ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อว่า จาก “แดนสวรรค์สถานท่องเที่ยว” จะผันผายกลับกลายใกล้สู่ความเป็น “สมรภูมิรบ” เข้าไปทุกขณะ

สำหรับ “มหาสมุทรแปซิกฟิกตอนใต้” น่านน้ำซีกโลกใต้ของผืนพิภพเรา

เมื่อปรากฏว่า เหล่าชาติมหาอำนาจ ต่างพยายาม “โชว์เก๋า” แสดงแสนยานุภาพทางการทหารกันอย่างเมามัน

ไม่ว่าจะเป็น “สหรัฐอเมริกา” หรือ “พญาอินทรี” ที่เคยมีดีกรีเป็นมหาอำนาจเก่าเจ้าถิ่นเดิมในภูมิภาคแห่งนี้ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ดังปรากฏเป็น “ฐานทัพ” บ้าง อย่าง “ฐานทัพสหรัฐฯ บนเกาะกวม” เป็นอาทิ “การซ้อมรบทางการทหารภายใต้รหัสต่างๆ” บ้าง อย่าง “ริมแพ็ค (RIMPAC)” เป็นต้น

โดยที่ผ่านมา สถานการณ์และบรรยากาศก็ดูจะไม่กระไรนัก แถมยังเห็นเป็นภาพชินตาด้วยซ้ำ เหตุการณ์จึงยังถือว่า “ปกติ” ตามหลักการรายงานทางการทหาร

กระทั่ง การขยับเขยื้อนเยื้องกรายเข้ามาของ “พญามังกร” นิกเนมของ “จีนแผ่นดินใหญ่” เมื่อช่วงไม่กี่ขวบปีที่ผ่านมา ก็ดูท่าทำให้สถานการณ์และบรรยากาศขมึงตึงเครียดขึ้นมาโดยฉับพลัน

ส่งผลให้สร้างความหวาดหวั่นแก่บรรดาประเทศในภูมิภาคแห่งนั้นหาน้อยไม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ออสเตรเลีย” และ “นิวซีแลนด์” ผู้เปรียบได้กับ พี่เบิ้มใหญ่ของเหล่าชาติในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศแบบเกาะแก่งทั้งหลาย

อย่างกรณีที่ทั้งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ออกมาส่งเสียงบ่นๆ ต่อจีนแผ่นดินใหญ่ จากที่มีกระแสข่าวว่า กองทัพมังกรจะมาตั้งฐานทัพในส่วนใดส่วนหนึ่งของหมู่เกาะวานูอาตู เมื่อช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้า เป็นอาทิ แม้ทางการปักกิ่งต้องออกปฏิเสธกันพัลวันก็ตาม

ทว่า ทั้งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ก็ไม่ไว้วางใจ เพราะเกี่ยวข้องกับความั่นคงของพวกเรา ที่เห็นว่า กำลังถูกคุกคามจากพญามังกรจีนแผ่นดินใหญ่โดยตรง

โดยแต่ละฝ่ายต่างเร่งเสริมสร้างด้านความมั่นคงทางการทหารเป็นประการต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น “ออสเตรเลีย” ที่ตบเท้าเข้าร่วมในชาติสมาชิก “จตุภาคี เดอะ ควอดส์” อันเป็นความร่วมมือทางการทหารของ 4 ประเทศพี่เบิ้ม ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย โดยมีหมุดหมายเพื่อต่อต้านอิทธิพลจีนที่กำลังรุกคืบสยายกรงเล็บไปในทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย

พร้อมๆ กันนั้น ออสเตรเลีย ก็ยังเสริมเขี้ยวเล็บให้แก่กองทัพเป็นประการต่างๆ เช่น การทุ่มงบประมาณถึงกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อจัดซื้อ “เอ็มคิว-4ซีไทรทัน” “อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ซึ่งมีเทคโนโลยีล้ำสมัยจากสหรัฐฯ เป็นอาทิ เพื่อไว้ตรวจการณ์หากเกิดกรณียานรบของจีนรุกล้ำเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการรุกล้ำน่านน้ำ หรือน่านฟ้า ก็ตาม

