สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย สมาพันธ์ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย สมาพันธ์อำนวยการท้องถิ่นแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ช่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย สหพันธ์พนักงานจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทย และชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ตั้งโต๊ะแถลงการณ์ 6ข้อ ให้แก้ไขปัญหาการสอบคัดเลือกสายงานบริหารและอำนวยการท้องถิ่น ของคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่นสายงานผู้บริหาร

นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่คณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด/พนักงานเทศบาล/พนักงานส่วนตำบล / พนักงานเมืองพัทยา สายงานผู้บริหาร ได้ประกาศการขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีผู้ผ่านการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2561 โดยมีกำหนดให้ผู้ผ่านการขึ้นบัญชีบางส่วนรายงานตัวเพื่อการแต่งตั้งในรอบแรกในวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 แล้วนั้น สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายรวม 7องค์กร ได้รับการร้องทุกข์/ร้องเรียนจากผู้เข้ารับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารทั้งก่อนการประกาศการขึ้นบัญชีและหลังการประกาศการขึ้นบัญชีเป็นจำนวนมาก ในความผิดปกติจากการดำเนินการสรรหาในครั้งนี้ ประกอบกับคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขหรือมีหนังสือชี้แจงในประเด็นที่ผู้เข้ารับการสรรหาเรียกร้องให้แก้ไขตามแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2561 และตามที่สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยได้นำผู้เข้ารับการสรรหาไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายรวม 7องค์กร จึงขอเรียกร้องให้ประธานคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) ได้ดำเนินการแก้ไขในประเด็นดังต่อไปนี้

1)ให้เปิดเผยหลักเกณฑ์ (หรือธง) การให้คะแนนข้อสอบแบบอัตนัย และเฉลยข้อสอบแบบปรนัย ต่อสาธารณชนทราบภายใน 7 วัน นับแต่แถลงการณ์ฉบับนี้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสุจริต ความโปร่งใส และความเที่ยงธรรม ของผู้รับผิดชอบในการดำเนินการสรรหาในครั้งนี้

2)ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) มอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการสรรหาได้ตรวจดูกระดาษคำตอบของตนเอง และการขอคัดสำเนากระดาษคำตอบแบบทดสอบทั้งแบบอัตนัยและปรนัย ตามมาตรา 11 ของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540

3)ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) ปลดล็อคระยะเวลาในการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นสายงานผู้บริหาร ด้วยวิธีการรับโอนข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นสายงานผู้บริหารที่มีตำแหน่งว่าง ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่นที่เกินกว่าระยะเวลา 150 วัน ก่อนมีการดำเนินการสรรหาโดยวิธีการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือก อย่างน้อย 90 วัน ในตำแหน่งที่ไม่มีผู้สอบคัดเลือกหรือคัดเลือกได้ หรือมีแต่ไม่ครบถ้วนตามจำนวนตำแหน่งว่าง

4)ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) มีมติให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นสายงานผู้บริหารที่เคยดำรงตำแหน่ง ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการ หรือผู้อำนวยการสำนัก ยังคงดำรงตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ก่อนการประกาศการสรรหาครั้งก่อนได้ต่อไปจนกว่าการสรรหาในครั้งต่อไปจะเสร็จสิ้น

5)ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นก่อนการดำเนินการจัดให้มีการสรรหาในครั้งต่อไป อันประกอบด้วย

5.1)ให้แก้ไขผู้รับผิดชอบในการดำเนินการสรรหา กล่าวคือ ไม่ควรมอบอำนาจหรือว่าจ้างให้สถาบันการศึกษาเป็นหน่วยดำเนินการสรรหา เพราะขัดต่อเจตนารมณ์ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความแห่งชาติที่ 8/2560 ซึ่งต้องการให้ ก.กลาง เป็นหน่วยดำเนินการแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มิใช่ให้ ก.กลาง มอบอำนาจให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นทำการแทน เพราะการสอบคัดเลือกหรือการคัดเลือกสายงานผู้บริหารมีความแตกต่างจากการสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการอย่างสิ้นเชิง จำเป็นต้องให้ผู้ที่มีความรอบรู้ เข้าใจ ในกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติที่มีความลึกซึ้งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องยึดถือในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภท และของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นแต่ละตำแหน่งแต่ละสายงาน ทั้งนี้ ควรพิจารณาถึงบุคลากรของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่รับราชการอยู่ และที่เกษียณอายุราชการแล้ว เป็นลำดับแรก

5.2)ให้ทบทวนการสรรหาโดยวิธีการสอบคัดเลือกกับการคัดเลือก เนื่องจากการสอบคัดเลือกเป็นกรณีการสอบเพื่อเปลี่ยนสายงานจากสายงานผู้ปฏิบัติเป็นสายงานผู้บริหาร ส่วนการคัดเลือกเป็นกรณีการคัดเลือกเพื่อเลื่อนระดับของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในตำแหน่งเดิมให้สูงขึ้น จึงต้องมีหลักเกณฑ์ วิธีการที่แตกต่างกัน โดยการสอบคัดเลือกสามารถใช้วิธีการสรรหาโดยการจัดให้มีการทดสอบข้อเขียน ส่วนการคัดเลือกพึงใช้วิธีทดสอบด้านวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ความรอบรู้ในการแก้ไขปัญหาองค์กรที่มีความซับซ้อนขึ้นด้วยการสัมภาษณ์และประเมินผลงานที่ประสบผลสำเร็จที่ผ่านมาซึ่งเป็นแนวทางที่เคยถือปฏิบัติมาก่อนมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๘/๒๕๖๐

5.3)ให้แก้ไขการทดสอบข้อเขียน หากยังมีความจำเป็นต้องทดสอบความรู้โดยวิธีการสอบข้อเขียนอีก พึงใช้ข้อสอบที่ครอบคลุมเนื้อหาที่ได้ประกาศไว้อย่างครบถ้วน และควรเป็นข้อสอบที่สามารถตรวจสอบความเที่ยงแท้ได้แม่นยำ โดยใช้ดุลยพินิจของผู้ตรวจข้อสอบน้อยที่สุด หรือการใช้ข้อสอบแบบปรนัยในทดสอบทั้งหมด ทั้งนี้ พึงใช้ข้อสอบที่ตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของแต่ละตำแหน่งและแต่ละสายงาน โดยหลีกเลี่ยงการใช้ข้อสอบชุดเดียวกันสำหรับทดสอบกับทุกตำแหน่งทุกสายงาน เพราะไม่สามารถประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของแต่ละตำแหน่งแต่ละสายงาน ได้ แต่ควรแยกชุดข้อสอบให้ตรงตามตำแหน่ง และสายงาน

5.4)ให้แก้ไขวัน เวลา และสถานที่จัดสอบ ควรจะแยกวันเวลาในการสอบ สำหรับตำแหน่งในระดับต้น กลาง สูง เป็นคนละวันกันเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการและการดูแลผู้เข้าสอบอย่างทั่วถึง รวมทั้งสถานที่สอบควรให้กระจายไปในแต่ละภูมิภาคเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ หรือมอบอำนาจให้ คณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นแต่ละจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบแทน

5.5)ให้แก้ไขข้อครหาความไม่โปร่งใส โดยการแต่งตั้งผู้แทนจาก ก.พ. / ก.พ.ร. / ก.ค. / ตัวแทนสถาบันการศึกษาของรัฐ / ตัวแทนจากสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมสังเกตการณ์ในการดำเนินการสรรหาครั้งต่อไปทุกขั้นตอน

6)ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) ยกเลิกการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด/พนักงานเทศบาล/พนักงานส่วนตำบล / พนักงานเมืองพัทยา สายงานผู้บริหาร โดยทันที เพราะขัดกับคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 8/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560

“ทั้งนี้ สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจะติดตามการแก้ไขตามข้อเรียกร้องข้างต้นอย่างใกล้ชิด หากคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.) ไม่มีการดำเนินการใดๆ ภายในระยะที่สมควร สมาคมฯพร้อมภาคีเครือข่ายจักได้ดำเนินการในชั้นของกระบวนการยุติธรรม หรือวิธีการอื่นที่เห็นสมควรต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าว