สถาพร ศรีสัจจัง
            
ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ถึงช่วงยามนี้ การเมืองไทยในช่วง “สุกดิบ” ก่อนมีการเลือกตั้ง คงเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเอ่ย และเชื่อมโยงชื่อ 2 ชื่อ มาเกี่ยวข้องกัน คือท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ อดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ในความเป็นจริงเชิงพฤติกรรม อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ยังมีความเกี่ยวข้อง ทั้งโดยแจ้ง และโดยลับ กับพรรคเพื่อไทยที่พัฒนามาจากพรรคไทยรักไทยเก่าอย่างสำคัญในทำนอง... ชาวบ้านยังเชื่อว่าคุณทักษิณคือ “เจ้าของ” พรรคการเมืองพรรคนี้ (ผู้ถือหุ้นใหญ่ และ เป็น CEO...?)

           
แล้วท่านนายกฯพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาละ?!
             
หรือใครจะปฏิเสธว่า กระแสการถูกเลือกเป็นตัวแคนดิเดท ตำแหน่งนายกฯ (อีกสมัยหรือหลายสมัย/สืบทอดอำนาจ?)จากกลุ่มการเมืองทั้งจากอดีตนักการเมืองในสภาฯ(เก่า-ใหม่) และนักการเมืองนอกสภา(ที่สนใจหรือมีผลประโยชน์ร่วมทั้งโดยตรงและโดยอ้อม) คนที่มาแรงสุดย่อมจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากท่านหัวหน้า คสช.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา !!
             
เรื่องของเรื่องจึงต้องเกิด “ประยุทธ์ VS ทักษิณ” ขึ้นในยามนี้ก็ด้วยประการฉะนี้!
             
กรณีการปะทะสับประยุทธ์กันครั้งนี้ คงไม่มีเรื่องใดจะดังเท่าเรื่อง “พลังดูด” ที่ฝ่ายลูกน้องคุณทักษิณในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยตั้ง “วอร์ รูม” กระหน่ำกันมาแต่ต้น ยิ่งใกล้วันเลือกเลือกตั้ง กระแสกระหน่ำก็ยิ่งแรงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถึงขนาด CEO.ใหญ่ที่ต้องนิราศหนีศาลไทย อยู่เมืองนอก เมืองนา ต้องกระโดดมาออกโรงทำ “แคมเปญ” รณรงค์ด้วยตัวเองอย่างที่เห็นๆ
              
แล้วลูกน้องน้อยใหญ่จะรอพระแสงของ้าวอยู่ได้อย่างไร เดี๋ยวก็ตกขบวนรถด่วนเที่ยวสุดท้ายเอาได้ง่ายๆ ย่อมต้องมาเกาะกระบวนรุมกระหน่ำ สื่อที่มีอยู่ในมือทุกประเภทจึงต้องมารวมศูนย์อยู่ที่เรื่องนี้เป็นกระแสหลัก!
           

แต่ก็แปลก เรื่องเหมือนกลับโอละพ่อ คล้ายจะเข้าทำนอง “ยิ่งตียิ่งโต” เพราะกระแสของกลุ่มส.ส.เก่า ที่เคยสังกัดอยู่กับพรรคคุณทักษิณฯ รวมถึงบรรดาพรรคการเมืองที่ คุณทักษิณ เคยใช้ทั้งอำนาจทางการเมือง และ เงินตราอามิสต่างๆนานาไปจัดการ “ควบรวม” มาสังกัดตน กลับมีอาการเหมือน “ไม่กลัวน้ำร้อน” เพราะเฉพาะในกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “สามมิตร” กลุ่มเดียวก็ดูเหมือนจะมี ส.ส.เก่าทั้งจากภาคอีสาน เหนือ และ กลางวิ่งไปซบมากขึ้นทุกทีๆ
                
จะมากหรือน้อยเท่าไหร่ อันนี้คงต้องต่อสายถาม คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ/คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้ทำหน้าที่ผู้จัดการวงเอาเองก็แล้วกัน...เอ้ะ..หรือว่าท่านรองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คนเคยเป็นมือเศรษฐกิจให้คุณทักษิณจนรุ่งเรืองมาแล้วก็จะรู้ด้วย?
               
เรื่องนี้ไม่ต้องใช้หลักทฤษฎีอะไรต้องวิเคราะห์หรอก เอาแค่เรื่อง “กฎแห่งกรรม” ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ที่คนไทยทั้งสังคมรู้(แต่ไม่เคยยึดถือปฏิบัติ?) ก็อย่างที่พระท่านสอนมานานก็พอ ที่ว่า “กมฺมุนา วตฺตติ โลโก - สัตว์โลกทั้งหลาย ย่อมเป็นไปตามกรรมไ นั่นไง!
                   
เคยทำกรรมอะไรไว้ก็ย่อมจะต้องเสวยกรรมนั้นในท้ายที่สุด อย่าน้อยใจเลย!
                   
เรื่องนี้ทั้งผู้ไฝ่มาทางธรรม และไฝ่ทาง “มวลมหาประชาชน” เตือนมาถึงฝ่าย “ประยุทธ์” เป็นพิเศษว่า

เข้าไปขลุกไปล่มท้ายจมหัวกับใครเขา ก็อย่าเพิ่งปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผลประโยช์และอำนาจ เหมือนกับสิ่งที่คนไทยเรียก “นักการเมือง” (ในอดีต)ให้มากนัก เพราะนั่นไม่ใช่วิถีและแนวทางที่ “ยั่งยืน” อย่างที่ท่านโฆษณาวางนโยบายให้รัฐบาล คสช.ไว้นั่นแหละ 
                   
และต้องท่องไว้ให้จงหนักเสียแต่วันนี้ด้วยว่า “กฎแห่งกรรม” นั้นมีจริง!!!!