มท.จัด Kick off ท่องเที่ยวชุมชนOTOP นวัตวิถี ฝันลดความเหลื่อมล้ำ -สังคมเป็นธรรม ด้านอธิบดีพช.หวังพลิกโฉมสินค้าโอท้อบปออกจากชุมชนหลังผลักดันมา16ปี

เมื่อวันที่13 มิ.ย.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีและสัมมนาการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว ภายใต้โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่13-15 มิ.ย.โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 1,857 คน ประกอบด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ภาคเอกชน พัฒนาการจังหวัด และพัฒนาการอำเภอ โดยมีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ กล่าวรายงาน ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี

รมว.กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะวางแนวทางในการพัฒนา และดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้รัฐบาลใดก็ตาม เพื่อนำประเทศไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ประกอบไปด้วย 6 ด้าน โดยด้านที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม เป็นการสร้างความเสมอภาคลดความเหลื่อมล้ำทุกด้าน เป้าหมาย คือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในสังคม ตั้งอยู่บนหลักการและพื้นฐานสำคัญ การสร้างสังคมคุณภาพ สังคมในทุกๆ ด้านไปพร้อมกัน โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง โดยการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้คนทุกกลุ่มในสังคม

รมว.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน รัฐบาลได้มุ่งใช้หลัก “ประชารัฐ” โดยบูรณาการทุกภาคส่วน ทำงานร่วมกันภายใต้โครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 เพิ่มเติม เพื่อขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว ดังนี้ 1.จัดสรรผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ งบประมาณ 20,000,000,000 บาท (สองหมื่นล้านบาท)
2.จัดสรรผ่านกระทรวงการคลัง โครงการผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ งบประมาณ 21,078,000,000 บาท (สองหมื่นเจ็ดสิบแปดล้านบาท) 3.จัดสรรผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาระดับพื นที่ งบประมาณ 20,000,000,000 บาท (สองหมื่นล้านบาท) 4.จัดสรรผ่านกรมการพัฒนาชุมชน โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 9,328,000,000 บาท (เก้าพันสามร้อยยี่สิบแปดล้านบาท)

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า ครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จึงเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรม ในการขับเคลื่อนภารกิจโครงการไทยนิยมยั่งยืนดังกล่าว โดยเป้าหมาย เป็นการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชน การสร้างตลาดใหม่ การเชื่อมโยง OTOP กับการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และคนมีความสุข ตลอดจนสร้างชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ด้านนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวถึง โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ว่าเป็นการพลิกโฉม OTOP หลังจากดำเนินงานมา 16 ปี ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านยุคการผลักดันสินค้า OTOP ออกจากชุมชน มาสู่การสร้างรายได้ตามความต้องการ (Demand Driven Local Economy) โดยการสร้างระบบให้เกิดการขายสินค้าอยู่ในชุมชน และเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในชุมชน ด้วยแนวคิดนี้ ชุมชนที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพจะสามารถสร้างรายได้ที่เกิดการกระจายตัว ทั่วถึงทั้งชุมชน มีรายได้ตลอดทั้งปี และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน และตั้งเป้าหมายความสำเร็จของโครงการไว้ว่าผลิตภัณฑ์ OTOP ในกลุ่ม D ได้รับการพัฒนาไม่น้อยกว่า 60,000 ผลิตภัณฑ์ รายได้เฉพาะการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 ชุมชน/หมู่บ้านได้รับการพัฒนาด้านการจัดการท่องเที่ยวชุมชน จำนวน 3,273 ชุมชน/หมู่บ้าน กระจายใน 76 จังหวัด และผ่านการประเมินระดับ “มั่งมี ศรีสุข” ตามเกณฑ์และตัวชี้วัดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในปี 2561 กรมการพัฒนาชุมชนได้วางการทำงานออกเป็น 3 ช่วงคื ช่วงที่ 1 : มิถุนายน 2561 จัดสัมมนาการขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี, ประชาสัมพันธ์และตลาดออนไลน์เพื่อสร้างความรับรู้ใหม่ให้แก่ทุกภาคส่วน และจัดตั้งศูนย์การจัดการและประเมินผล OTOP นวัตวิถี

ช่วงที่ 2 มิ.ย.-ส.ค.จัดสัมมนาย่อยเพื่อสร้างการรับรู้ใหม่ทุกภาคส่วน, ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP และปรับตัวสู่การพัฒนาในชุมชนท่องเที่ยว, ยกระดับมาตรฐาน OTOP รสไทยแท้, พัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP โดย “โรงเรียน OTOP”, ประกวดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี, กระตุ้นกลุ่มเป้าหมายในการมาท่องเที่ยวชุมชน OTOP จย นวัตวิถี และติดตามการประเมินผล และช่วงที่ 3 เดือนก.ย. ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้แก่ทุกภาคส่วน ทั้งความก้าวหน้าและความสำเร็จของโครงการ และจัดแสดงผลงานความสำเร็จและนำ Tourism Platform ซึ่งเป็น BIG Data เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

"ผลสัมฤทธิ์ของโครงการดังกล่าวจะสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมีการกระจายรายได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของกลุ่มเป้าหมายเกิดชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน" อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าว