"กฤษฏา” จ่อนำโมเดลเลิกปลูกข้าว2 ล้านไร่ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางฤดูกาลหน้า ช่วงเดือนพฤศจิกายน เดินเครื่องแผนการผลิตใหม่ทั้งประเทศ ยกระดับเข้าสู่เกษตร 4.0

วันนี้ (20 มิ.ย.61) นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานรวบรวมข้อมูลแผนภาคเกษตรจากหลายประเทศ เพื่อนำมาปรับเซ็ตระบบแผนการผลิตภาคเกษตรใหม่ทั้งประเทศ ยกระดับเข้าสู่เกษตร 4.0 เพื่อให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่มั่นคง ตามแนวการปฎิรูปโครงสร้างเกษตรในยุทธศาสาตร์ชาติ 20 ปี โดยระหว่างนี้ได้ให้ทูตเกษตรประจำในต่างประเทศ ส่งรายงานถึงแผนการเกษตร พื้นที่เป้าหมาย และรูปแบบความช่วยเหลือชดเชยเกษตรกรจากรัฐของประเทศต่างๆ จะนำมาปรับใช้กับการบริหารจัดการเกษตรกรรมของไทย โดยจะพิจารณาตามพ.ร.บ.สงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.2554 และพ.ร.บ.เศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.2522

"แผนการเกษตรใหม่ มีการกำหนดประเภท ชนิด ปริมาณการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ให้พอเหมาะกับความต้องการตลาด จัดระบบรับรองราคาต้นทุน (ขายต่ำกว่าต้นทุนรัฐชดเชย)ให้ระบุเป้าหมายการทำการเกษตรให้ชัดว่าเป็นเกษตรเพื่อบริโภคหรือการส่งออกหรือเข้าโรงงานอุตสาหกรรมหรือนำมาแปลงเป็นพลังงานทดแทน โดยมีมาตรการจูงใจเกษตรกร การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมีทุนการศึกษาให้บุตรเกษตรกรจนจบปริญญาเอกทางเกษตรแล้วต้องกลับมาทำงานที่กระทรวงเกษตรหรือมาทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งการให้กู้ในนามกลุ่มหรือสหกรณ์ โดยมีเงื่อนไขต้องมารวมกันทำเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรปลอดภัย หรือเกษตรอินทรีย์ แต่เงื่อนไขสำคัญต้องปลูก และเลี้ยงสัตว์ ตามที่กระทรวงเกษตรฯ กำหนดในแผนจะปลูกกันตามใจคิดไม่ได้ เพราะเราไม่ต้องการให้ล้นตลาด ที่ผ่านมามาตรการจูงใจปรับเปลี่ยนทำเกษตรยังไม่มีระบบควบคุมที่ชัดเจน ประเด็นสำคัญอยู่การควบคุมกำกับให้เกษตรกรต้องทำตามแผนการผลิตของรัฐโดยเคร่งครัด ผ่านการลงทะเบียนเกษตรกรต้องชัดเจนด้วย ที่ต้องลงทะเบียนว่าจะปลูกอะไร เท่าไหร่และต้องปรับไปปลูกพืชอื่นเมื่อรัฐแนะนำ ให้ลงทะเบียนกับเกษตรอำเภอและธกส. จะเชื่อมโยงระบบกัน ผ่านเลขบัตรประชาชน 13 หลักของกระทรวงมหาดไทย โดยมีราคาที่พอใจไม่ต่ำกว่าต้นทุนมีกำไรไม่ควรต่ำกว่า15-20% ทั้งนี้น่าจะทันฤดูกาลหน้าตั้งใจไว้ว่าจะใช้โมเดลนี้ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนแทนปลูกข้าวหลังนา 2 ล้านไร่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ช่วงเดือนพ.ย. จะมีปัจจัยการผลิตให้ด้วยซี่งกำลังทำข้อมูลทั้งระบบจะสรุปเร็วๆนี้ "นายกฤษฏา กล่าว