สถาพร ศรีสัจจัง

ถึงตอนนี้ “ข้อหา” ที่ใครต่อใคร โดยเฉพาะบรรดาสื่อมวลชน และนักคิดนักวิเคราะห์สายการเมือง เคยพูดเคยออกความเห็นต่อการรัฐประหารที่คนไทยมักชอบเรียกว่า “การปฏิวัติ” ของ “บิ้กบัง” พล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน ว่าเป็นรัฐประหารที่ “เสียของ” คือนอกจากจะทำให้ระบบ “ประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง” (เครื่องมือทำมาหากินของบรรดาสิ่งที่เรียกว่า “นักการเมืองอาชีพ”) ต้องชะงักงัน และถอยหลังลงคลองแล้ว สิ่งที่ตัวเองประกาศว่าจะเข้ามาเพื่อช่วยแก้ปัญหาสำคัญๆของชาติ เช่น การคอร์รัปชั่น การไม่บังคับใช้กฎหมาย ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาสิ่งแวดล้อม และอีกสารพัดปัญหานั้น ท้ายสุดก็ “เหลว”

ตัวหัวหน้ากองกำลังรัฐประหารที่ทำเพียงเพื่อให้ได้ “รัฏฐาธิปัตย์” ไปนอนกอดเสียหลายคืน คือบิ้กบังนั้น
ถึงขนาดต้องตกต่ำลงไปซูฮก กลายเป็นเหมือนมือเหมือนตีนให้ “บางใคร” เขาเชิดเป็นตัวละครเล่นเสียด้วยซ้ำ!

ตอนนี้ “เอตทัคคะ” ทางการเมืองหลายใคร รวมถึงนักสื่อมวลชนหลายฝ่าย(ที่ไม่ใช่ปากกระบอกเสียงของรัฐ) ดูเหมือนจะะเริ่มโยนข้อหานั้นใส่ท่านหัวหน้าคณะรัฐประหาร “คนใหม่” กลุ่มที่ชื่อ “คสช.” เข้าเต็มๆ

ค่าที่เหลือเวลาอีกไม่กี่วันกี่เดือน “โรดแมป” เรื่องวันเลือกตั้งก็เข้ามาจ่อที่คอหอยเสียแล้ว !

แต่เรื่องสำคัญๆที่โฆษณาไว้ว่าจะเข้ามาทำมาผลักดัน ก็แทบจะยังไม่เห็นร่องรอยว่าจะเกิดขึ้นแต่อย่างใด

เรื่องสำคัญสุดก็คือเรื่องการปฏิรูป เรื่องการปรองดองแห่งชาติ ยังไม่เห็นเค้าว่าจะมีอะไรจับต้องได้เลยเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นที่ฮือฮากันนั้น ก็เห็นเล่นกันได้เพียงการเชือดคอลูกไก่ให้ลิงดูในหมู่ข้าราชการกระจอกๆและในกระทรวงหางแถวเท่านั้น

เรื่องของคนบิ้กๆระดับรองนายกฯที่คุมกำลังบางคน แม้จะมีหลักฐานอยู่โทนโท่ ก็เมินเสียเถิด! ยังมีสีข้างให้แถเลือดซิกๆอีกนานทีเดียว!

ส่วนเรื่องเกี่ยวกับบรรดา “อภิโครงการ” เพื่อสร้างสังคมไทยสู่สิ่งที่โฆษณากันกระหึ่มทั้งเมือง ตั้งแต่เช้ายันค่ำว่า “สังคม 4.0” ที่ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” อะไรนั่น ก็อย่าได้มีใครไปตั้งข้อสงสัยเข้าเชียวหละ ล้วนเป็นการคิดดีทำดีเพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆ!

เจ้าสัวผู้รับเหมาใหญ่ที่ชอบเข้าป่ายิงเสือดำอะไรนั่น ก็ยังนั่งเป็นประธานกรรมการบรืษัทคู่สัญญารัฐสบายใจเฉิบดีแท้ๆ

เชื่อเถอะคนไทยลืมง่าย ให้ “กฎหมาย” ทำงานไปเถอะ กว่าจะผ่านศาลฎีกา ก็ต้องไม่น้อยกว่า 10 ปีเข้าโน่นแล้ว คดีรกโรงรกศาลมันเยอะ !

อำนาจเบ็ดเสร็จอย่างม.44 ที่ให้อำนาจหัวหน้าคณะรัฐประหารไว้ เพื่อให้สามารถทำอะไรแบบ “สะเด็ดน้ำ” ได้นั่น ต้องเอาไว้ใช้กับเรื่องสำคัญๆอย่างเรื่องการประกาศลดหย่อนผ่อนปรนหนี้ให้บรดาบริษัททีวี.ดิจิตอลที่ไม่มีเงินจ่ายรัฐก็พอ

อย่างเรื่องการควบคุมสารพิษสารอันตรายทางการเกษตรนั่นไง ก็ปล่อยให้ใช้กันต่อไปตามความเห็นของบรรดานักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิเถอะ(เที่ยวนี้แปลกแงะ!ที่เชื่อนักวิชาการ)เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์มหาศาลของบรรษัทข้ามชาติและการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อการส่งออก

การเกษตรแบบอินทรีย์แบบยั่งยืนแบบพอเพียงที่ในหลวงรัชการที่ 9 ทรงส่งเสริมนักหนานั่น ไม่ต้องไห้เกิดกันหรอก จะเกิดอย่างไรได้ ก็บ้านเมืองเต็มไปด้วยสารพิษทางการเกษตรที่คนทั้งโลกเขารังเกียจ ทุกครั้งที่ฝนตก สารพิษเหล่านี้ก็แทรกซึมไปทั่ว ทั้งในแห่งน้ำ ในดินและในอากาศ ใครจะทำเกษตรอินทรีย์ได้ไหว หรือเรื่องแค่นี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกับบรรดา ผู้ทรงฯที่นั่งทับเงินทับผลประโยชน์อยู่เต็มก้นทั้งหลาย?

พูดไปแล้วก็ได้แต่น่าเศร้า เพราะยังมีอีกหลายร้อยเรื่องที่ยังไม่ได้พูดให้เข้าหูท่านนายกฯบางคนที่นั่งรอราชรถมาเกยเพื่อจะได้เป็นนายกