ปัญหาสภาฯล่มเมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ทำเอาหลายฝ่ายถึงกับนั่งไม่ติด เพราะเป็นการ ล่ม  อย่างมีนัยยะทางการเมือง ! 

 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 เกิดเหตุการณ์สภาฯล่ม ในระหว่างที่ ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯทำหน้าที่ในการประชุม ร่วมรัฐสภา ร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. . ซึ่งมีทั้งสิ้น 12 มาตรา  ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ แม้ประธานชวน จะให้เวลาเพื่อรอให้ส.ส.และส.ว.ทยอยเข้าห้องประชุม ทั้งกดออดเรียกและประวิงเวลารอ นานเกือบ 1ชั่วโมงก็แล้ว แต่สุดท้ายองค์ประชุมไม่ครบ  จนต้องตัดสินใจสั่งปิดการประชุม

 ทั้งนี้มีรายงานตลอดทั้งวัน ว่าจะมีขบวนการที่จงใจทำให้สภาฯล่ม  เพราะจะไปส่งผลทำให้ วาระต่อไป คือการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ.... ต่อเนื่องในมาตราที่ 24/1 ภายหลังที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ.

 ปัญหาเวลานี้คือการที่ ฝ่ายรัฐบาล และพรรคใหญ่ต้องการให้ใช้สูตรหาร 100 ในการคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิส์ และหากร่างกฎหมายลูกไม่สามารถเสร็จสิ้นจากการพิจารณาของรัฐสภา ได้ทันในกรอบเวลา 180 วันซึ่งจะไปครบกำหนดในวันที่15 ส.ค. นี้ แต่หากเลยกรอบเวลาจากนี้ไปแล้ว ฝ่ายที่ต้องการให้กลับใช้สูตรหาร 100 ก็จะมีความหวังขึ้นมา แม้ที่ประชุมรัฐสภา จะเคยลงมติเห็นชอบสูตร หาร 500 กันไปแล้วก็ตาม 

 แน่นอนว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา 4 ส.ค. จึงเกิดวิวาทะกันเอง ระหว่าง พรรคการเมืองที่ต้องการใช้สูตรหาร 100 กับ หาร 500 โดยไม่มีการแบ่งแยกแล้วว่า ใครคือ ฝ่ายค้าน หรือ รัฐบาล ยิ่งเมื่อ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ออกมาระบุเลยว่างานนี้มีการเล่นเกมใต้โต๊ะ ชกใต้เข็มขัด ของ 2พรรคใหญ่ ที่ต้องการทำสภาฯล่มเพื่อดึงเวลาให้ร่างกฎหมายลูก เสร็จไม่ทันวันที่ 15 ส.ค.นี้ หวังว่าจะได้กลับไปใช้ สูตรหาร100 

 สภาล่มไม่ได้เกิดจากเหตุสมาชิกไม่ครบแบบทั่วไป แต่เกิดจากการเล่นเกมของพรรคใหญ่อันดับหนึ่งและสอง ที่สมาชิกไม่ยอมแสดงตนร่วมประชุม มีความพยายามจะคว่ำการประชุมให้ได้ เพื่อที่กฎหมายลูกจะไม่สามารถมีโอกาสเข้าสภาได้ และต้องย้อนกลับไปใช้สูตรคำนวณหาร 100 ตามร่างที่ กกต.ยื่นเข้ามาในตอนแรก การกระทำเช่นนี้ ผมรับไม่ได้ ถ้ามาเล่นนอกกติกาแบบนี้ ไม่ใช่วิธีที่ลูกผู้ชายทำกัน  (4ส.ค.65) 

 เมื่อนพ.ระวี  ออกมาโวย  ตามมาด้วยพรรคภูมิใจไทย ที่กระแทกซ้ำจนในที่สุด เป้าหมาย พุ่งไปที่ พรรคเพื่อไทย กับ พรรคพลังประชารัฐ 2 พรรคใหญ่ที่แม้จะยืนกันคนละขั้วการเมือง แต่เมื่อหวังจะกลับไปใช้สูตร หาร 100  การจับมือกันเพื่อ ทำการเฉพาะกิจ  จึงเกิดขึ้น 

 ส่วนจะสำเร็จตามที่ตั้งเป้ากันเอาไว้ได้หรือไม่ ต้องรอดูศึกในสภาฯ รอบใหม่!