ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหารและผลิตผลจากเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารเป็นอีกหนึ่งกลไกหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวด้วย เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.)โดย พล.อ.อ.ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2560 ให้แก่งานวิจัยด้านพาณิชย์ “เครื่องล้างเกลือในแมงกะพรุนดอง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย” ผลงานของ อาจารย์สมัคร รักแม่ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่นในการสร้างผลงานวิจัยมีคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในการลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและส่งผลให้กำไรเพิ่มมากขึ้นได้สำเร็จ

อาจารย์สมัคร รักแม่ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า ”แมงกระพรุนแปรรูปเป็นที่นิยมรับประทานในจีน ญี่ปุ่น ไต้หวันและเกาหลี โดยทั่วไปใช้วิธีการดองเกลือ 10 วัน วิธีนี้ทำให้เก็บแมงกะพรุนไว้ได้นานถึง 1 ปีในอุณหภูมิห้อง เนื้อแมงกะพรุนดองจะมีความเข้มข้นของเกลือสูงถึง 27% ดังนั้นก่อนบริโภคหรือส่งลูกค้า ผู้ประกอบการต้องนำมาล้างเกลือออก ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลานานและต้นทุนสูง ผู้ประกอบการที่ร่วมการวิจัยครั้งนี้ต้องการผลิตแมงกะพรุนจืดเพื่อจำหน่ายให้แก่ร้านอาหารญี่ปุ่น เกาหลี หรือ ร้านอาหารที่เป็นบุฟเฟต์ซึ่งมีสาขาตามห้างสรรพสินค้าและแหล่งชุมชนทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศจำนวน 1,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแนวโน้มความต้องการของตลาดมีมากขึ้น จึงต้องการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย แต่มีข้อจำกัดเรื่องของแรงงานคน ระยะเวลาการล้างเกลือในแมงกะพรุนใช้เวลานาน ต้องแช่น้ำค้างคืนหรืออาจนานถึง 8-12 ชั่วโมง หรือล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ รอบ พร้อมกับการขยำและบีบนวดไปด้วย ซึ่งใช้ปริมาณน้ำที่ล้างเกลือมาก ทำให้การผลิตในแต่ละวันได้น้อย และคุณภาพก็ไม่สม่ำเสมอ จึงต้องคิดค้นนวัตกรรมที่มาช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น และลดต้นทุน ผมและทีมวิจัยได้ออกแบบสร้างเครื่องล้างแมงกะพรุนต้นแบบให้กับทางผู้ประกอบการรายนี้ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และภาคเอกชน”

ต้นแบบเครื่องล้างเกลือในแมงกะพรุนดอง นี้ได้รับการออกแบบอย่างถูกสุขลักษณะตามหลักวิศวกรรมอาหาร (Hygenic Design) ใช้หลักการสร้างน้ำหมุนวน ล้างได้อย่างทั่วถึง มีกลไกการหมุนเหวี่ยงน้ำเพื่อสลัดน้ำออกจากแมงกระพรุนและมีระบบจัดการน้ำที่ประหยัดมีประสิทธิภาพ ใช้รอกไฟฟ้ายกขึ้นและเทแมงกระพรุนออกจากด้านล่างของตระแกรง สามารถควบคุมอุณหภูมิของน้ำได้ตามต้องการ ตั้งเวลาการทำงานของใบพัดและการกลับทิศทางของใบพัด แมงกระพรุนสารถทนต่อแรงตีกวนของใบพัดได้โดยไม่ฉีกขาด วัสดุทำด้วยสแตนเลส เกรด136 L ทนต่อการกัดกร่อนของเกลือ และออกแบบให้ถอดล้างทำความสะอาดได้ทุกส่วนและประกอบกลับได้โดยง่าย สามารถล้างแมงกะพรุนได้ครั้งละ 50 กิโลกรัม มีระบบแยกทรายหรือวัสดุแปลกปลอม

สำหรับความโดดเด่นของผลงานวิจัยนี้ อาจารย์สมัคร รักแม่ กล่าวว่า “สามารถลดเวลาการผลิตจากเดิมที่ต้องแช่นาน 8 -15 ชม.และล้างอีก 3 ชม. ให้สามารถแช่และล้างแมงกะพรุนได้ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ทำหน้าที่แทนพนักงานประมาณ 10 คน ทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้ถึง 81.3 % จากเดิมที่ใช้คนล้างซึ่งมีราคาต้นทุน 21.93 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถ้าใช้เครื่องล้างนี้ต้นทุนจะลดเหลือเพียง 4.10 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น รวมทั้งลดปริมาณการใช้น้ำล้างถึง 70% จากเดิมใช้น้ำ 36 ลิตรต่อกิโลกรัม เหลือเพียง 10.8 ลิตรต่อกิโลกรัม โดยเครื่องต้นแบบล้างเกลือในแมงกระพรุนดองนี้มีต้นทุนประมาณ 450,000 บาท ระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 126.2 วันทำงาน และหากขยายกำลังผลิตเป็นวันละ 2,000 กิโลกรัม จะลดต้นทุนการผลิตได้ถึงปีละ 9.4 ล้านบาท”

ปัจจุบัน บริษัท โชคดี ซี โปรดักท์ จำกัด ได้ติดตั้งเครื่องล้างเกลือในแมงกะพรุนดอง ซึ่งพบว่า แมงกะพรุนมีคุณภาพดีกว่าการล้างด้วยคนและให้เนื้อสัมผัสที่ดีกว่าไม่มีทรายปน ช่วยลดแรงงานคน และลดปริมาณการใช้น้ำในการผลิตได้อย่างมาก โดยได้ทดลองส่งแมงกะพรุนที่ล้างด้วยเครื่องนี้ไปให้แก่ลูกค้ากว่า 10 ร้านที่เป็นภัตตาคาร อาหารจีน ญี่ปุ่น ร้านสุกี้ ชาบู พบว่าได้รับความพึงพอใจ ที่สำคัญผู้ประกอบการรายนี้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ราคาเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยขายแมงกะพรุนดองราคา 52 บาทต่อกิโลกรัม จะสามารถขายแมงกะพรุนจืดได้ตั้งแต่ 100 บาทต่อกิโลกรัม คาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 30 % จากยอดขายเดิม โดยบริษัทกำลังวางแผนสร้างระบบล้างที่จะขยายขนาดจากเครื่องต้นแบบให้รองรับอัตราการล้างได้ 2,000 กิโลกรัมต่อวัน

เครื่องล้างแมงกะพรุนนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบทางการเกษตร หรือประมงชนิดอื่น ๆ เช่น ปลาทะเล ปลาหมึก ที่ต้องการล้างทำความสะอาดและลดปริมาณเกลือได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นนำนวัตกรรมมากระจายสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี