บรรณาลัย /โชติช่วง นาดอน

ชนชาติ เหมื่อง – เวียด

ศัพท์ภาษาเวียดนามนั้น หนึ่งในสามตรงกับภาษาตระกูลมอญ-เขมร (ออสโตรเอเชียติค) หนึ่งในสามตรงกับตระกูลภาษาไท-กะได และอีกประมารหนึ่งในสามเป็นศัพท์ยืมจากภาษาจีน เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน นักภาษาศาสตร์จึงยังไม่มั่นใจว่าจะจัดภาษาเวียดนามให้อยู่ในตระกูลภาษาใด
แต่ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า ภาษาเวียดนามจัดอยู่ในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติค หรือ มอญ-เขมร ส่วนที่ใช้คำศัพท์ร่วมกับตระกูลภาษาไท-กะได ก็เนื่องจากอาศัยอยู่ใกล้ชิดปะปนกันมานมนาน และในส่วนคำศัพท์จีนนั้น เนื่องจากชาวเวียดนาม(กิง) รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมจากจีนมาก กระทั่งว่าเคยใช้ตัวอักษรจีนเขียนหนังสือมานับพันปีแล้ว
ในทางวิชาการนั้น ชาวเวียดนามส่วนใหญ่เป็น “ชนชาติกิง” (อ้างอิงบทความของสถานิวิทยุเวียดนาม) ในภาษาจีนเรียกว่า “จิง” (ชนชาติจิง) อย่างไรก็ตามในทางสากล ก็ยังนิยมเรียกกันว่า “ชนชาติเวียด”
ชาติพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับชาติพันธุ์กิงมากที่สุด คือ “ชาติพันธุ์เหมิ่ง” ซึ่งเราจะพบคำเรียกคู่กันเสมอๆ ว่า “เวียด-เหมิ่ง” หรือ “เหมิ่ง-เวียด”
นักวิชาการอธิบายว่า ดั้งเดิมชาวเวียด(กิง) กับชวเหมิ่งก็เป็นคนพวกเดียวกันนั่นเอง แต่เมื่อครั้งถูกกองทัพจีนราชวงศ์อั่นมายึดครองปกครองนั้น ชาวกิงส่วนใหญ่หลบหนีไปไหนไม่ได้ (หรือไม่ได้หนี) จึงต้องยอมรับวัฒนธรรมจีน แล้วพัฒนารุ่งเรืองเป็นบ้านเมืองเจริญ ซึ่งภายหลังต่อมาเรียกว่า “ไดเวียด”
แต่ชาวกิงอักส่วนหนึ่งหลบหนีอิทธิพลจีนไปอยู่ตามชนบทภูดอยห่างไกล ไปอยู่ในพื้นที่ร่วมกับชาวไต/ถาย ชนพวกนี้เรียกตนเองว่า “เหมิ่ง” ชาวเหมิ่งไม่รับวัฒนธรรมจีน จึงมีวัฒนธรรม การแต่งกาย บ้านเรือน อาหารการกิน คล้ายคลึงกับชาวไต/ถาย
สรุปว่าชาวเวียดนาม(กิง) ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้นั้น ได้รับอิทธิพลจีนไปมากมายมหาศาล ส่วนชาวเหมิ่ง เป็นพวกกิงดั้งเดิมที่ไม่รับวัฒนธรรมจีน และมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกับชาวไต/ถาย
ในภาพเราจะเห็นวัฒนธรรมการแต่งกายและการตีฆ้อง (พวกเขาเรียกว่า “ก้อง”) ของชาวเหมิ่ง จากจังหวัดกว่าบินห์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ขึ้นชื่อเป็นชนเผ่าที่มีใจรักในเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันหรือช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญ ชาวเหมื่องเป็นต้องร้องรำ ทำเพลง และตี “ก็อง เหมื่อง” ฆ้องทองแดงชุด 12 ลูก ไล่เรียงเสียงต่ำสูง ไม้ตีแบบแข็งทำจากเปลือกไม้ ส่วนไม้นวมทำจากหนัง
วัฒนธรรมฆ้องของชาวเหมิ่งนี้ นักวิชาการเชื่อว่าสืบทอดจากจากวัฒนธรรมมโหระทึกยุคดองเซิน.


ภาพจาก เว็บสถานีวิทยาเยดนาม http://vovworld.vn/th-TH