เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

คำว่า trauma แปลว่า บาดแผลทางจิตใจที่เกิดจากอุบัติเหตุ เหตุการณ์ที่มีผลต่อร่างกายหรือจิตใจหรือทั้งสองอย่างอย่างรุนแรง บางคนเพียงระยะสั้น บางคนนานหรือตลอดชีวิต

อย่างหนังเรื่อง The Deer Hunter ซึ่งได้ออสการ์ถึง 5 รางวัลเมื่อปี 2522 เป็นหนังที่สะท้อนผลกระทบจากสงครามเวียดนามว่าได้สร้างบาดแผลทางจิตใจ (trauma) ร้ายแรงเพียงใดให้กับบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคมอเมริกัน เคยเขียนถึงหนังเรื่องนี้ว่า

“สงครามทำให้ความตายเป็นเกมแห่งโชคชะตา เอาชีวิตมนุษย์เป็นเดิมพันที่บ้าบิ่น บัดซบ ไร้เหตุผล สงครามกระชากชีวิตของผู้คนจากอ้อมกอดของพ่อแม่ อ้อมกอดของภรรยาและลูก เพื่อนสนืท มิตรสหาย โยนเข้าไปในนรกบนดิน แม้บางคนกลับออกมาได้ก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป”

หนังเรื่องนี้ใช้คนสามคนเป็นตัวแทนของทหารอเมริกันที่ไปรบสงครามเวียดนาม เมื่อกลับจากสงคราม ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งมีบาดแผลทางกาย คนหนึ่งทางจิตใจ คนหนึ่งทางอารมณ์ ทุกอย่างเปลี่ยนไป กินเหล้าก็ไม่สนุก พูดคุยก็ไม่เหมือนเดิม สงครามได้ทำลายความสัมพันธ์ของผู้คน ความรักระหว่างสามีกับภรรยา พ่อกํบลูก กับผู้คนในชุมชน

หนังเรื่องนี้มีฉากที่ทำให้ทุกคนจดจำได้ดี คือ เกม “รัสเซียนรูแล็ต” เหลือกระสุนไว้นัดเดียว แล้วผลัดกันยิ่งขมับแบบ “โป้งเดียวจอด” ในสงครามเวียดนามจริงไม่ได้มีเรื่องนี้ แต่หนังได้เอามาเป็นสัญลักษณ์ของความโหดร้ายและไร้เหตุผลของสงครามที่ทำร้ายชีวิตจิตใจของผู้คน ชีวิตและความตายห่างกันเพียง “โป้งเดียว” เท่านั้น

อยากรู้ว่า trauma คืออะไร ให้ดูหนังเรื่องนี้ เพราะทั้งเรื่องคือ trauma ที่รุนแรง ที่เกิดขึ้นได้กับทุคน ไม่เพียงแต่คนที่ไปรบสงคราม แต่เหตุการณ์อื่นๆ ก็อาจมีผลกระทบเช่นเดียวกัน

เมื่อปี 2553 คนงาน 33 คนติดอยู่ใต้ดิน 700 เมตรเพราะเหมืองถล่ม รัฐบาลชิลีระดมสรรพกำลังในประเทศและจากทั่วโลกมาช่วยเหลือให้พวกเขาออกมาได้หลังจากอยู่ในนั่นถึง 69 วัน เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก มีการถ่ายทอดสดวันที่คนงานทะยอยขึ้นมาจากเหมือง เห็นว่ามีคนดูเป็นพันล้านทั่วโลก

ใน 33 คน 32 คนได้รับผลกระทบทางจิตใจ (trauma) นายแพทย์ Rodrigo Gillibrand จิตแพทย์ที่ดูแล 9 คนบอกว่า ลักษณะอาการปัญหาของคนเหล่านี้คล้ายกับทหารที่กลับจากสงครามเวียดนาม เขาแนะนำไม่ให้กลับไปทำงานใต้ดินอีก เขาติดตามดูแลคนเหล่านี้ไปเป็นปี

คนเดียวที่ไม่มีปัญหา trauma คือ Mario Sepulveda ซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่ม เขากลายเป็นนักพูด นักสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่อยู่ในภาวะวิกฤติ คนนี้น่าจะเป็นคนเดียวกับที่ส่งสารมาถึง “หมูป่าอะคาเดมี” และกำลังระดมทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางมาให้กำลังใจถึงเมืองไทย

