วันที่ 13 ก.ค.61 ที่ บก.ทท.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทุกสถานีปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม และบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, หน่วยรบพิเศษสยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สน.ทองหล่อ ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จำนวน 74 เป้าหมาย ทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 56 ราย โดยจับกุมตามข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต”จำนวน 11 ราย (สัญชาติเมียนมา 5 ราย, รัสเซีย 1 ราย, แคนาดา 1 ราย, อังกฤษ 1 ราย, เยอรมัน 1 ราย, อินเดีย 1 ราย, กัมพูชา 1 ราย) และจับกุม MR.MICHAEL EWALD อายุ 56 ปี ​สัญชาติเยอรมัน​3,304 วัน​(นครสวรรค์),นายบี ทองดี อายุ 20 ปี​​​สัญชาติกัมพูชา​​591 วัน​(ตราด) และMr.Bone Laszlo อายุ 53 ปี​​สัญชาติแคนนาดา​260 วัน​(อุดรธานี) จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต”จำนวน 41 ราย (สัญชาติอินเดีย 18 ราย, ลาว 9 ราย, เมียนมา 7 ราย, กัมพูชา 6 ราย, กินี 1 ราย) จับกุมข้อหาอื่นๆจำนวน 4 ราย (สัญชาติไทย 1 ราย, เมียนมา 1 ราย, มาเลเซีย 1 ราย, กัมพูชา 1 ราย) พร้อมตรวจสอบเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 71 เป้าหมาย แบ่งเป็นเป้าหมาย
โรงเรียนนานาชาติ 1 เป้าหมาย, สถาบันสอนภาษา 5 เป้าหมาย, โรงเรียนสามัญ 23 เป้าหมาย, เป้าหมายอื่นๆ จำนวน 45 เป้าหมาย ​รวมยุทธการ 31 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมาย 3,947 เป้าหมาย จับกุมผู้กระทำความผิดได้ ทั้งหมด 1,724 ราย


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 17
ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว ​​ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำผิดอาชญากรรมต่างๆ และยาเสพติด รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง ปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการสืบสวนตรวจสอบเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีดังกล่าว

​​