วันนี้ (12 ก.ค.) เวลา 16.00 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลบ (บก.ปอท.) พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนดล แก้วอุบล รอง ผบก. รฟ. ช่วยราชการ รอง ผบก.ปอท. และ ว่าที่ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.1 บก.ปอท. น.ส.จิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผอ.สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม กสทช. และ นายกนกศักดิ์ นิ่มนวลรัตน์ รักษาการผู้ช่วย ผอ.ด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงผลการจับกุม นายพีระเมศร์ วงศ์ทองเกื้อ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155/67 หมู่ 8 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1382/2561 ลงวันที่ 22 มิ.ย.61 พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไม่มียี่ห้อสีดำ 1 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโมโตโรล่า สีดำ พร้อมซิมการ์ดหมายเลข 083-251-7724 , ซิมการ์ด เครือข่ายทรูมูฟ 29 ซิม และ เราท์เตอร์ ยี่ห้อหัวเหว่ย สีขาว โดยติดตามจับกุมได้ที่ ร้าน ชาน โมบาย ดิอเวนิว พัทยาใต้ จ.ชลบุรี เมื่อวานนี้ (12 ก.ค.)

พล.ต.ต.วรวัฒน์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากบริษัท เรียล มูฟ จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่ายทรูมูฟ ว่าตรวจสอบพบความผิดปกติในการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือในห้วงเดือน มี.ค.-พ.ค. 2561 มีการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์โดยใช้รูปภาพหน้าบัตรประชาชน และรูปหน้าตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำนวน 55 หมายเลข ซึ่งอาจมีการนำเอาซิมโทรศัพท์มือถือดังกล่าวไปใช้กระทำความผิดอื่นๆ เช่น ก่อการร้าย ความมั่นคง หรือ ทางการเมือง โดย บก.ปอท. ได้ประสานข้อมูลไปยัง กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย จึงได้สืบสวนจนทราบรายละเอียดว่ามีการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ทั้งหมด ผ่านรหัสเพื่อนคู่ค้า (Dealer) ของบริษัท เรียล มูฟ จำนวน 3 รหัส ซึ่งเป็นของ นายพีระเมศร์ จำนวน 1 รหัส และ เพื่อนคู่ค้า อีก 2 รหัส

"ทั้งนี้ จากการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น พบว่าจาก 55 หมายเลข มีจำนวน 53 หมายเลขที่ลงทะเบียนจากโทรศัพท์มือถือของนายพีระเมศร์ ส่วนอีก 2 หมายเลขไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงเชื่อว่า นายพีระเมศร์ เป็นผู้ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือโดยใช้ Username และ Password ของเพื่อนคู่ค้ารายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ ต่อมา วันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.และ บก.ป. ร่วมติดตามจับกุมตัว นายพีระเมศร์ ภายในร้าน ชาน โมบาย ดิอเวนิว พัทยาใต้ จ.ชลบุรี "

พล.ต.ต.วรวัฒน์ เผยอีกว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายพีระเมศร์ ให้การว่าเป็นผู้ลงทะเบียนซิมดังกล่าวจริง ผ่านรหัสเพื่อนคู่ค้าของ บริษัท เรียล มูฟ จำนวน 3 รหัส ซึ่งเป็นของ นายพีระเมศร์ 1 รหัส และ ของเพื่อนคู่ค้า 2 รหัส ส่วนสาเหตุใช้รูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงทะเบียนเป็นเพราะในตอนแรกใช้รูปลูกค้าลงทะเบียนแต่ทำไม่ได้หลายครั้ง จึงทดลองใช้รูปบุคคลดังในการลงทะเบียนแทนการใช้รูปลูกค้าและสามารถทำได้ จากนั้น นำซิมไปจำหน่ายให้กับลูกค้าชาวต่างชาติ ราคาซิมละ 250 บาท สำหรับการปลอมบัตรประชาชนขึ้นมานั้น ซึ่งคนร้ายเป็น Dealer ของบริษัท ได้ใช้หนังสือเดินทางต่างชาติแต่เป็นรูปนายกรัฐมนตรี ใส่หมายเลขอะไรก็ได้ ทำให้ซับซ้อนหลายชั้นยากแก่การตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบแล้ว

ด้าน นายกนกศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทฯ มีตัวแทนอยู่ทั่วประเทศ มีระบบการป้องกันลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือ โดยกระบวนการตรวจสอบของบริษัทฯพบว่ามีการใช้รูป พล.อ.ประยุทธ์ เพียงรูปเดียวที่นำมาใช้ลงทะเบียน ในช่วงเดือน มี.ค.- พ.ค.61 จึงเดินทางมาแจ้งความ บก.ปอท. เพื่อช่วยสืบสวนสอบสวน

ขณะที่ น.ส.จิตสถา เผยว่า แอปพลิเคชั่น กสทช. มีกำหนดลงทะเบียน 2 ระบบ 1.ผู้ให้บริการทำขึ้นเอง และ 2.กสทช. ทำขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกของประชาชน เริ่มใช้ระบบดังกล่าวเมื่อ ก.พ.61 ระยะแรกใช้ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล และ กำลังพัฒนาระบบป้องกันการใช้บัตรปลอม ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นคนไม่หวังดีหาช่องทางประกอบอาชีพในทางทุจริต และเตรียมหามาตรการป้องกันในอนาคตต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ฐานเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน" ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ และ ความผิดทางอาญาโดยผู้ต้องหารายนี้จะต้องรับโทษต่างกรรมต่างวาระกระทง 5 ปี ซึ่งอาจจะถูกจำคุกสูงสุดถึง 275 ปี

รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีดังกล่าว บก.ปอท. ขอแจ้งเตือนประชาชนรวมถึงตัวแทนจำหน่ายของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หากนำ Username และ Password ของ ดีลเลอร์(Dealer) รายอื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

หากตัวแทนจำหน่ายที่ทำการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือให้กับลูกค้า โดยใช้ข้อมูลของบุคคลอื่น การกระทำดังกล่าวอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14(1)ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชาชนที่มีการนำข้อมูลสำคัญของตนเองไปให้กับผู้อื่น เช่น บัตรประจำตัวประชาชน บัตรเครดิต ต้องพึงระวังไว้เสมอว่า อาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในทางทุจริตได้ จึงไม่ควรเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่ บุคคลทั่วไป หรือควรตรวจสอบอย่างใกล้ชิดกรณีต้องให้เอกสารดังกล่าวแก่บุคคลอื่นไปทำธุรกรรมต่างๆเพราะอาจถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้อย่างผิดกฎหมาย และจะส่งผลร้ายกลับถึงตัวเจ้าของข้อมูลได้.