ตอนออกมาจากเหมืองใหม่ๆ ทุกคนเป็นฮีโร่ ได้รับความสนใจจากสังคม ตระเวนไปให้สัมภาษณ์ทางสื่อต่างๆ จนถึงมีการนำไปสร้างเป็นหนัง (The 33) ที่ออกมาฉายเมื่อปี 2558 แต่ไม่นาน ทุกคนก็ต้องหางานทำใหม่ เพราะไม่สามารถกลับไปทำงานใต้ดินได้อีก ยกเว้น 4 คนที่พยายามกลับไป แต่ก็อยู่ในความหวาดผวาตลอดเวลา

คนงานเหมืองที่รอดชีวิตมีปัญหาความสัมพันธ์กับลูก เมีย เพื่อนฝูง ผู้คนทั่วไป แม้ตอนแรกๆ จะได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินจำนวนหนึ่งจากบริษัท จากรัฐบาล และจากคนทั่วไป แต่พวกเขาก็ต้องรับความเป็นจริง คือ เหตุการณ์นั้นมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจของตนเอง บางคนต้องไปขายผัก ขายถั่ว หรือทำงานที่ดูจะขัดกับความเป็นฮีโร่ที่ผู้คนมอง

ยกเรื่องหนัง The Deer Hunter กับคนงานเหมือชิลีมาเขียนเพราะอยากบอกว่า ปัญหาที่น้องๆ 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงอาจประสบเมื่อออกมาเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ และไม่คิดว่าเป็นเรื่องเล็กหรือมองข้าม เพราะการติดอยู่ในถ้ำเป็นเวลานานเช่นนั้นย่อมอาจก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจ (trauma) ได้

ทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ชุมชน ครู สื่อ สังคมทั้งหมดควรคำนึงถึงเรื่องนี้และไม่ไปซ้ำเติม แต่หาทางเยียวยาที่เหมาะสม เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ถ้าเข้าใจก็จะช่วยผ่อนคลายและอาจหายได้ไม่นาน

ที่น่าเป็นห่วงก็คือบรรดาสื่อทั้งหลายที่แข่งกันทำข่าว พยายามแต่จะเอาไมค์ไปจ่อปาก หรือเสนอค่าตอบแทน พาไปสถานีโดยไม่คำนึงถึงสภาพจิตใจของเด็ก ๆ ที่อาจจะแย่กว่าสภาพร่างกายที่ปรากฎเสียอีก นอกจากไม่ช่วยเยียวยาแล้วยังจะไปซ้ำเติมให้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม

ประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยประสบอุบัติเหตุรถยนต์ ขับไปคนเดียวตกถนนชนต้นไม้ รถพัง หน้าแหก ได้รับบาดเจ็บพอสมควร รู้สึกถึงผลกระทบหรือ trauma ระยะหนึ่ง ขับรถเองไม่ได้หลายเดือน นั่งรถไปกับใครก็ขอให้ขับช้าๆ ฝันร้ายอยู่ระยะหนึ่ง ขึ้นเครื่องบินก็อึดอัด รู้สึกว่าอยู่ในที่คับแคบแล้วหายใจไม่ออก จนต้องเลือกที่นั่งริมทางเดินจนถึงทุกวันนี้

การติดอยู่ในถ้ำแม้ไม่ใช่สงครามแบบเวียดนามหรืออีรัก แต่ก็เป็น “เกมเดิมพันชีวิต” เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ที่กดดัน เครียด หิวโหย อยู่ไปแบบไม่รู้วันรู้คืน ไม่รู้ว่าจะได้ออกหรือไม่ อยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย

เป็นการต่อสู้ที่อาจมีการ “บาดเจ็บ” ทางกายและใจ ที่ต้องการความเข้าใจและความช่วยเหลือ เชื่อว่าเมตตาธรรมจะทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบา ทุกฝ่ายได้บทเรียน ได้โอกาสแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียว (solidarity) ได้เห็นหัวจิตหัวใจของคนจำนวนมากจากทั่วประเทศและทั่วโลกที่เสียสละมาช่วยเหลือ

ด้วยพลังแห่งสามัคคีธรรมนี้ แม้อุบัติภัยร้ายแรงปานใดเราก็สามารถเอาชนะได้ แก้ปัญหาและเยียวยาได้ ได้สร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางสังคม