"บิ๊กตู่" เดินเครื่องกองทุนหมู่บ้านปี 61 หว่านงบกว่า 2 หมื่นล้าน หมู่บ้านละ 3 แสน บอกรบ.นี้ไม่ได้ให้งบอย่างเดียว แต่ต้องสร้างอาชีพให้ปชช. ลั่นยินดีรับคำด่า ดีกว่าคำชมเคลือบยาพิษ ย้ำทุกโครงการต้องโปร่งใส ยาหอมหากวันนี้ทำกองทุนเข้มแข็งวันหน้ามีเพิ่มเติมให้อีก ข้อร้องมีปัญหาให้ร้องผ่านคณะทำงานรับรองถึงหมด ชี้ โวยผ่านสื่อพาเสียขวัญ หวั่นทำถูกมองทำอะไรไม่เคยสำเร็จ ขณะที่สมาชิกกทบ. เขียนข้อความลงบอร์ดให้กำลังนายกฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมนุมอย่างยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมถึงประชาชนกว่า 10,000 คน เข้าร่วมงาน โดยปี 2561 รัฐบาลอนุมัติงบประมาณให้กองทุนหมู่บ้านผ่านโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนฯ วงเงิน 20,000 ล้านบาท กองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีโอกาสมาพบปะประชาชนทั่วประเทศ ทุกคนเป็นตัวแทนจากทุกจังหวัด จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้มาทำความเข้าใจร่วมกัน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ เราจึงจำเป็นต้องให้กองทุนหมู่บ้านทำหน้าที่ขับเคลื่อนความต้องการของประชาชนผ่านประชารัฐ เราต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองมั่นคง ทำให้ประเทศเข้มแข็ง ให้คนมีคุณภาพ เราจะต้องเรียนรู้ร่วมกัน โดยต้องสร้างความรู้ ซึ่งความรู้ในปัจจุบันหาได้ง่ายจากด้านในของหนังสือพิมพ์ส่วนหน้าหนึ่งอย่าไปสนใจมากนัก เพราะมีแต่เรื่องมโนสาเร่ รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นกรอบในแผนงาน

“ผมดีใจที่กองทุนหมู่บ้านมีความมั่นคง ก้าวหน้า ดีใจที่ชาวบ้านเข้มแข็งทางความคิด และร่วมมือกันมากขึ้น รัฐบาลนี้ไม่มีหน้าที่ให้งบประมาณอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ 70 ล้านคนได้มีอาชีพ เพราะถ้าให้แต่เงินเปล่าๆลงไป แม้ทุกคนจะพอใจ แต่ไม่ดีในเชิงเศรษฐกิจ เพราะเงินเหล่านั้นจะหายไปเปล่าๆ ภาระหน้าที่นี้เป็นของทุกๆ รัฐบาล เราต้องทำงานเพื่อคนจน ไม่ได้ทำเพื่อคนรวยอย่างเดียว เพราะคนรวยมีความฉลาด บางครั้งฉลาดแกมโกง จะเห็นว่าคนรวยสู้คดีได้ตลอด แต่รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ก้าวล่วงคดีความต่างๆ และเราไม่รังแกคนจน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนและคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต้องรับผิดชอบเงินทุกเม็ด เพราะมีกฎหมายทุกฉบับดูแล มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สาธารณะ เงินคงคลังถ้าเราให้เงินโดยง่าย ทุกคนจะพอใจ ภาพดูเหมือนเศรษฐกิจดี แต่ถ้าเก็บภาษีไม่ได้ ทุกอย่างจะพัง ดังนั้นรัฐบาลจะให้เงินแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เพราะจะเป็นคดีความ จึงขอให้เห็นใจกันด้วย การทำงานของรัฐบาลไม่ใช่การหาเสียงแต่ทำเพื่อประชาชนโดยเราได้ปรับแก้ทุกอย่างให้ตรงกับความต้องการ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้เศรษฐกิจต้องดีขึ้น เพียงแต่พวกเรารู้สึกว่ามันไม่ดีขึ้น มองตัวเลขดีแต่ผลไม่เห็นมีอะไร ก็กำลังทำตรงนี้ และท่านจะดีตามไปด้วยเพราะต้องสร้างยึดโยงกันหมด รวมกลุ่ม ค้าขายออนไลน์ ต้องเรียนรู้ นี้คือโอกาสของท่านเรียกว่าความเท่าเทียม เกิดขึ้นโดยกฎหมาย ทุกคนจะยากดีมีจนต้องเคารพกฎหมาย ซี่งกฎหมายดีทุกตัว หลายอย่างไม่ใช่เลวไปทั้งหมด คนไม่ดีก็ไปว่ามาที่ในส่วนของกระบวนการยุติธรรมวันนี้ก็ดำเนินการไปเยอะ

"หลายคนไม่อยากฟังตน และรัฐบาลพูด เพราะต้องไปใช้เวลาคิดตามหวย 30 ล้านใครมันโกง หรือดาราคนนี้เลิกกับคนนี้ ท้ายสุดก็ลืมว่าตัวเองคิดอะไร รัฐบาลพูดอะไรก็ไม่รู้อีก แล้วกลับมาด่ารัฐบาล ด่ากันเองนี้แหละ ผมยินดีรับคำด่าคำว่าทุกวันมากกว่าคำชมที่เคลือบแฝงไปด้วยยาพิษ จริงใจต่อกัน คนเราพูดแล้วทำสำคัญ และความรับผิดชอบ ความจริงใจที่ผมทำให้กับท่าน ผมไม่เคยหยุดคิด ไม่เคยหยุดทำงาน คณะรัฐมนตรีทุกคนของผมเหมือนกัน"

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพราะฉะนั้นในขั้นตอนการทำงานของท่าน เมื่อให้นโยบายลงไป และงบประมาณลงไป ตรวจสอบแล้วเรียบร้อย ขั้นตอนทุกอย่างมันทำโครงการได้ก็จะอนุมัติให้เร็วที่สุด แต่ขั้นตอนต่อจากนั้นท่านต้องรับผิดชอบเองด้วยการตรวจสอบว่างบประมาณนี้ทำโปร่งใสหรือไม่ มีประสิทธิภาพหรือไม่ ใครได้ประโยชน์ และมีอะไรแจ้งมาศูนย์ดำรงธรรมหรือส่วนราชการในพื้นที่เพื่อตรวจสอบการทุจริต ส่วนที่ไม่ได้แล้วไปฟ้องในส่วนที่ได้แต่ทำดีอยู่แล้วท่านต้องยอมรับเพราะนี่คือกติกาของคำว่าประชาธิปไตย ที่มีคุณภาพ มีธรรมมาภิบาลยอมรับในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ไม่ใช่ยอมรับแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองหรือกลุ่มตัวเอง ก็จะเป็นเครื่องมือหลายๆ อย่างที่จะทำให้บ้านเมืองมีปัญหา รัฐบาลนี้ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชา เป็นหลักการทำงานทั้งสิ้น ขอให้ช่วยกันคิดตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งกองทุนมีสมาชิกถึง 13 ล้านคนต้องทำให้เข้มแข็ง วันนี้ถ้าทำดีวันหน้าจะมีให้เพิ่มเติมอีกสมองซีกซ้ายของตนคิดว่าวันหน้าจะให้อะไร ทำอะไรซีกขวาจะหาเงินถึงไหนวันนี้ตนเดินเอียงซ้ายตลอด เพราะมีแต่รายจ่าย วันนี้งบฯเฉลี่ยทุกจังหวัดไม่ใช่การเมือง รัฐบาลต้องทำงานแบบนี้ และได้ทำให้เกิดความชัดเจนในการใช้จ่ายงบฯแล้ว กรุณาไปดูด้วยในเรื่องรายละเอียดและหลักการ

อย่างไรก็ตาม เราคือครอบครัวเดียวกันคำว่าครอบครัวสำคัญที่สุด เป็นคนไทยด้วยกันเรามาหักหารกันไม่ได้ แต่เราต้องใช้กฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมทุกอย่างไม่ใช่การเมือง ไม่ใช่มองอะไรก็การเมืองทุกเรื่องตื่นเช้ามาก็การเมืองทะเลาะกันตั้งแต่เช้า ต้องเอาการบ้านมาคิดว่าทำอะไรดีมากกว่า ถ้ามีอะไรก็บอกคณะทำงานมาเพราะถึงนายกฯ หมด ถ้าไปพูดเสียหายในสื่อ มันก็เหมือนทำอะไรไม่สำเร็จกันซักอย่างเลยเหรอ บางทีก็ทำให้รู้สึกเสียขวัญอยู่เหมือนกัน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้จัดงานได้เตรียมกระดานให้ประชาชนเขียนข้อความให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในบริเวณทางเข้างาน ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนกองทุนหมู่บ้านจากทุกภาคทั่วประเทศ เขียนข้อความเป็นกำลังใจขอให้นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับปัญหา และอุปสรรคต่อไปอย่างราบรื่น รวมทั้งอวยพรขอให้เป็นนายกรัฐมนตรี กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก หรือให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แต่ก็มีบางส่วน ใช้โอกาสนี้สะท้อนปัญหาร้องขอความช่วยเหลือโดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตร ที่อยากให้รัฐบาลช่วยให้ปรับตัวสูงขึ้น