การจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ประจำปีนี้ มีความผิดปกติ เกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมือง ที่เข้มข้นทั้งในกองทัพและนอกกองทัพ ด้วยเพราะคราวนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไม่เร่งรีบ ในการจัดทำโผทหาร เท่าใดนัก
อาจเพราะต้องการ รอให้ การตีความวาระนายกฯ 8 ปี โดยศาลรัฐธรามนูญ ให้จบ ภายใน 23 ส.ค. ไปก่อน จะได้ไม่เกิดข้อกังขาว่าจะจัดโผทหาร ย้ายข้าราชการได้หรือไม่ ด้วยเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ มั่นใจว่ารอดอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้น ก็คงต้องรีบโยกย้าย ของมหาดไทย ตำรวจ และทหาร ให้เสร็จสิ้น ก่อน 23 ส.ค. ไปแล้ว
ขนาดว่า “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้นัดแนะให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ส่งบัญชีรายชื่อโผแรก มาให้ภายใน 12 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ขอเลื่อนส่งออกไปอีก โดยให้เหตุผลว่า ยังทำไม่ เสร็จ จนมีการเลื่อนออกไปเป็นให้ส่งภายในวันที่ 16 ส.ค. เพราะเป็นกำหนดการเบื้องต้น ที่ทางกลาโหมกำหนดให้แต่ละเหล่าทัพ ส่งบัญชีรายชื่อมารวมกัน
แต่แล้วในที่สุด กำหนดการ 16 ส.ค. ก็เลื่อนออกไปอีก เพราะมีรายงานว่า “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช. กลาโหม และ “บิ๊กหน่อย” พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกลาโหม ส่งสัญญาณให้ ผบ.แต่ละเหล่าทัพ รู้แล้วว่า นายกฯไม่รีบ
อีกทั้งในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมในการจัดทำโผทหาร ด้วยการให้เหล่าทัพ ส่งตรงมาที่ กลาโหมเลยไม่ต้องส่งให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเนื่องจากเกรงว่า โผจะรั่ว และจะทำให้เกิดปัญหาตามมาในเรื่องของการวิ่งเต้นแย่งชิงตำแหน่ง เนื่องจากมีระยะเวลานานหลายวัน จากขั้นตอนของผู้บัญชาการทหารสูงสุด จนถึงกระทรวงกลาโหม
พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ เป็นเซ็นเตอร์ ในการประสานงานตำแหน่งแลกเปลี่ยนของแต่ละเหล่าทัพ ในการจัดทำโผทหาร โดยยังไม่ต้องส่งมาให้ดู เพื่อการเก็บเป็นความลับ ของในแต่ละเหล่าทัพ และกำหนดให้ส่งตรงที่ พล.อ.ชัยชาญ เมื่อใกล้เวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเรียกประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายของกลาโหม หรือที่เรียกว่า “7เสือกลาโหม” เลย
แต่มีกำหนดประชุมสภากลาโหม 25 ส.ค. ไว้แล้ว แม้จะยังไม่มีรายงานข่าวยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำหนดวันประชุมบอร์ด 7 เสือกลาโหมวันไหน แต่คาดกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะนัดหารือ 7 เสือกลาโหม วงเล็กกันก่อน ที่จะเข้าประชุม สภากลาโหม เพราะโผทหาร ไม่ต้องผ่าน สภากลาโหม และไม่ต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แค่ ผ่านบอร์ด 7 เสือกลาโหม ที่มี รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ปลัดกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และ ผู้บัญชาการทหาร อากาศ เท่านั้น จากนั้นเป็นขั้นตอนทางธุรการเพื่อเตรียมส่งให้นายกรัฐมนตรี และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ราวต้นเดือน ก.ย.
เมื่อพล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่า รอด การตีความนายกฯ 8 ปี และได้ไปต่อแน่นอนแต่ที่ ไม่มั่นใจคือ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้นับการเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ประกาศใช้ในปี 2560 หรือนับตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯเป็นนายกฯ ในปี 2562
เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวของหลายฝ่ายที่จะกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกฯครบ 8 ปี 23 สิงหา 2565 นี้เลยแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็สู้และเป้าหมายของพล.อ.ประยุทธ์ คือการเป็นนายกฯ ต่อได้อีก 1 สมัย จนถึงปี 2570 และหากศาลรัฐธรรมนูญ นับวาระการดำรงตำแหน่งนายกตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯได้ถึงปี 2568 เท่านั้น
เพราะหากสมัยหน้า ได้กลับมาเป็นนายกฯ แค่ 2 ปี ก็จะเกิดคำถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังจะไปต่อ และหวังจะเป็นนายกรัฐมนตรี อีกหรือ เพราะจะมีผลทำให้ อำนาจที่ไม่มั่นคง แม้จะรอด ตีความ 8 ปี แต่อนาคตที่ไม่แน่นอนว่า จะอยู่ได้อีกกี่ปี จึงทำให้พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะต้องตัดสินใจจัดโผทหารในอีกรูปแบบหนึ่ง และอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่รีบจัดทำโผทหารให้เสร็จเรียบร้อยก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระ 8 ปี
โผทหารครั้งนี้มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการเหล่าทัพ 3 คนคือ ปลัดกลาโหม ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่เกษียณราชการ สำหรับตำแหน่งปลัดกลาโหม พล.อ.วรเกียรติ จะสนับสนุน “บิ๊กหนุ่ม” พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ รองปลัดกลาโหม สายตรง บ้านป่ารอยต่อฯ เป็นปลัดกลาโหมคนใหม่แทน ก็ตาม แต่คาดกันว่า จะต้องรอให้ตำแหน่ง ผบ.ทร.ลงตัว ก่อน เพราะไม่แน่ว่าที่สุดแล้วปลัดกลาโหมคนใหม่ อาจเป็นทหารเรือ
ทั้งนี้เพราะมีความเคลื่อนไหวในการสนับสนุน “บิ๊กโต้ง” พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ รอง ผบ.ทร. ให้เป็น ผบ.ทร. เพราะมีความชอบธรรม ทั้ง อาวุโส ทั้ง ยศ และรุ่น และ เคยได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ทร. มาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าครั้งนั้น พล.ร.อ.ธีรกุล ต้องยอมเปิดทางให้ “บิ๊กเฒ่า” พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย รองปลัดกลาโหม ในเวลานั้นข้ามกลับมาเป็น ผบ.ทร. เพราะก็มีความชอบธรรม และอาวุโสที่สุดในขณะนั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งปลัดกลาโหมได้ถูกเหล่าทหารบก ยึดครองมายาวนานต่อเนื่อง ยากที่ ทหารเรือหรือทหารอากาศ จะแทรกขึ้นมาเป็น ปลัดกลาโหมได้ ในอดีต เคยมี ปลัดกลาโหม ที่เป็นทหารเรือ และทหารอากาศ แค่ 1-2 คนเท่านั้น
อีกทั้งในเวลานี้สถานการณ์ทางการเมืองไม่แน่นอนรวมทั้งอนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังการเลือกตั้งสมัยหน้าจึงทำให้ขั้วอำนาจในกองทัพ จำเป็นที่จะต้องยึดเก้าอี้ผู้บัญชาการเหล่าทัพให้ได้มากที่สุด
พล.อ.สนิธชนก นั้น นอกจากเป็นน้องรัก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ยังใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ และยังมีกองหนุน สำคัญ จากเตรียมทหารรุ่น 20 ทั้ง พล.อ.วรเกียรติ เอง และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ น้องรักบิ๊กป้อม อดีตปลัดกลาโหม ที่เคยเป็นปลัดกลาโหม ต่อเนื่องมา 3 ปี เช่นเดียวกับที่ พล.อ.สนิธชนก หากได้ขึ้นปลัดกลาโหมในโผนี้ก็จะนั่งยาว 3 ปีจนเกษียณ 2568 เลย
แต่ก็เป็นเรื่องยากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะยอมขัด พล.ร.อ.สมประสงค์ ในการดัน พล.ร.อ.ธีรกุล ขึ้นเป็น ผบ.ทร. เพราะถึงอย่างไร พล.ร.อ.สมประสงค์ ก็ยืนยันที่จะเสนอชื่อ “บิ๊กจอร์จ” พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ เป็น ผบ.ทร คนใหม่ แต่กระนั้นก็ตาม มีการผูกโยงเรื่องการตั้ง ผบ.ทร.คนใหม่กับการแก้ปัญหาเรือดำน้ำจีน ที่เป็นโครงการของ พล.อ.ประวิตร มาตั้งแต่ต้น และส่อเค้า ว่ากองทัพเรือ ยอมที่จะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ตามที่ บริษัท CSOC จีน เสนอมา แม้จะถูกคัดค้าน ก็ตาม เพราะเป็นเครื่องยนต์ต้นแบบ ที่ยังไม่เคยมีใช้ในเรือดำน้ำรุ่นใดมาก่อนเลย ที่สอดคล้องกับกระแสข่าวที่ว่า พล.ร.อ.สมประสงค์ พร้อม พล.ร.อ.เชิงชาย ได้เข้าไปพบ พล.อ.ประวิตร มาแล้ว แต่กระนั้นก็ตาม ในกองทัพเรือ ก็ยังจับตามองว่าจะเกิดปฏิบัติการฟ้าผ่า กองทัพเรือขึ้น ในโผนี้หรือไม่
ขณะที่กองทัพบก แม้จะมีกระแสข่าวลือการเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. มาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในหมู่เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 23 ของ “บิ๊กต่อ” พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผช.ผบ.ทบ. น้องรักนายกฯ ที่รอจ่อเป็น ผบ.ทบ. อยู่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ส่งสัญญาณที่จะไม่แตะต้อง “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์ พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ไฟเขียวให้เป็นต่อไปเป็นปีที่ 3 แล้วให้ พล.อ.เจริญชัย ขึ้นมาเป็นรองผบ.ทบ. จ่อคิวเพื่อขึ้นในปลายปี 2566 เมื่อ พล.อ.ณรงค์พันธ์ เกษียณ
สัญญาณนี้ ถูกตีความ จากการที่พล.อ.ประยุทธ์ ไปมอบรางวัลบทเพลงเพื่อชาติ และ ราชบัลลังก์ ที่จัดโดย กอ.รมน. และเรียกหา พล.อ.ณรงค์พันธ์ มาคุยหลายครั้ง และพูดคุยอย่างสนิทสนมรวมทั้งมีคำพูดบางประโยคที่ทำให้ตีความ ได้ว่าไม่เปลี่ยน ผบ.ทบ. และนายกฯ ก็จะรอดตีความนายกฯ 8 ปี ได้ไปต่อ
ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่อาจจะเกิดการหักมุม จากที่เชื่อกันว่า จะเสนอชื่อ “บิ๊กต้น” พล.อ.อ.คงศักดิ์ จันทรโสภา ผบ.คปอ. น้องรักนักบินเอฟ 16 ที่อยู่กองบิน1 ด้วยกันมา ขึ้นเป็น ผบ.ทอ.คนใหม่ แต่มีข่าวสะพัดทัพฟ้าว่า คนที่พล.อ.อ.นภาเดช เลือกอาจกลายเป็น บิ๊กป้อม พล.อ.อ.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รอง ผบ.ทอ. ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการศึกษา เครื่องบินขับไล่เอฟ 35 ที่ถือว่ามีความชอบธรรมเพราะครองอาวุโส และจ่อคิวอยู่และเป็นการลบล้างมุมมองที่ใครๆ ในทัพฟ้า เชื่อว่าพล.อ.อ.นภาเดช ให้ความสำคัญ กับเรื่องความสนิทสนมส่วนตัว ความไว้วางใจ ต้องอยู่ด้วยกันมา รู้ใจกัน และแผนการวางทายาททัพฟ้าจากเรื่องส่วนตัว ทิ้งไปทันที หรือแม้แต่ ทฤษฎีที่ว่า จะต้องเป็นนักบินเอฟ 16 เท่านั้น
เพราะ พล.อ.อ.ธนศักดิ์ ไม่ใช่นักบิน เอฟ 16 แต่เป็น นักบิน OV-10 และ มีอายุราชการถึง 2567 จะนั่งเป็น ผบ.ทอ.2 ปี ก็จะปิดทางบรรดานายทหาร ที่เป็นน้องรัก ของพล.อ.อ.นภาเดช ทุกคน ทั้ง พล.อ.อ.คงศักดิ์ ที่เกษียณ ต.ค. 2566 “บิ๊กตุ๊ด” พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผช.ผบ.ทอ. เกษียณ ต.ค. 2566 และ “บิ๊กณะ” พล.อ.อ.ณรงค์ อินทชาติ ที่ปรึกษาพิเศษ ทอ. เกษียณ 2567
ด้วยความไม่แน่นอน ของหลายตำแหน่งจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ เลือกที่จะ สโลว์โผทหาร เพื่อลดการวิ่งเต้น ต่อสู้ งัดข้อ วัดพลังกัน นั่นเอง โดยเฉพาะในกองบัญชาการกองทัพไทยหลังจากที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จะส่ง “บิ๊กอ๊อบ” พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสธ.ประจำผบช. มาเป็น เสนาธิการทหาร เพื่อรอจ่อเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด คอแดงคนที่ 2 ต่อจาก พล.อ.เฉลิมพล แต่ก็เจอกระแสคัดค้านจาก “ทหารคอเขียว” ภายใน ที่ก็ถูกทหารคอแดงตัดหน้ามาอีกยกหนึ่งแล้วทำให้นายทหารคอเขียว หลายคน หมดอนาคตมาแล้วตั้งแต่เมื่อครั้งที่ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบทบ. ส่ง พล.อ.เฉลิมพล ข้ามจากทบ. มาเป็นเสธ.ทหารและเป็นผบ.ทหารสูงสุดคอแดง คนแรก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
แต่ทว่าความแรงของ พล.อ.ทรงวิทย์ ที่มีพลังพิเศษ และต้นทุนทางสังคม ในเรื่องภาพลักษณ์ และความรู้ความสามารถ ก็ยากที่จะทหารคอเขียวจะต้านทาน
แต่อาจมีการลดแรงเสียดทานโดยการให้พล.อ.ทรงวิทย์ นั่งเป็นรองผบ.ทหารสูงสุด ในโควต้าทบ. ก่อน เพื่อจะได้ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้ขึ้นเป็นทหารสูงสุดในปีหน้าหรือไม่ เพราะยังมีแคนดิเดตขึ้นมาแข่ง ทั้ง “บิ๊กจ่อย” พล.อ.ธิติชัย เทียนทอง รองเสนาธิการทหาร ทหารคอเขียว ที่อาจได้ขึ้นเป็นเสนาธิการทหาร ตามไลน์ และ “บิ๊กบุ๋ม” พล.อ.สุวิทย์ เกตุศรี ผอ.ศปร. ขึ้นเป็นทหารสูงสุดโควต้าทัพไทย
เมื่อมองไปแล้ว จะเห็นได้ว่ามีทหารคอแดง 2 คน ทั้ง พล.อ.ทรงวิทย์ และพล.อ.สุวิทย์ แข่งกันในปีหน้า และเป็นการให้ความหวังทหารคอเขียวด้วย เพราะ พล.อ.ธิติชัย เป็น เสธ.ทหาร แม้ว่าพล.อ.ทรงวิทย์ จะเป็นเต็งหนึ่งก็ตาม แต่ก็ลด บรรยากาศของความแปลกแยก และทำให้ทุกคน ยังมีความหวัง เพื่อที่จะสู้กันต่อไปในปลายปีหน้า ตามวิถีของ กองทัพและธรรมชาติของการแต่งตั้งโยกย้ายนั่นเอง