การส่งเสริมคุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา สร้างคนดีสู่สังคม ( คกก.สังเสริมคุณธรรมแห่งชาติ )

คำนิยม รัฐบาลมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพและ คุณธรรม เป็นสังคมที่น่าอยู่ โดยน้อมนำ ศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นเป้าหมายการพัฒนา โดยเฉพาะปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และได้ประกาศใช้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ที่มีวิสัยทัศน์ให้สังคมไทยมีคุณธรรมเป็นรากฐานสำคัญในการดำรงชีวิต สืบสานความเป็นไทย อยู่ร่วมกันด้วยความสงบและมีสันติสุข และมุ่งส่งเสริมคุณธรรมที่พึงประสงค์ของสังคมไทย 4 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา

ซึ่งเป็นคุณธรรมที่จะทำาให้บุคคลมีความดี ความก้าวหน้าในชีวิต และจะทำให้สังคมมีแต่สันติสุขอย่างแท้จริง ในการจะสร้างสังคมที่ดี จะอาศัยแต่การมีนโยบายหรือแผนงานต่างๆของรัฐบาลอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ แต่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทุกคน โดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรส่งเสริมคุณธรรม สร้างคนดีสู่สังคม

เพื่อส่งเสริมสนับสนุนคนรอบข้างให้เป็นคนดี ทั้งในองค์กร ชุมชน และสังคม เพื่อเป็นพลังร่วม สร้างสังคมคุณธรรม ในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา : นายกรัฐมนตรี

บทที่ 1 คุณธรรมคือหัวใจการสร้างคนดีสู่สังคม “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม””
พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ พระองค์ท่านมีพระจริยวัตรที่งดงามยึดมั่นในทศพิธราชธรรมมาโดยตลอด เป็นแบบอย่างของธรรมราชา และยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทยเป็นคนดีมีคุณธรรม ผ่านพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสในโอกาสต่างๆ

อีกทั้งยังทรงงานหนักตรากตรำพระวรกายไปในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ เพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนจนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก
พระองค์ท่านได้พระราชทาน “ศาสตร์พระราชา” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้พสกนิกรได้ กินดีอยู่ดีมีความสามัคคีปรองดอง ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงานและโครงการในพระราชดำริมากมาย พระองค์ท่านจึงทรง เป็นทั้งต้นแบบแห่งคุณธรรม ศูนย์รวมความศรัทธาและแรงบันดาลใจของการสร้างคนดีสู่สังคม
ทศพิธราชธรรม

การให้ ความเพียร ประพฤติดีงาม ความเที่ยงธรรม กิริยาสุภาพ อ่อนโยน
ความอดทน ความซื่อตรง สุขุม จิตใจมั่นคง เสียสละ ความไม่เบียดเบียน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะสืบทอดพระราชปณิธานของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ( 31 ธันวาคม 2559 ) “ ในปีใหม่นี้ ขอให้ชาวไทยทุกคนตั้งใจให้แน่วแน่ที่จะรักษาคุณสมบัตินี้ให้เหนียวแน่น และทำความคิดจิตใจให้แจ่มใสด้วยปัญญาที่กระจ่าง พิจารณาทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้ตามความเป็นจริง โดยปราศจากอคติ ให้มีความมุ่งมั่น มีกำลังใจในอันที่จะร่วมกันปฏิบัติสรรพกำลังน้อยใหญ่ในภาระหน้าที่ ตามแนวพระบรมราโชบายที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรได้พระราชทานไว้ ให้งานทุกอย่างสำเร็จผล เป็นความดี ความเจริญ ทั้งแก่ตนเองแก่ส่วนรวม และประเทศชาติ เป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในการนี้ ข้าพเจ้าขอปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประชาชนชาวไทยโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานร่วมกัน”

คุณธรรมนำการพัฒนา คนทุกคนต่างปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ดี ครอบครัวอบอุ่นอยู่ร่วมกันในสังคมและธรรมชาติอย่าง

“อยู่เย็นเป็นสุข” ด้วยความดี ความถูกต้อง ความเป็นธรรม เป็นคนดีในสังคมดีการสร้างคนดีสังคมดี เพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ยังประโยชน์แก่คนทั้งชาติได้นั้น ต้องใช้ “คุณธรรมนำการพัฒนา” คือ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านจิตใจ ทุกสถาบันในสังคมต้องร่วมมือกันบ่มเพาะ ปลูกฝัง ส่งเสริมให้คนทุกช่วงวัยทุกกลุ่มทุกพื้นที่ เป็นคนดีคิดดีพูดดีทำดี มีคุณธรรมเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตเพื่อต่อยอดการเป็นสังคมดี สังคมคุณธรรมที่คนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขบนพื้นฐานของความรัก

และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน คน : จึงเป็นหัวใจของการพัฒนา และ คุณธรรม : เป็นหัวใจของการพัฒนาคน ถ้าเราจะเข้าใจแนวทางการปลูกฝัง ส่งเสริมคุณธรรมในใจคนและสังคมได้นั้น ก่อนอื่นเราต้องทำาความเข้าใจความหมายของ “คุณธรรม” พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา

คุณธรรมคืออะไร “ถ้าคนเราคิดดี คิดถูกต้องตามหลักวิชาการและคุณธรรม คำพูดและการกระทำ ก็จะเป็นไปในทางที่ดีที่เจริญ

แต่ถ้าคิดไม่ดีไม่ถูกต้อง คำพูดและการกระทำก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งแก่ตนเองและส่วนรวมได้ ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่บุคคลจะพูด จะทำสิ่งใด จำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อนว่า กิจที่จะทำ คำที่จะพูดนั้น ผิดหรือถูก เป็นคุณประโยชน์หรือเป็นโทษเสียหาย เป็นสิ่งที่ควรพูดควรกระทำหรือควรงดเว้น เมื่อคิดพิจารณาได้ดังนี้ ก็จะสามารถยับยั้งคำพูดที่ไม่สมควร หยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง พูดและทำ

สิ่งที่จะสัมฤทธิ์ผล เป็นประโยชน์และความเจริญ” ( พระบรมราโชวาท ในหลวง รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย )

คุณธรรมตรงกับคำาในภาษาอังกฤษว่า VIRTUE นิยามไว้ 2 นัย คือ

1) ความดีงามของลักษณะนิสัย หรือพฤติกรรมที่เกิดจากการกระทำจนเคยชิน

2) คุณธรรมที่บุคคลได้กระทำาตามความคิดและมาตรฐานของสังคมเกี่ยวกับความประพฤติและศีลธรรม จากความหมายข้างต้นพอสรุปได้ว่า คุณธรรม หมายถึง “สภาพความดีที่เกิดขึ้นในจิตใจของคน และ แสดงออกเป็นการประพฤติปฏิบัติที่ดีจนเคยชินก่อให้เกิดประโยชน์สุขในสังคม”
ระดับของคุณธรรม คนที่มีคุณธรรมจะต้องมีทั้งปัญญาและศรัทธา ( จิตใจจดจ่อ concentrate ) ปัญญา คือ รู้ว่าอะไรควรทำ าและอะไรไม่ควรทำ ศรัทธา คือ มุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่รู้ ซึ่งคุณธรรมมีทั้งใน 1. ระดับบุคคล และ 2. คุณธรรมของการอยู่ร่วมกันในสังคม

1. คุณธรรมระดับบุคคล เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จของส่วนรวม
แบ่งได้ 4 กลุ่ม

1) คุณธรรมที่เป็นปัจจัยผลักดัน

ทำหน้าที่เป็นแรงผลักดันภายใน ทำให้คนเกิดความเพียร

พยายามทำในสิ่งที่มุ่งหมายไว้ให้สำเร็จประกอบด้วย “วินัย อดทน ขยัน “

เป็นคุณธรรมที่สร้างฐานรากที่แข็งแกร่งให้คนในสังคม

2) คุณธรรมที่เป็นปัจจัยหล่อเลี้ยง

ทำหน้าที่เป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงสร้างแรงผลักดันให้เกิดคุณธรรม

ประกอบด้วย “ซื่อสัตย์ ซื่อตรง รับผิดชอบ” เป็นคุณธรรมรากฐานของจิตใจที่ซื่อตรง

3) คุณธรรมที่เป็นปัจจัยเหนี่ยวรั้ง

ทำหน้าที่เหนี่ยวรั้งไม่ให้คนทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ผิดหลักคุณธรรมจริยธรรม

ประกอบด้วย: “ มีสติ พอเพียง” เป็นคุณธรรมที่สร้างฐานความสุจริตไม่โลภต้านทานความอยากได้

ตามกระแสนิยม

4) คุณธรรมที่เป็นปัจจัยสนับสนุน

ทำหน้าที่สนับสนุนให้บุคคลได้เข้าไปมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่างๆ โดยมุ่งหวังผลเพื่อประโยชน์ส่วน

เกิดการเคารพและให้ความสำคัญต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม ผ่านหลักของความเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ประกอบด้วย เมตตากรุณา กตัญญู เสียสละ การปลูกฝังคุณธรรม

กลุ่มนี้จะช่วยให้เกิดจิตอาสา และเปลี่ยนสังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรมอย่างแท้จริง

2. คุณธรรมของการอยู่ร่วมกันในสังคม นั้นยกระดับจากคุณธรรมระดับบุคคลสู่การอยู่ร่วมกัน

ซึ่งมีหลักการสำคัญ 2 ข้อ คือ ข้อห้าม กับ ข้อพึงปฏิบัติ

1) ข้อห้าม คือ ห้ามทำให้ผู้อื่นและส่วนรวมมีความทุกข์

2) ข้อพึงปฏิบัติ คือ ให้ทำ ให้ผู้อื่นและส่วนรวมมีความสุข

หลักการสำคัญของคุณธรรมการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม คือ ต้องทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่ใหญ่กว่าเสมอ