มทร.อีสาน-กระทรวงเกษตรฯ
น้อมนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ฯสร้างสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (จบ)

"...ทฤษฎีใหม่ ...ยืดหยุ่นได้ และต้องยืดหยุ่น เหมือนชีวิตของคนเรา ทุกคนต้องมียืดหยุ่น..."

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรพระราชทาน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี

(3) ความเป็นอยู่ ในขณะเดียวกันเกษตรกรต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร โดยมีปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต เช่น อาหารการกินต่าง ๆ กะปิ น้ำปลา เสื้อผ้า ที่พอเพียง (4) แต่ละชุมชนควรมีสวัสดิการและบริการที่จำเป็น เช่น มีสถานีอนามัยเมื่อยามป่วยไข้ หรือมีกองทุนไว้ให้กู้ยืมเพื่อประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ 

(5) การศึกษา มีโรงเรียนและชุมชนมีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษา เช่น มีกองทุนเพื่อการศึกษาเล่าเรียนให้แก่เยาวชนของชุมชนเอง(6) สังคมและศาสนา ชุมชนควรเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาสังคมและจิตใจ โดยมีศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยว

ข้อมูลข้างต้นที่นำมาเป็นการบันทึกผลอันเกิดจากการศึกษา ค้นคว้า ทดลองในวิถีเกษตรทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรโดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงานกปร.)มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นต้น

เป็นแนวพระราชดำริที่แน่นอนว่าทรงยึดหลักการภูมิปัญญาที่บรรพชนคนไทยประกอบอาชีพเกษตรกรรมมาแล้วได้พระราชทานหลักปฏิบัติต่อยอดภูมิปัญญาไทยด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ความรู้ทางเทคโนโลยีเข้าไปปรับประยุกต์ใช้โดยแนวพระราชดำริทรงให้คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดนำต่อยอดภูมิปัญญาเพื่อใช้ประโยชน์ได้สูงสุดจริง โดยไม่ต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติหากแต่ได้พึ่งพาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน

แนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่นี้ได้มีการถ่ายทอดสู่เกษตรกร ประชาชนที่สนใจประยุกต์พื้นที่ว่างเปล่าในบริเวณที่อยู่อาศัยของตนผลิตอาหารที่ต้องบริโภคในแต่ละวัน หรือที่เห็นความสำคัญของต้นไม้ที่แม้ต้นเดียวก็ให้ประโยชน์ตามแนวพระราชดำริ

แนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรที่พระราชทานผลประจักษ์จริงตามขั้นตอนที่พระราชทานเป็นแนวทางไว้คือนำสู่การมีอยู่มีกินมีความสุขอย่างยั่งยืนด้วยวิถีแห่งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สถาบันการศึกษา สถานศึกษาทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการจัดการเรียนการสอนอาชีพทางเกษตรกรรม การจัดการเรียนการสอนเป็นเชิงประกอบในทางการจัดการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติทั่วทั้งประเทศได้น้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน อย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเป็นต้นแล้วองค์ความรู้และผลสำเร็จจากการปฏิบัติตามแนวพระราชดำริภายในรั้วสถานศึกษาทุกระดับยังเป็นคุณูปการถ่ายเทสู่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจโดยเปิดประตูสถานศึกษาไว้พร้อมรับทุกคน

“ผมเชื่อว่า มทร.อีสาน(มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตสกลนคร) เป็นที่ที่อบอุ่นสำหรับเกษตรกร ในการเข้ามาเรียนรู้และสร้างเครือข่ายร่วมกัน ความสำเร็จย่อมมาจากการทำงานภายใต้ความสามัคคีและมีองค์ความรู้ในทุกระดับ นั่นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เรายังคงรักษาไทยนิยม หรือความเป็นประชารัฐ” ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในขณะลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดสกลนคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2561  ณ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร กล่าวสรุปว่าหลายคนทิ้งชีวิตตัวเองและครอบครัว เพื่อตะเกียกตะกายหาเงินในเมืองหลวง ทิ้งความเป็นเกษตรกรไปเป็นมนุษย์เงินเดือน พอมีลูกก็ส่งกลับมาให้ปู่ย่าตายายเลี้ยง ความเป็นครอบครัวก็ไม่เกิด แต่รากเหง้าที่แท้จริงของสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน ไม่ได้แข่งขันเพื่อเอาชนะ แต่แข่งขันกันเพื่อการแบ่งปันกัน ขณะนี้หลายหน่วยงานกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าการแข่งขันมันสามารถแบ่งปันกันได้อย่างไร โดยการจับมือกันทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน ผมคิดว่ามทร.อีสาน เราได้ทำสิ่งเหล่านี้อยู่ในภาคอีสานแล้ว และในนามของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะขอความร่วมมือกับ 10 หน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมมือกับ มทร.อีสาน และ มหาวิทยาลัยราชภัฎทั้ง 38 แห่ง เพื่อสนองงานที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงมอบหมายให้กับคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน นั่นคือ การสร้างคนรุ่นใหม่ให้ชนบท การช่วยเหลือชนบทให้มั่นคง เพราะปัจจุบันหากเราไม่ปรับตัวเราจะอยู่ลำบาก ซึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดอยู่ที่ชนบท ซึ่งมีราว 60 เปอร์เซ็นต์ ของประเทศ ความจริงอย่างหนึ่งคือจริงๆ แล้ว คนอีสานไม่ได้ยากแค้น แต่คนอีสานมีองค์ความรู้ที่ยิ่งใหญ่มาก เห็นได้จากมีปราชญ์ชาวบ้านมากมาย นั่นคือโอกาสที่ดีมากของโลกเมื่อเทียบกับแอฟริกาใต้ (South Africa) บ้านเขาทันสมัยกว่า ป่าเขาสมบูรณ์มาก แต่คนเขาไม่มีองค์ความรู้เหมือนเรา ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะแบ่งปันงานสร้างสรรค์ จับมือกับภูมิปัญญาเพื่อแบ่งปันสิ่งเหล่านี้ให้ชาวโลกได้เห็น เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกันพร้อมกับสืบสานงานของพระองค์ท่าน

"ทฤษฎีใหม่มีไว้ป้องกันความขาดแคลน ในยามปกติก็จะทำให้รวยขึ้น ในยามที่มีอุทกภัยก็จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนมีโอกาสพึ่งตนเองได้อย่างดี โดยไม่ต้องให้ราชการไปช่วยมากเกินไป ฉะนั้น จึงได้สนับสนุนให้มีการปฏิบัติตามทฤษฎีใหม่"

พระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) กล่าวว่า ภารกิจหลักของ มทร.อีสาน คือการมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ ที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพ สามารถแข่งขันได้ในนามของประชาคมอาเซียน โดยกำหนดบทบาทในการส่งเสริมงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม งานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ สามารถนำไปใช้ได้จริง มีการนำองค์ความรู้จากคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ในการบริการวิชาการชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมหาวิทยาลัยน้อมนำเอาแนวพระราชดำริหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรมาเป็นหลักในการปลูกฝังหล่อหลอมคณะครูอาจารย์ถ่ายทอดสู่นักศึกษาแล้วรวมพลังขยายผลไปสู่เกษตรกรประชาชนทั่วไปเพื่อให้เกิดการมีสติ เน้นย้ำความไม่ประมาท ให้มั่นคงอยู่ในสำนึกถึงความเพียร ความไม่โลภ ความกตัญญูและมุ่งถึงขีดความสามารถในการส่งเสริมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์พลังงาน โดยมุ่งเน้นสนองงานตามพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงตั้งพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชดำริ ทั้งนี้องค์ความรู้ต่างๆ ในวันนี้จะนำไปสู่แนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานต่อไป

“นโยบายของ มทร.อีสาน ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย ซึ่งกำหนดภารกิจของ มทร.อีสาน ที่เกี่ยวกับการเกษตรมีอยู่ 2 เรื่อง 1.การขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยนวัตกรรมเพื่อต่อยอดสมาร์ทฟาร์ม 2.ภารกิจเกี่ยวกับสมุนไพร ซึ่ง มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร เป็นแม่ข่ายหลักในการรับผิดชอบ ซึ่งตอบสนองภาครัฐและเป็นภารกิจหลักของวิทยาเขตสกลนคร ตอนนี้วิทยาเขตได้ประสานกับทางจังหวัดสกลนคร โดยได้รับประกาศความเป็นเมืองแห่งพฤกษาเวช และได้มีโอกาสในการทำงานร่วมกับจังหวัดหลายโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ซึ่งออกมาในรูปแบบที่เป็นรูปธรรม อาทิเช่น การจัดกิจกรรม การบริการวิชาการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้วยหลักสูตรระยะสั้น การวิจัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มทร.อีสาน ได้พยายามดำเนินงานตามที่ภาครัฐให้ช่วยส่งเสริมในฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งทาง มทร.อีสาน มีบุคลากรที่มีศักยภาพ ปัจจุบันมีบุคลากรราว 1,500 คน โดยจบการศึกษาระดับปริญญาเอกถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นกำลังพลจึงมีความพร้อม และในปี พ.ศ.2548 เราได้รับงบประมาณจากภาครัฐเพื่อจัดหาพัสดุครุภัณฑ์และพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อรองรับภารกิจนี้ โดยปัจจุบันเรามีคณะทรัพยากรธรรมชาติ วิทยาเขตสกลนคร และคณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาเขตสุรินทร์ ณ ตอนนี้ภารกิจที่มุ่งเน้นด้านการเกษตร ถือว่ามีความพร้อมอย่างสมบูรณ์” ผศ.ดร.วิโรจน์ กล่าว

อนึ่งในกิจกรรมครั้งดังกล่าวมีการจัดนิทรรศการเมืองสมุนไพร หมากเม่าและคราม เป็นคลัสเตอร์หลักของ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร โดยมี ผศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร ร่วมนำเสนอการจัดแสดงผลงานจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านดอนกลอย  เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ อำเภออากาศอำนวย ชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ บ้านนาเชือก การจัดแสดงผลผลิตจากหมากเม่า อาทิ น้ำหมากเม่า เค้กหมากเม่า การจัดแสดงผลงานของโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยสกลนคร หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท การสาธิตการนวดและการใช้ลูกประคบ สปาคราม จากศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และการจัดแสดงตำรับยาโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ณ ห้องประชุมราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร

วารุณี  กิตติสุทธิ์ /ข้อมูล