โรงพยาบาลเอส สไปน์ฯ จัดกิจกรรมเสวนา โรคอุบัติการณ์ใหม่ เท็กซ์เนคซินโดรม สังคมก้มหน้า ยุคไทยแลนด์ 4.0 ไขข้อข้องใจใครป่วยได้บ้าง ป่วยแล้วรักษาอย่างไร

เมื่อวันเสาร์ ที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผอ.รพ.เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ (S-spine and nerve hospital)รพ.เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาท ซึ่งเป็นโรคอุบัติการณ์ใหม่ของสังคมก้มหน้า

นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ (S Spine Hospital and nerve) กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยเสี่ยงต่อการเป็นเท็กซ์เนค ซินโดรม(text neck syndrome) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน สาเหตุมาจากการทำงาน และการก้มเล่น โทรศัพท์มือถือ นาน ซึ่งแต่ก่อนโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง จะเกิดขึ้นช่วงอายุ 40-60 ปี

สำหรับอาการของโรค ส่วนใหญ่ที่พบจะ ปวดคอ และปวดหลัง มีสัดส่วนเท่าๆกัน ทำให้อัตราคนไข้มีสูงขึ้น ช่วงแรกคนไข้ก็จะหายารับประทานเอง พอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาเป็นโรคแบบเรื้อรัง ส่วนบางรายที่เป็นไม่มากก็จะหายไปหากได้รับยา

ด้วยปริมาณคนไข้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้โรงพยาบาล เอส สไปน์ ฯ เล็งเห็นโอกาสทางการเติบโตธุรกิจทางงการแพทย์ จึงได้ลงทุนเปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาทได้มาประมาณ1 ปีกว่า ผลตอบรับดีมาก จากกลยุทธ์ทางการต่อแบบปากต่อปาก ที่ลูกค้ารักษาแล้วได้ผลดีนำไปบอกต่อ จึงทำให้ขยายตัวไปอย่างรวดเร็วถึงเดือนละ 10-20 % โดยลูกค้าส่วนแบ่งเป็นคนไทย 50 % ต่างชาติ50 % ต่างชาติส่วนใหญ่มาจาก ตะวันออกกกลาง กัมพูชา เมียนมาร์ และฝรั่งเศส มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ได้ชูจุดแข็งของแบรนด์ คือการมีทีมงานแพทย์ และพยาบาล เฉพาะทางโรคกระดูกสันหลังและระบบประสาท ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ทำให้รู้ลึก รู้จริง สามารถรักษาได้ตรงจุด การวินิจฉัย ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ประกอบกับการนำนวัตกรรมสมัยใหม่จากทั่วโลกเข้ามาช่วยในการรักษา ใช้เลเซอร์และส่องกล้องนำวิถีในการผ่านตัดเป็นหลัก ราคาถูกกวาโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆถึง 30%

นอกจากนี้ยังมีห้องผ่าตัดจึงมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยระดับโลก ทำให้รักษาถูกต้องตรงจุด เกิดข้อผิดพลาดน้อยมาก คนไข้ที่ได้รับการรักษาผ่าตัดด้วยระบบการยิงเลเซอร์นั้นจะมีแผลเล็กมาก ไม่เจ็บปวดมาก และไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืน เพียงใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็สามารถเดินได้เหมือนคนปกติ การผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ฯ จะเสียเลือดน้อยมาก แผลมีขนาดเล็ก มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยในการรักษาคนไข้ อุปกรณ์สะอาดปลอดภัย ตอบโจทย์ผู้ป่วยให้สามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว ไม่ทรมาน และไม่เสี่ยงการติดเชื้อ

“อาจพูดได้ว่าเราเป็นโรงพยาบาลที่รักษาโรคเฉพาะทางด้านโรคเท็กซ์เนคซินโดรม และโรคกระดูกสันหลังและระบบประสาท แห่งแรกของประเทศไทย ที่รู้จักกันอย่างรวดเร็ว ด้วยประสิทธิภาพในการรักษาที่ดี ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปด้วยตัวของมันเอง มาถึงวันนี้เติบโตแบบกระโดดมากๆ จนทำให้เราต้องเพิ่มบุคลากร และเครื่องไม้เครื่องมือมากขึ้น ทุกวันนี้เราก็ประสานงานกับต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา เรื่องการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี ใหม่ๆ ในการรักษา จึงทำให้เรามีความเป็นเลิศทางด้านนี้” นายแพทย์ดิตถพงษ์ กล่าว

นายแพทย์ดิตถพงษ์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการรับรองการเติบโต ของธุรกิจ ขณะนี้กำลังศึกษาการลงทุนใหม่เพิ่ม แต่จะขอดูอีกประมาณ 2 ปี หากโรงพยาบาลแห่งเดิม เริ่มเต็ม และมีคนไข้มากขึ้น ก็จะลงทุนเปิดโรงพยาบาลเพิ่มอีก 1 แห่ง ในกรุงเทพฯ เบื้องต้นมองไว้ใกล้แห่งเดิม คือถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา

นับว่าเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรง และรองรับคนไข้ที่มีแนวโน้มมีเพิ่มขึ้น ทั้งวัยรุ่น และกลุ่มคนวัยทำงาน และต้องลุ้น จับตามองว่าจะในอนาคตโรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ จะมีการลงทุนเพิ่มอีก