ภายในระยะ2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจความงามเติบโตอย่างมากเข้าสู่ยุคแข่งขันสูง แม้ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะในตลาด Red Ocean ที่แข่งขันกันด้วยการตัดราคา จัดโปรโมชั่นแข่งขัน แต่สำหรับ หมอเกรซ- พ.ญ. เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร ผู้บริหาร Doctorgrace Clinic (Diploma in Dermatology, Cardiff University, UK., Fellowship in Cosmetic Dermatology, Mount Sinai Hospital, USA.) แพทย์ที่ปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรม กลับสวนกระแสด้านการแข่งขันที่ต้องลดราคาอย่างต่อเนื่องพร้อม ชูสโลแกน สวย ปลอดภัย มั่นใจสุขภาพ พร้อมดึงปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมอัพเดทเทคโนโลยีนวัตกรรมความงามล่าสุด

ทั้งนี้ปัจจุบันธุรกิจความงามคลินิคต่างๆแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะในตลาด Red Ocean ที่แข่งขันด้วยการทำโปรโมชั่น การตัดราคาอย่างดุเดือด สำหรับ Doctorgrace Clinic เป็นธุรกิจบริการด้านความงาม เน้นการปรับโครงสร้างใบหน้า มีฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และการทำทรีทเม้นท์ ซึ่งปลายปีนี้เตรียมเพิ่มในส่วนของการทำ ศัลยกรรมจมูก และตา เนื่องจากเรามีนโยบายที่ชัดเจน เราใช้สโลแกน สวย ปลอดภัย มั่นใจคุณภาพ ที่ผ่านม แม้จะมีโปรโมชั่นแต่ไม่ลดลงมาก อาศัยเป็นของแถมมากกว่า เพราะเห็นว่าธุรกิจนี้เหมือนกับสินค้าแบรนด์เนม สินค้าฟุ่มเฟือยมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะ แม้ว่าเศรษฐกิจตกต่ำ แต่คนยังเลือกใช้ เลือกหาหมอ เลือกที่จะสวย

โดยกลุ่มเป้าหมายของเราค่อนข้างชัดเจนโดยเน้นเจาะกลุ่ม ผู้หญิง B+กลุ่มแม่บ้าน นักธุรกิจ และวัยทำงาน ใช้ความรู้สึกในการจับจ่าย จำเป็นต้องทำการตลาดโดยให้ข้อมูลที่มากที่สุด การทำการตลาดของเราที่ผ่านมาเน้นออนไลน์เป็นหลัก โดยใช้เครื่องมือ Facebookและ Youtube เราใช้ Content Marketing เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ ถือว่าประสบความสำเร็จมาก

“ปีนี้ได้เพิ่มกลยุทธ์การสื่อสารโดยใช้เซเบรลิตี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เข้ากลุ่มเป้าหมาย โดยเลือก บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งประสบความสำเร็จมากสามารถดึงกลุ่มเป้าหมายแม่บ้าน และนักธุรกิจให้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นมาก โดยปีนี้เราได้เตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมที่ อ่อนนุช และตั้งเป้าขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังต่างชาติเพิ่มขึ้น”

สำหรับเทรนด์ความงามที่ผ่านมาและปีนี้ยังคงหนีไม่พ้นกับการที่สาวๆ อยากมีใบหน้ารูปไข่ดูเป็นวีเชฟ และมีหุ่นที่ดี แต่ในความเป็นจริงพื้นฐานรูปหน้าของคนเราไม่เหมือนกัน เดี๋ยวนี้มีหลากหลายวิธีในการปรับเปลี่ยนรูปหน้า ไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรมผ่าตัด หรือวิธีการปกปิดด้วยเทคนิคอื่นๆ ที่ผ่านมาเราอยู่ในวงการความงามมาตลอด มีหลายเคสที่เข้ามาขอคำปรึกษา อยากสวยแต่กลัวการทำศัลยกรรม ซึ่งหมอจะแนะนำให้กลบจุดด้อยและเสริมด้วยจุดเด่น เพื่อเสริมความงามให้สวยในแบบฉบับของเรา หมอมองว่าความสวยไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น หลายครั้งที่เราอยากได้ใบหน้า จมูก ตา แบบคนอื่น แต่พอมาประกอบกันอาจไม่เข้ากับใบหน้าของเราและเมื่อทำไปอาจทำให้เราดูแปลก ที่ผ่านมาการศัลยกรรมทำให้เกิดปัญหาใบหน้าสวยเหมือนเป็นบล็อกเดียวกันหมด เหตุการณ์นี้หมอไม่อยากให้เกิดขึ้นเพราะสุดท้ายเราจะไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง

โดยที่คลินิคตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ULTRAFORMER III คือเทคโนโลยีกระชับผิวหน้าและสลายไขมันใต้ชั้นผิว ที่สามารถผลิตคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเข้มข้นสูงและเฉพาะเจาะจง ที่เรียกว่า MMFU: Micro & Macro Focused Ultrasound (เอ็มเอ็มเอฟยู: ไมโครแอนด์แมคโครโฟกัสอัลตร้าซาวน์) สามารถปล่อยพลังงานไปยังตำแหน่งความลึกที่ต้องการได้อย่างจำเพาะเจาะจง(Selective delivery of acoustic energy depth) สามารถลงลึกได้ทุกระดับใต้ชั้นผิว ทำให้ Ultraformer IIIเป็นเครื่องมือแพทย์ที่นำมาใช้ในการยกกระชับผิว (Tissue lifting) ลดริ้วรอย และสลายไขมันกระชับสัดส่วนของร่างกายได้ในเครื่องเดียว ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการแพทย์ผิวหนัง เพื่อใช้ในการยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นและมีความปลอดภัยสูงเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพในการรักษาเป็นอย่างมาก โดยใช้เวลาในการรักษาประมาณ 15-30 นาที และไม่ทำให้เกิดบาดแผล

ทั้งนี้หลังการทำสามารถแต่งหน้าได้ปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น ยิ่งไปกว่านั้น Ultraformer III เป็นที่ยอมรับกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ผ่านการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยจาก องค์การอาหารและยาของ ประเทศยุโรป (European CE) ประเทศออสเตรเรีย (Australian TGA) ประเทศใต้หวัน (Taiwan FDA) ประเทศญี่ปุ่น (Japan FDA) ประเทศเกาหลี (Korea FDA) และ ประเทศไทย เป็นต้น ดังนั้น MMFU จึงเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหนังใบหน้าและลำคอหย่อนคล้อย คิ้วตก,หนังตาตก,ขอบตาล่างหย่อนยาน, แก้มหย่อนคล้อย,ร่องแก้มลึก,มุมปากตก,มีเนื้อใต้คางเป็นชั้นๆและยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น V Shapeโดยที่ไม่ต้องการและไม่คิดจะทำศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการกระชับสัดสวนในบริเวณหน้าท้อง, ต้นแขน,ท้องแขน,ต้นขา,บริเวณ Bra Line, Love Handle, ผิวส่วนเกินบริเวณรอบหัวเข่า เป็นต้น

นอกจากนี้การรักษาด้วยเครื่องแล้วยังมีอีกหลากหลายวิธีในการดูแล และปัจจุบันมีคลินิคเกิดขึ้นมากมายหมอแนะนำว่าควรพิจารณาหาข้อมูลก่อนทำการรักษา คลินิคที่ดีควรมีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข แพทย์ต้องมีรูปและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชัดเจน ที่สำคัญไม่อยากให้พิจารณารักษาด้วยราคา เพราะแต่ละคลินิคมีต้นทุนยาไม่ต่างกันมากนักหากราคาถูกอย่างน่าตกใจตัวยาอาจไม่ได้มาตรฐานก็เป็นได้ เพื่อความปลอดภัยควรหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนดีที่สุด สำหรับผู้สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/doctorgraceclinic/ หรือ www.doctorgraceclinic.co.th