มติสนช.ไฟเขียวว่าที่กกต. 5 ส่วน “สมชาย-พีระศักดิ์”หวืดเก้าอี้ตามคาด

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.เมื่อเวลา 10.15 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คนที่ 1ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งคณะกรรมาธิการสามัญทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการเลือกตั้ง ที่มีพล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ ประธานกรรมาธิการฯ โดยมีรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ 7คน ประกอบด้วย 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด และ 5.นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 2 คนคือนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ทั้งนี้พล.อ.ไพชยนต์ได้รายงานการตรวจสอบประวัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7คน ต่อที่ประชุมสนช. ในส่วนที่เป็นรายงานเปิดเผย

จากนั้นที่ประชุมสนช.ได้สั่งให้ประชุมลับ เพื่อพิจารณารายงานลับของผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คน โดยใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา 13.10 น. เปิดประชุมอีกครั้ง โดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งให้สมาชิกสนช.ลงมติลับด้วยการเข้าคูหากาบัตรลงคะแนน ผลปรากฏว่าที่ประชุมสนช.ลงมติไม่เห็นความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คน โดยนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 20 เห็นชอบ 178งดออกเสียง 3 นายสมชาย ชาญณรงค์กุล ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 193 เห็นชอบ 3 งดออกเสียง 5 นายอิทธิพร บุญประคอง ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 10 เห็นชอบ 186 งดออกเสียง 5 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 168 เห็นชอบ 28 งดออกเสียง 5 นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 12 เห็นชอบ 184 งดออกเสียง 5 นาย นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 11 เห็นชอบ 184 งดออกเสียง 6 นายปกรณ์ มหรรณพ ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 10 เห็นชอบ 185 งดออกเสียง 6

ปรากฎว่าทั้ง 7 คนได้รับการเสนอชื่อเป็นกกต. เพียง 5 คน ได้รับคะแนนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด 246 คือจำนวน 123 คน ถือว่าได้รับเลือกเป็นกกต. ส่วนอีก 2 คน นายสมชาย และนายพีระศักดิ์ ได้รับคะแนนเห็นชอบน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่คือจำนวน 246 คือ 123 ถือว่าไม่ได้รับเลือกเป็นกกต.

อย่างไรก็ตามแม้การลงมติเลือกกกต. 5 คนก็สามารถทำหน้าที่ของกกต.ชุดใหม่ได้ เพราะตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุให้มีกกต. 5 คนขึ้นไปก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีกกต.ครบ 7 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมลับได้มีการรายงานการตรวจสอบประวัติในเชิงลึกของผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คน อย่างละเอียดพบว่านายสมชายถูกตั้งข้อสังเกตจากสมาชิกสนช.มากที่สุดเกี่ยวกับคดีถูกฟ้องร้องอยู่ในชั้นป.ป.ช.และศาล กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ต้องทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนสหกรณ์ ส่วนนายพีระศักดิ์ ถูกต้องข้อสังเกตว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง และคุณสมบัติไม่ตรงตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะมีสนช.สายอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคนลุกขึ้นช่วยชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นที่ถูกกล่าวหา ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่มองว่าคนที่จะมาทำงานเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากมีปัญหาก็ไม่สมควรที่จะมาทำหน้าที่

///////