"ลุงกำนัน" สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เริ่มส่งสัญญาณพร้อมออกศึก เมื่อล่าสุดเจ้าตัวออกมาโพสต์ข้อความเชิญชวนพี่น้องประชาชน ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ให้มาร่วมจัดตั้งพรรค จะถือเป็น "ตัวช่วย" ให้กับ "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" หรือ คสช.ไปพร้อมๆกับ "ข่มขวัญ"คู่ต่อสู้ ที่คิดจะเทียบชั้นพรรคทหาร ได้หรือไม่ คือความเคลื่อนไหวที่ไม่อาจละสายตา

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สุเทพ เพิ่งจัดทำบุญวันเกิดที่วัดชลประทานราษฎร์รังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี ท่ามกลางเพื่อนพ้องน้องพี่ไปร่วมงานบุญ และอวยพรกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำพรรคคนอื่นๆ

ยิ่งทำให้เกิดความสับสน ว่าแท้จริงแล้ว พรรคพลังประชาชาติไทย ของลุงกำนัน ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุน คสช.หนุน "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ไม่ว่าจะมาจาก นายกฯ คนในหรือคนนอก ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เองประกาศท่าทีมาอย่างชัดแจ้ง ว่าใครจะอยู่กับพรรคต้องสนับสนุนอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ เท่านั้น

แต่ถึงกระนั้นข้อกังขาที่หลายคนสงสัยถึงทิศทาง ทางการเมืองระหว่างประชาธิปัตย์กับพรรครวมพลังประชาชาติไทย เคยได้รับคำตอบ มาแล้วก่อนหน้านี้ว่า ต่างมีความชัดเจนของตัวเอง แต่ในเรื่องของ "สัมพันธภาพ" ระหว่างของแกนนำทั้งที่อยู่ และเคยอยู่ในพรรคสีฟ้าย่อมเป็นเรื่องที่ตัดกันไม่ขาด

การส่งสัญญาณเตรียมโหมโรงเคลื่อนไหวทางการเมือง ของสุเทพ ล่าสุดยังบอกด้วยว่าเขาเองเตรียมเดินสายไปพบปะประชาชนในทุกจังหวัด ภายหลังจากที่ คสช.ประกาศปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่าเป้าหมายในการเดินทางของสุเทพ ในราวเดือน ส.ค.คือการเดินทางไปให้ได้ในจังหวัดต่างๆให้มากที่สุด

การจุดพลุพรรคการเมืองใหม่ในมือสุเทพ ครั้งนี้ดูจะสอดคล้องในห้วงจังหวะเวลาเดียวกันกับที่ คสช. อยู่ในระหว่างใช้บริการจาก "กลุ่มสามมิตร" ที่เร่งปฏิบัติการดูดอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย โดยจะขยายพื้นที่การดูดเพิ่มจากภาคอีสานไปยังภาคอื่น โดยมีเป้าหมายที่น่าสนใจคือการเจาะฐานเสียงในภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นบ้านเกิดของ"ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ในฐานะเจ้าของพรรคตัวจริง

เพราะหากทำสำเร็จได้จริง ย่อมกระทบต่อขวัญและกำลังใจของพรรคเพื่อไทย อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า พื้นที่เชียงใหม่ คือสัญลักษณ์ ของพรรคเพื่อไทยและคนในตระกูลชินวัตร

อย่างไรก็ดีน่าสังเกตว่า การเปิดตัวของสุเทพ ในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย รอบนี้ จะมีส่วนเข้ามาเสริมทัพให้กับ คสช. ด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะในจังหวะที่เริ่มมีกระแสและคำถามว่าแท้จริงแล้ว "ผลงาน" ของกลุ่มสามมิตรที่เดินหน้าดูดอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยนั้น สามารถมั่นใจได้หรือไม่ว่าตัวเลขอดีต ส.ส.ในมือนั้นนิ่ง จนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ ?

หากจะว่าไปแล้ว ต้องยอมรับว่าวันนี้ "ตัวช่วย" ของฟาก คสช. นั้นมีอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความคึกคักข่มขวัญ และทำลายกำลังใจของพรรคเพื่อไทยยิ่งนัก แต่อีกด้านหนึ่งอาจเป็นการสะท้อนได้เช่นกันว่า หากทุกอย่างง่ายดายจริง เหตุใดจึงต้องใช้ตัวช่วยมากมายหลากหลายกลไก