เช่นเดียวกับ ทาง “นิวซีแลนด์” ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของออสเตรเลีย นอกจากเข้าเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการซ้อมรบทางนาวี ภายใต้รหัส “ริมแพ็ค” ร่วมกับกองทัพเรือสหรัฐฯ แล้ว

ล่าสุด รัฐบาลเวลลิงตัน ทางการนิวซีแลนด์ ภายใต้การนำของนายกรัฐมตรีหญิง “เจซินดา อาร์เดิร์น” ได้อนุมัติการสั่งซื้อ “พี-8 เอ โพไซดอน” เครื่องบินตรวจการณ์และมีศักยภาพด้านการต่อต้านเรือดำน้ำ หรือแม้กระทั่งยานรบอื่นๆ จากสหรัฐฯ จำนวน 4 ลำ คิดเป็นมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยก็กว่า 5.3 หมื่นล้านบาท

โดย “นายรอน มาร์ค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของนิวซีแลนด์” เปิดเผยว่า การสั่งซื้อฝูงบิน “พี-8 เอ โพไซดอน” ข้างต้น ก็เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้แก่กองทัพ ในการรับมือกับภัยคุกคามด้านความมั่นคง ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การขยายอิทธิพลจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่แผ่รุกคืบเข้ามาในภูมิภาคแปซิฟิกตอนใต้แห่งนี้ ทั้งนี้ การเสริมสร้าความแข็งแกร่งให้แก่กองทัพนิวซีแลนด์ดังกล่าว มิใช่เพื่อปกป้องแต่ประชาชนพลเมืองของนิวซีแลนด์แต่เพียงชาติเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิทักษ์ต่อประชาชนพลเมืองนานาชาติที่มาพำนักในนิวซีแลนด์แห่งนี้ด้วย

มีรายงานว่า ก่อนหน้าที่รัฐบาลนิวซีแลนด์ มีคำสั่งซื้อฝูงบินตรวจการณ์ต่อต้านเรือดำน้ำฝูงดังกล่าวนั้น ทางกระทรวงกลาโหมของนิวซีแลนด์ ได้ออกรายงานถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงว่า อิทธิพลของจีนแผ่นดินใหญ่ กำลังแผ่พุ่งตรงมายังภูมิภาคแปซิฟิกตอนใต้ ภายหลังจากรุกคืบเข้ามายังทะเลจีนใต้ ไปก่อนหน้า ซึ่งการแผ่อิทธิพลเข้ามาของทางการจีน ก็ถือเป็นบ่อนทำลายเสถียรภาพด้านความมั่นคงในภูมิภาคแห่งนี้ พร้อมๆ กับการบ่อนทำลายอิทธิพลของนิวซีแลนด์ในตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกไปในตัวเสร็จสรรพ โดยอิทธิพลของนิวซีแลนด์ในภูมิภาคที่สูญเสียไปนั้น ก็ไปตกอยู่ในมือของจีนแผ่นดินใหญ่แทน

ทั้งนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า จีนแผ่นดินใหญ่ ได้พยายามรุกคืบเข้ามาในภูมิภาคแปซิฟิกตอนใต้มาหลายเพลาแล้ว นอกจากใช้ช่องทางเศรษฐกิจ ด้วยการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ การค้า และการเงินให้แก่บรรดาประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้แล้ว ก็ยังใช้ปฏิบัติการสอดแนมทางการทหารด้วย โดยถึงขนาดส่ง “เรือสายลับ” เข้ามาสอดแนม ลอบเข้ามาถึงในน่านน้ำของนิวซีแลนด์เลยก็มี เช่น กรณีเรือ “หยวนหวัง5” อันเป็นเรือสอดแนมของทางการจีนแผ่นดินใหญ่ เข้ามาถึงน่านน้ำของนครออคแลนด์ เมืองท่าของนิวซีแลนด์ เมื่อ 2 ปีก่อน

นอกจากนิวซีแลนด์จะเสริมเขี้ยวเล็บแก่ทางกองทัพ ทางรัฐบาลเวลลิงตัน ก็หมายมั่นปั้นมือในอันที่จะกระชับด้านความมร่วมมือทางการทหารกับออสเตรแลีย และสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับจีนแผ่นดินใหญ่ หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น