เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

“อำนาจอาจโกง อำนาจมากก็โกงมาก” ลอร์ดแอ็กตัน คนอังกฤษว่าไว้และอ้างอิงกันทั่วโลก

อำนาจในรัฐบาล หน่วยงานของรัฐทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น ใครมีอำนาจมากเท่าใดก็แนวโน้มที่จะโกงมากเท่านั้น คงไม่ขึ้นกับระบอบการปกครอง เพราะภายใต้รัฐบาลไม่ว่าเผด็จการหรือประชาธิปไตย ประเทศไทยก็มีการโกง

ภายใต้รัฐบาลทหารในปัจจุบัน ก็มีการโกงกินคอร์รัปชั่น ทั้งรายใหญ่รายย่อย ในกรณีรายเล็กรายน้อยที่เห็นเป็นข่าวทุกวันคงเป็นเพราะมีการร้องเรียน มีการตรวจสอบ แต่คงโกงกันเป็นประเพณีมานานมากแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลไหนก็ไม่รู้

ไปแตะที่ไหนเจอที่นั่น โกงตั้งแต่เงินช่วยเหลือคนจน คนพิการ คนยากไร้ คนไม่มีข้าวจะกิน ไม่มีถิ่นที่อยู่อาศัย ไร้ญาติขาดมิตร คนเป็นเอดส์ ไม่เว้นแม้แต่เงินบำรุงวัดพระศาสนา ไปจนถึงค่าอาหารกลางวันเด็ก ไม่รู้ว่าหัวใจคนเหล่านี้ทำด้วยอะไร

คงไม่มีแต่ในกระทรวงที่เป็นข่าว น่าจะมีการโกงทุกหน่วยงานของรัฐ ไม่มากก็น้อย ถ้าหากมีการตรวจสอบกันจริงๆ

ก็ไม่ผิดที่จะชี้นิ้วประณามคนทำผิด และเร่งเร้าให้มีการพัฒนาบุคลากร ให้มีจิตสำนึก ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ แต่หากว่าระบบยังเป็นเช่นนี้ ทั้งระบบใหญ่ของสังคมและระบบย่อยในองค์กรต่างๆ การโกงก็ยังจะมีต่อไป เพราะมีช่องทางและโอกาส เพราะบรรยากาศ ค่านิยมของสังคมอำนวย

ตรรกะคือ คนใช้อำนาจได้มาก โกงได้มาก เพราะมีการควบคุมน้อย ใช้อำนาจได้น้อยโกงน้อยเพราะมีระบบการควบคุมและตรวจสอบมาก ทำอย่างไรสังคมไทยจะมีระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็ง ที่ป้องกันการโกงกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อกรุงเทพฯ เริ่มติดตั้งกล้องบนถนนเพื่อแก้ปัญหาจราจร ข่าวว่าวันแรกๆ มีรถยนต์ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร ปาดหน้าขึ้นสะพาน ลงอุโมงค์ ออกจากเส้นทึบ ฝ่าไฟแดง นับแสนคัน มีการส่งใบแจ้งปรับไปถึงบ้าน วันนี้พฤติกรรมดังกล่าวน้อยลงมาก ถ้ามีแต่ตำรวจไปดักตามมุมตามสี่แยก คนไม่กลัว เพราะรู้ว่า จะมีที่ไหนเวลาไหน แต่กล้องวงจรปิดมี 24 ชั่วโมง

อำนาจผู้บริหารสถานศึกษามีช่องว่างให้โกงมากมายเพราะไม่มีกลไกตรวจสอบ มีแต่หน่วยกล้าตายไปร้องเรียน มีแต่เรื่อง “บังเอิญ” ว่ามีคนไปพบ หรือกรณีขัดแย้งที่โด่งดังขึ้นมา จึง “เกิดเรื่อง”

สถานศึกษามีคณะกรรมการ มีผู้แทนชุมชนไปร่วม แต่คณะกรรมการเหล่านี้ไม่มีอำนาจ ไม่สามารถไปตรวจสอบงบประมาณ การใช้จ่าย บัญชีของโรงเรียน ไม่มีอำนาจ “อนุมัติ” โครงกา กิจกรรมของโรงเรียน ปากก็อยากให้ชุมชนมีส่วนร่วม แต่ครูใหญ่ครูน้อยยังรวบอำนาจ การโกงก็ย่อมเกิดง่าย

