความทุกข์ทรมาน ไร้เสรีสิทธิเสรีภาพ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พี่น้องชาวใต้และพรรคเพื่อไทยจะจับมือสู้ไปด้วยกัน หากพี่น้องประชาชนต้องการออกจากความทุกข์ยาก อยากมีอนาคตที่ดี เตรียมพร้อมไว้สำหรับลูกหลาน ขอฝากพรรคเพื่อไทยไว้ในหัวใจของพี่น้องชาวใต้ทุกคน หากเราร่วมแรงร่วมใจ ขอเพียงพี่น้องชาวใต้ มอบใจ มอบคะแนนให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในภาคใต้ แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ต้องชนะอย่างถล่มทลาย ได้ที่นั่ง ส.ส. 250 คน ขึ้นไป เพื่อให้ได้เสียงชนะ ส.ว.ที่มี 250 คน หากชนะ ส.ว.ได้ เขาจะยอมก้มหัวให้เรา