"โรยัล คานิน" ผู้นำโภชนาการเพื่อสุขภาพสำหรับสุนัขและแมว จากเมืองน้ำหอม ฉลองครบรอบ 50 ปี เล็งอัดงบ200 ล้านบาท เร่งสร้างกลยุทธ์ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้เลี้ยงสุนัขและแมว,เพิ่มช่องทางการจำหน่าย, ขยายฐานกลุ่มลูกค้า พร้อมทำตลาดเชิงรุกดิจิทัลเต็มที่ หวังเป้าเติบโตมากกว่า 15% จากตลาดรวม 1.3 หมื่นล้านบาท
 
น.สพ.จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำโภชนาการเพื่อสุขภาพสำหรับสุนัขและแมวภายใต้แบรนด์ "โรยัล คานิน"(ROYAL CANIN) จากประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ "โรยัล คานิน" ครบรอบ 50 ปี บริษัทจึงวางแผนที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เลี้ยงผ่านกิจกรรมทางการตลาดและช่องทางการขายที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้เลี้ยงต่อเนื่องด้วย โดยคำนึงถึงสุนัขและแมวเป็นศูนย์กลาง ทั้งยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาร้านค้าให้มีความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงพัฒนาผู้แนะนำสินค้าให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถแนะนำสินค้าให้แก่ผู้เลี้ยงได้อย่างถูกต้องอย่างต่อเนื่อง
 
นอกจากนี้ยังเตรียมใช้งบประมาณมากกว่า 200 ล้านบาทในการสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์และคุณภาพของแบรนด์ เพื่อต้องการให้ลูกค้าได้รู้จักและทดลองสินค้า "โรยัล คานิน" เพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นในเรื่องการสื่อสารการตลาดครบวงจร (Integrated Marketing Communication : IMC)โดยเน้นการนำเสนอผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายให้ผู้เลี้ยงมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับสุนัขและแมวที่แตกต่างจากคนและเปลี่ยนมาใช้อาหารสำเร็จรูปแทนการให้อาหารปรุงเอง

สำหรับภาพรวมตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.5-2.6 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มอาหารสุนัขและแมวมีมูลค่ามากกว่า 1.3หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 45% โดยมีผู้ผลิตและผู้นำเข้ามากกว่า 20 แบรนด์ ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นตามการเติบโตของจำนวนสัตว์เลี้ยงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2560 ประเทศไทยมีจำนวนสุนัขและแมวรวมมากกว่า 12 ล้านตัว แบ่งเป็นสุนัข 8 ล้านตัว และแมว 4 ล้านตัว จึงคาดว่าในปี 2561 ตลาดอาหารสุนัขและแมวจะเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% โดยตลาดอาหารแมวมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงกว่าอาหารสุนัข

ด้านปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดอาหารสุนัขและแมวมีการเติบโตต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมและไลฟ์สไตล์ เช่น การแต่งงานช้าและน้อยลง อัตราการมีบุตรลดลง การดำรงสถานะโสดมากขึ้น การอยู่อาศัยในลักษณะครอบครัวเชิงเดี่ยว หรือการอาศัยเพียงลำพังมากขึ้น ตลอดจนการเริ่มเป็นสังคมผู้สูงวัย ทำให้ผู้คนนิยมเลี้ยงสุนัขและแมวได้รับเพื่อทดแทนเพื่อน หรือลูกหลานมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้เลี้ยงยังมีความใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยสัตว์เลี้ยงมากขึ้นและมีกำลังซื้อสูงทำให้มีการใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

อย่างไรก็ตามการเติบโตของธุรกิจอาหารสุนัขและแมวในไทยที่สูงขึ้นต่อเนื่องดังกล่าว อาจมาจากปัจจัยเข้าถึงอาหารสำเร็จรูปในเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างต่ำ คือ สุนัข 22.4% และแมว 46.7%  ทำให้บริษัทฯเตรียมแผนในการขยายตลาดกลุ่มโภชนาการเพื่อสุขภาพสำหรับสุนัขและแมวให้เติบโตเพิ่มขึ้น โดยการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้เลี้ยง รวมทั้งเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเน้นทำการตลาดเชิงรุกด้วยการตลาดเชิงดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในอนาคต"

ส่วนเป้าหมายหลังรุกทำตลาดต่อเนื่องคาดทำให้ปีนี้บริษัทมียอดขายไม่ต่ำกว่า15% โดยในช่วง 8 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 20%