นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) เปิดเผยว่าขณะนี้ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ให้ความสนใจเข้าซื้อซองเสนอราคาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา ) กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย หลังจากเปิดให้เข้าซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.2561 – วันที่ 9 ก.ค. 2561ที่ผ่านมา ซึ่งมีบริษัทเอกชนเข้าซื้อทั้งสิ้น 31 ราย แบ่งเป็น เอกชนไทย จำนวน 14 ราย, ประเทศจีน จำนวน 7 ราย, ญี่ปุ่น จำนวน 4 ราย, มาเลเซีย จำนวน 2 ราย, เกาหลี จำนวน 1 ราย ,ฝรั่งเศส จำนวน 2 ราย และ อิตาลี จำนวน 1 ราย โดยเอกชนที่ซื้อซองทั้งหมด จะต้องทำรายละเอียดข้อเสนอการเข้าร่วมประมูลต่อคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อพิจารณาคัดเลือกในการประมูล วันที่ 12 พ.ย.นี้ และคาดว่าจะสามารถได้บริษัทที่ชนะการประมูลได้ภายในต้นปี 2562

สำหรับรายชื่อบริษัทภาคเอกชนที่เข้าซื้อซองครั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยอาทิ บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด , บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ , บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น, บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ ,บมจ. ช.การช่าง, บมจ เซ็นทรัลพัฒนา ฯลฯ ด้านบริษัทต่างประเทศที่ซื้อซอง ได้แก่ ITOCHU Corporation จากประเทศญี่ปุ่น, ซิโนไฮโดรคอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด ประเทศจีน, China Railway Construction Corporation Limited สาธารณรัฐประชาชนจีน , Salini Impregio S.p.A. ประเทศอิตาลี, TRANSDEV GROUP ประเทศฝรั่งเศส เป็นต้น

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย จะมีการจัดการประชุม เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในเรื่องของเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การประมูล จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 23 ก.ค. ณ สโมสรรถไฟชั้น 2 และในวันที่ 24 ก.ค. นอกจากนี้ในวันที่ 26 ก.ค.จะเป็นการนำผู้ยื่นข้อเสนอไปดูสถานที่ก่อสร้างของโครงการ (Site Visit) ที่โครงการแอร์พอร์ต เรลลิงค์, รถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ – รังสิต และเขตทางรถไฟปัจจุบันตลอดแนวเส้นทางไปถึงสถานีบ้านฉาง

“การเปิดประมูลครั้งนี้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งการที่มีนักลงทุนให้ความสนใจในการเข้ามาซื้อซอง ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นในการดำเนินโครงการของภาครัฐมากขึ้น ทั้งนี้โครงการรถไฟความเร็วสูงโดยถือเป็นหนึ่งใน 5 โครงการหลักของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะด้านการบริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เกิดการเชื่อมโยงด้านการค้าและการลงทุนที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ และคาดว่าโครงการอื่นๆที่จะเปิดในเร็วๆนี้ จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเช่นเดียวกัน” นายคณิศ กล่าว