แสงไทย เค้าภูไทย
 
แม้วันนี้ สื่อไซเบอร์จะมีอิทธิพลต่อสังคมสูง แต่จากเหตุการณ์ถ้ำหลวง ทำให้เห็นบทบาทของสื่อกระแสหลักว่ายังมีพลังเหนือกว่าสื่อออนไลน์มาก แม้จะถูกตำหนิด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง แต่จิตวิญญาณในความเป็นนักข่าวก็ยังคงอยู่

เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงให้บทเรียนแก่สังคมไทยหลายด้าน ที่น่าศึกษาวิเคราะห์ก็คือในด้านสื่อมวลชน ที่เป็นจุดเด่นก็คือสื่อสังคมออนไลน์

โดยรูปแบบและการนำเสนอสื่อสังคมออนไลน์  สามารถจัดเข้าเป็นสาขาหนึ่งของสื่อมวลชน แม้ว่าโดยจุดหมายหลักของผู้สร้างสื่อนี้ขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ้คหรือไลน์ มุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างบุคลต่อบุคคล  ระหว่างกลุ่มต่อกลุ่ม ระหว่างสังคมต่อสังคม

เนื้อหาของสื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชี่ยลมีเดี่ยชวงเริ่มต้นนั้น เป็นการถ่ายทอดกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์ส่วนตัว กิจกรรมของหมู่คณะ กิจกรรมสารณะฯลฯ สู่สมาชิก

ต่อมา ขยายไปสู่การนำข่าวสาร ข้อมูล ข้อความในด้านอื่นๆทุกด้าน มาใช้สื่อถึงกัน และเผยแพร่วงกว้างขึ้นเรือยๆ

มีทั้งด้านชื่นชมและชิงชัง ( praise speech & hatred speech) ด้านความขัดแย้ง( confliction speech)ประชาสัมพันธ์โฆษณา ข้อความและภาพโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม ฯลฯ

แม้กระทั่งมิจฉาชีพ ก็นำไปใช้ในการหลอกลวง อย่างเช่นมีการสรวมรอยชักชวนให้ส่งเงินไปเข้าบัญชีเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในถ้ำหลวง หรือรับบริจาคสิ่งของรวมทั้งข่าวหลอก ข่าวลวง ข่าวปลอม (fake news)เป็นต้น

เรื่องข่าวปลอมนี้  ขณะนี้กำลังเป็นปัญหาระดับโลก  เพราะสร้างความปั่นป่วนทั้งในอเมริกา ยุโรป เอเชีย

ที่เกิดใกล้บ้านเราที่สุดก็คือมาเลเซีย

ส่วนบ้านเรา มีอยู่บ่อยๆ  แต่เป็นเหตุการณ์เล็กๆ ประเภท  “ข่าวสามบรรทัด”  “ข่าวขยะ ข้อมูลขยะ ( garbage information)” ซึ่งในช่วงเหตุการณ์เด็กดิดถ้ำก็มีอยู่ 2-3  ครั้ง

ผู้เสพสื่อออนไลน์บ้านเราเดี๋ยวนี้ ส่วนใหญ่เริ่มรู้ทันสื่อลวงโลกและข่าวปลอมเหล่านี้กันมากขึ้น

แต่นักสร้างข่าวปลอมก็พัฒนาตามและล้ำหน้า  เพราะจิตสำนึกของพวกเขาอยู่ในประเภทจิตต่ำ จิตสำนึกโลกร้าย จิตทราม

แต่ที่กำลังเป็นปัญหารุนแรงยามนี้ก็คือ การใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือทำลายล้าง  การสร้างเกมข่าว ทั้งเชียร์ ทั้งแช่ง สร้างข่าวลือ ข่าวลวงข่าวปลอม ฯลฯ

ที่ว่อนกันบนสื่อออนไลน์แทบจะทุก 10 นาที  และเพิ่มความเข้มข้น รุนแรงเร่งตัวเองไปสู่วันเป้าหมายเลือกตั้งในขณะนี้ก็คือ

การใช้สื่อทำลายล้างทางการเมือง ทั้งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลคสช. ทั้งฝ่ายสนับสนุนพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา ทั้งฝ่ายต่อต้านเผด็จการ

รัฐบาล คสช. แถลงว่า ได้สร้าง “นักรบไซเบอร์” (นักรบอินเตอร์เน็ต นักรบดิจิตอลนักรบสารสนเทศฯลฯ) ขึ้นมา  5,000  คน ไว้ต่อสู้กับฝ่ายตรงกันข้าม

ขณะนี้เริ่มเห็นออกงานกันบ้างแล้ว  ในรูปของสำนักข่าว รวมถึงหน่วยงานราชการ

ล่าสุดมีการส่งเอกสารทักท้วงหรือสื่อมวลชนเรียกว่าประท้วงนิตยสารไทม์ที่ลงบทความวิจารณ์เชิงลบต่อทัศนคติของพลเอกประยุทธ์

TIME ทั้งสิ่งพิมพ์และออนไลน์ เป็นนิตยสารรายสัปดาห์ของอเมริกา ฉบับเก่าแก่อันทรงอิทธิพลที่สุดในโลกฉบับหนึ่ง

มีชีวิตอยู่บนแผงแค่ 7 วัน ฉบับใหม่ก็มาแทนที่ อายุของข่าวและบทความก็อยู่แค่ 7 วันเท่านั้น

การที่รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศ ส่งหนังสือไปประท้วงเขา อาจจะตามคำสั่งหรือการเรียกร้องของกองงานโฆษกรัฐบาลด้วยความรู้สึกว่านายของตนถูกให้ร้าย น่าจะเป็นผลลบมากกว่าบวก

เพราะเท่ากับยืดอายุบทความชิ้นนั้น  เนื่องจากคนไทยจะถูกสะกิดใจให้หันไปหาบทความนั้นมาอ่าน แม้จะหมดอายุตามรายคาบของหนังสือไปแล้วก็ตาม

แต่ในด้านออนไลน์  มันจะยังถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำอยู่

คนที่อยากรู้ว่าไทม์วิจารณ์นายกฯในแง่ลบอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนทำรัฐประหารล่วงหน้าก่อนถึง  6  เดือน ก็สามารถคลิกเข้าไปหาอ่านได้

นี่เป็นอีกมิติหนึ่งของสื่อสารมวลชน

ในวันนี้การทำงานด้านสื่อสารมวลชนมิได้อยู่ที่ หนังสือพิมพ์  สื่อสิ่งพิมพ์รูปแบบต่างๆ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ สื่อกลางแจ้ง ฯลฯ เหมือนเดิมอีกแล้ว

อีเลกทรอนิกส์ทุกชนิด สื่ออินเตอร์เน็ต(ออนไลน์)ทุกชนิด เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จนแย่งพื้นที่ข่าวและข้อมูลจากสื่อสายหลัก จนสื่อสิ่งพิมพ์ถูกลดบทบาท ทั้งด้านการนำเสนอและด้านการตลาด

การพึ่งพาเทคโนโลยีแม้จะช่วยแบ่งภาระในการสืบค้นข้อมูล สะดวก รวดเร็ว สามารถรับและส่งข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเก่าๆสิบเท่าตัว  แต่ก็มีผลเสียต่อสื่อกระแสหลัก

การสื่อสารทุกวันนี้ ใช้คลื่นเป็นพาหะ ข้อมูลข่าวสารที่ล่องลอยในอากาศ หรือแล่นอยู่ในอากาศรวดเร็วเหนือเสียงเหนือแสง วินาทีหนึ่งเป็นล้านๆกระแสคลื่น

เทคโนโลยียุคใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆทางด้านการสื่อสารจะสามารถจัดการจราจรของคลื่นได้อย่างเป็นระบบ สามารถนำส่งและรับข้อมูลไม่สับสน ปนเป เบียด ปะทะ ทับซ้อน แต่ก็มีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เหนือกว่า

ที่แทรกแซงการทำงานของสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะหรือปัญญาประดิษฐ์ ( artificial intelligence) เช่นคลื่นรังสีสุริยะ

คลื่นจากดาวบางดวงที่โคจรใกล้โลกเช่นดาวอังคาร(Mars)  ที่นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่า จะส่งผลกระทบต่อคลื่นบนโลก

ดาวอังคารจะโคจรใกล้โลกที่สุดวันที่ 31 กรกฎาคม คือเดือนนี้ คาดว่าจะส่งผลต่อคลื่นแม่เหล็กควอนตั้มที่กูเกิ้ลใช้ในระบบให้บริการด้านสื่อสารสนเทศ

แต่นั่นยังไม่เท่ากับ ฝีมือมนุษย์ นั่นคือการแทรกแซงของแฮกเกอร์ ซึ่งใช้ในการเข้าถึงคลื่นสื่อสารในระบบธุรกรรมการเงิน

ทำให้บัญชีธนาคารถูกเบี่ยงเบนการทำงาน โอนเงินไปเข้าบัญชีมิจฉาชีพ อยู่บ่อยๆ

ที่กังวลและต้องปกป้องกันอย่างเข้มงวดก็คือ แฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือ

เพราะเกาหลีเหนือถูกจำกัดรายได้จากการคว่ำบาตรเนื่องจากการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ศักยภาพสูงที่คุกคามสันติภาพของโลก การค้ากับมิตรบางประเทศก็ต่ำ 

อย่างไทยนั้น ครึ่งปีแรกมีการค้าขายกันในวงเงินแค่ 18  ล้านบาทเท่านั้น

การแฮ้กเงินจากการลงทุนในโลกเสรี โดยเฉพาะอเมริกาและญี่ปุ่น จึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะนำรายได้เข้าประเทศ ของเกาหลีเหนือ

นี่คือบทพิสูจน์ว่า เหนือเทคโนโลยีคือธรรมชาติ

เหนือธรรมชาติคือมนุษย์