- โฆษณา -

ครม.เตรียมตั้งบอร์ด กสศ.ต้นกรกฎาฯ

การศึกษา26 มิ.ย. 2561 • 14:12 น.
ครม.เตรียมตั้งบอร์ด กสศ.ต้นกรกฎาฯ
“ประจิน” เผยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมสร้าง BIG DATA เด็กยากจน ด้อยโอกาส 4.3 ล้านคน เน้นช่วยเหลือถูกคน ตรงจุด ด้าน กอปศ. หวังให้กองทุน เริ่มงานได้ภายในปีงบ 61 ขณะที่ ศธ.พร้อมโอนงบฯ แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำให้ กสศ.ดำเนินการต่อ ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 ใช้บังคับเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา ล่าสุดได้มีการประชุม คณะกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เป็นครั้งแรก โดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบการดำเนินงานใน 2 เรื่องสำคัญ คือ การโอนสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ตามที่ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้ระบุไว้ในบทเฉพาะกาล นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะต่อยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงาน 5 ปี รวมถึงแนวทางการขอรับทุนประเดิมและเงินอุดหนุน ปีงบประมาณ 2561-2562 โดยให้มีการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ทั้งนี้ตามขั้นตอนจะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป เพื่อให้ทันต่อการเริ่มดำเนินงานของกองทุนในช่วงไตรมาสสุดท้าย ของปีงบประมาณ 2561 นี้ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานของกองทุนนั้น ต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เกี่ยวกับการจัดตั้งและแนวทางในการดําเนินงานของกองทุน กสศ.อย่างเคร่งครัด และรองรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงทิศทางการพัฒนาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยต้องไม่ซ้ำซ้อน แต่เป็นการสมทบเงินเดิมเพิ่มเติมสิทธิ์ใหม่ ให้เกิดความเสมอภาค เน้นช่วยเหลือกลุ่มคนที่ยังไม่มีหน่วยงานใดดูแล ซึ่งมีอยู่ประมาณ 4.3 ล้านคน ได้แก่ กลุ่มเด็กแรกเกิด-3 ปี จำนวน 770,000 คน, กลุ่มเด็กอนุบาล610,000 คน, กลุ่มนักเรียนประถม-ม.ต้น 1,800,000 คน, กลุ่มนักเรียน ม.ปลาย/ปวช. 360,000 คน, กลุ่มเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา 670,000 คน, กลุ่มวัย 18 ปีขึ้นไป 150,000 คน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้เข้าถึงการศึกษาที่สอดคล้องกับความจำเป็นรายบุคคล เพื่อให้มีโอกาสสำเร็จการศึกษาและการพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ “วิธีที่จะแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำได้ยั่งยืน มีประสิทธิภาพที่สุดนั้นต้องปฏิรูประบบให้ได้ ภารกิจเร่งด่วนสำคัญในช่วงปีงบประมาณ 2561 กองทุน กสศ. จึงให้น้ำหนักกับการวิจัยพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ BIG DATA ของกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชน ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และด้อยโอกาสทั้งในและนอกระบบการศึกษา มากกว่า 4 ล้านคนทั่วประเทศ พร้อมข้อมูลความยากจนและด้อยโอกาสของครอบครัว สถานศึกษาในทุกมิติ รองรับการเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของรัฐทั้ง 6 กระทรวง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำ ช่วยเหลือถูกคน ตรงจุด โปร่งใสตรวจสอบได้อย่างเต็มที่” พล.อ.อ.ประจิน กล่าวและว่า หลังจากนี้ ครม.จะพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนชุดใหม่ จำนวน 17 คน ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.ใช้บังคับ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2561 โดยล่าสุดทราบว่า คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้นำเสนอรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ก็จะสามารถพิจารณาแนวทางการดำเนินงานของกองทุน รวมถึงระเบียบหรือประกาศที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จต่อไป คาดว่าเดือน ส.ค.นี้ กองทุนจะสามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานอนุกรรมการกองทุน คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) กล่าวว่า กอปศ.ได้เสนอร่างกฎหมายลำดับรอง จำนวน 3 ฉบับ ให้แก่คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อทราบและดำเนินการใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนการจัดทำระเบียบที่เกี่ยวข้องตาม มาตรา 53 ของ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 “กอปศ.คาดหวังว่าจะเห็นกองทุนเริ่มทำงานได้โดยเร็ว ภายในปีงบประมาณ 2561 เพราะในขั้นตอนกว่าจะมีกฎหมายฉบับนี้ กอปศ.ได้รับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน ต่างเห็นตรงกันว่า กองทุนจะสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศได้ เพราะเป็นการแก้ไปถึงต้นเหตุของปัญหา ณ วันนี้กฎหมายให้อำนาจมาแล้ว มีความจำเป็นที่รัฐบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความสนับสนุนให้กองทุนสามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรงบประมาณ และกลไกที่เกื้อหนุนให้ทำงานได้อย่างคล่องตัว แน่นอนว่าในอนาคต การหาช่องทางระดมทุนจากภาคส่วนต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ในระยะแรกรัฐบาลควรมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณ ให้กองทุนสามารถแสดงศักยภาพขององค์กร ซึ่งจะนำมาสู่ความน่าเชื่อถือในการทำงานต่อไป”ดร.ประสาร กล่าว ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานคนที่หนึ่ง กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดย ศธ.พร้อมที่จะโอน งบฯ และเงินกองทุนที่เกี่ยวข้องในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ให้แก่กองทุน กสศ. เพราะที่ผ่านมา สสค.ซึ่งขณะนี้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสำนักงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มีผลการทำงานวิจัยร่วมกับ สพฐ. เรื่องการคัดกรองนักเรียนยากจนที่ช่วยให้ สพฐ. สามารถคัดกรองและจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนได้เป็นรายบุคคลได้สำเร็จ ทั้งนี้ นอกจากงบฯ ในส่วนนี้ กองทุน กสศ. ควรมีแผนงานในการระดมทุนที่ยั่งยืนจากทุกภาคส่วน ไม่ให้ทับซ้อนกับงบฯ ของประเทศในส่วนอื่น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลังจากนี้ ศธ. และ กสศ. จะหารือร่วมกันถึงแนวทางการขยายขอบเขตความร่วมมือต่อไปในอนาคต