ข้าราชการที่ยังทำตัวเป็น “เจ้านาย” ไม่เป็นข้ารับใช้ประชาชน ไม่สำนึกว่ากินเงินเดือนจากภาษีประชาชน มีแนวโน้มที่จะไม่ปล่อยให้มีกลไกหรือระบบอะไรมาตรวจสอบการใช้อำนาจของตนเอง

ผู้นำชุมชนบางคนเป็นกรรมการในโรงเรียน เล่าให้ฟังว่า ในที่ประชุม เมื่อไปตั้งคำถามหรือโต้แย้ง ผู้อำนวยการโรงเรียนก็จะตอกกลับว่า คุณจบอะไรมา ท่าทีดูถูกชาวบ้านแบบนี้ มีโอกาสเมื่อใดก็โกงได้เมื่อนั้น เพราะเริ่มต้นที่ “โกงอำนาจ” ประชาชน ไม่ยอมให้ตรวจสอบ

การมีอำนาจ มีโอกาส แม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าที่เราคิดว่าเป็นผู้นำทางศีลธรรมก็ยังหลงผิดได้ ถ้ามีระบบกลไกที่คอยช่วยเหลือดูแลวัดวาอาราม เงินทองทรัพย์สินของวัดที่เป็นของชุมชนจริงๆ ปัญหาอย่างที่เป็นข่าวคงไม่เกิด ถ้าจะมีก็คงน้อย

นี่ขนาดคณะกรรมการปฏิรูปศาสนาเสนอให้ทุกวัดทำบัญชีเงินทองของวัดก็ยังมีการต่อต้าน ที่ทำๆ กันก็เป็นวัดที่สมัครใจและถูกยกย่องให้เป็นต้นแบบ แต่ก็ไม่มีกฎระเบียบอะไรที่บังคับ เหมือนกรุงเทพฯ ถ้าไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งตามถนนหนทาง คนก็ยังทำผิด ยัง “โกงกัน” บนถนนเรื่อยไป

ถ้าวัดมีมูลนิธิคอยดูแลการเงิน ถ้าทุกโรงเรียนมีคณะกรรมการที่มีอำนาจในการบริหารงบประมาณโรงเรียน เงินอุดหนุน รายได้ แผนงาน โครงการ กิจกรรมของโรงเรียน รายรับ รายจ่าย ถ้าชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการวัดและโรงเรียนจริง วัดและโรงเรียนจะโปรงใส พัฒนาอย่างแน่นอน

ไม่รอให้มีแต่เรื่อง “บังเอิญ” ที่ดังขึ้นมาแล้วค่อยไปแก้ไขอย่างที่เกิดขึ้นทุกวัน เอาคนผิดมาลงโทษ แล้วก็รอให้เกิดเรื่องอีกโดยไม่มีการสร้างระบบกลไกอะไรขึ้นมา ก็แก้ปัญหากันไม่รู้จบอย่างที่เห็น

ปัญหาการโกงกินในบ้านเมืองเราวันนี้คล้ายกับโรคเอดส์เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ระบาดไปทั่วทุกวงการ ถ้ารัฐบาลยังรวมศูนย์อำนาจ ไม่กระจายอำนาจ ใช้แต่ระบบสั่งการ ไม่ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ไม่ให้ชุมชนมีส่วนร่วม คงแก้ปัญหาอาหารกลางวัน ปัญหาโรงเรียน ปัญหาวัดไม่ได้

โรงเรียนที่มีอาหารกลางวันอุดมสมบูรณ์มีหลายแห่ง มีงบต่อหัววันละ 20 บาทเหมือนทุกแห่ง แต่เพราะมี “ปัญญา” ในการพัฒนา “ทุนโรงเรียน” ซึ่งมีมากกว่าเงิน คือ ทุนทางสังคมของชุมชน ที่มีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องอาหารกลางวัน

ชุมชนพร้อมที่จะให้พันธุ์ปลา พันธุ์ไก่ไข่ ไก่เนื้อ พันธุ์ผัก และอื่นๆ พร้อมที่ช่วยเหลือให้ทั้งความรู้และแรงงานในการเตรียมอาหาร ถ้าหากครูในโรงเรียนเปิดใจเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมแก้ปัญหา ร่วมพัฒนา นอกจากจะไม่มีการโกงกินแล้ว เด็กและครูก็มีอาหารกินอย่างสมบูรณ์

สังคมอำนาจ สังคมอุปถัมภ์ กัดกินตัวเอง เพราะไร้ธรรมาภิบาล แม้แต่วัดและโรงเรียนที่น่าจะมี “คุณธรรม” ก็ยังทำหน้าที่ของตนไม่ได้