“บิ๊กโย่ง”เร่งเดินเครื่อง 5 ประเด็นQuick Win”ด้านสังคมE6 ตั้งเป้าปี 61 เป็นปีแห่งการพัฒนาสังคม พร้อมประสานงานข้ามกระทรวงลดข้อจำกัด

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม(E6) ครั้งที่ 2/2561 พร้อมด้วย นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานอาวุโสหอการค้าไทย ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน และ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ในฐานะหัวหน้าทีมภาคประชาสังคม โดยมีผู้แทนหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในประเด็นเร่งด่วน(5 Quick Win) ได้แก่ 1.การส่งเสริมการมีรายได้และมีงานทำของผู้พิการ 2.การส่งเสริมการมีรายได้และมีงานทำของผู้สูงอายุ 3. การออมเพื่อการเกษียณอายุ 4.ที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัย และ 5.ความปลอดภัยทางถนน

พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า การพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง จำเป็นต้องพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม ซึ่งตนอยากประกาศให้ปี 2561 นี้เป็นปีแห่งการพัฒนาสังคม เพื่อให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนร่วมเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริง และหากในทางปฏิบัติเกิดปัญหาหรืออุปสรรค ตนพร้อมร่วมหาแนวทางแก้ไข อาทิ อัตราค่าจ้างไม่เต็มเวลาของผู้สูงอายุ ตามมาตรา 35 กำหนดอัตราค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ส่วนการประสานไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในมาตรการต่างๆ ตนพร้อมประสานงานข้ามกระทรวงเพื่อให้การดำเนินงานในประเด็นเร่งด่วนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมทั้งเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของชาติในการสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต และชุมชนเข้มแข็ง โดยตนมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการ พม. เป็นประธานคณะทำงานเชิงประเด็น เพื่อกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดแต่ละประเด็น เพื่อสรุปผลงานและความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะทำงาน E6 ต่อที่ประชุม ครม.รับทราบต่อไป

“นอกจากนั้นภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคมที่มีโครงการที่ดีหรือเป็นโมเดลการพัฒนาสังคมสามารถนำเสนอเพื่อต่อยอดได้ ทั้งนี้ย้ำว่า ต้องไม่ใช่งาน CSR ทั่วไป แต่ต้องเป็นงานที่ต่อเนื่อง ตอบโจทย์ของประเทศด้านสังคม เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ SDGs หรือแผนปฏิรูปฯ เพื่อนำโครงการดีๆ เหล่านี้มาร่วมกันวิเคราะห์วางแนวทางดำเนินงาน และหากโครงการใดมีรูปแบบที่ดีและยั่งยืน จะได้รับคัดเลือกเป็นโครงการตัวอย่างในการเปิดตัวแคมเปญธุรกิจไทยใส่ใจสังคม หรือBuilding a Good Society อย่างเป็นทางการ ซึ่งตั้งเป้าให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นโครงการสำคัญของคณะ E6 ในปี 2561 นี้” พล.อ.อนันตพร กล่าว

นายอิสระ กล่าวว่า นอกจาก 5 ประเด็นเร่งด่วน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนงานประชารัฐเพื่อสังคมแล้วในปีนี้แล้ว ได้ขยายกรอบการทำงานภายใต้แนวคิด “ธุรกิจไทย ใส่ใจสังคม” ซึ่งครอบคลุมไปถึงการขับเคลื่อนประเด็นการปฏิรูปประเทศด้านสังคมด้วย โดยเฉพาะเรื่องการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง และร้างจิตสำนึกสาธารณะ ซึ่งจะเป็นคำตอบ หรือแนวทางในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเป็นสังคมคุณภาพต่อไป ซึ่งตนในฐานะผู้แทนภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ดร.สุปรีดา กล่าวว่า การดำเนินงานของคณะทำงานย่อยทั้ง 5 ประเด็นเร่งด่วน เป็นไปตามแผนและภารกิจตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ในส่วนภาคประชาสังคมเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย และสนับสนุนความรู้ด้านวิชาการ และเครือข่ายในการทำงานเชิงประเด็นร่วมกับภาครัฐ และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อาจมีประเด็นข้อจำกัดที่ต้องการสนับสนุนในการปรับแก้ระเบียบให้เอื้อต่อการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย เช่น การจ้างงานคนพิการ การจ้างงานผู้สูงอายุ ตลอดจนการหนุนเสริมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น การรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน การสนับสนุนกิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ จากภาคเอกชน เพื่อ “สร้างโอกาส” ให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ได้เข้าถึงเปิดพื้นที่เรียนรู้อาชีพ และตำแหน่งงานเพื่อหารายได้พิเศษอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น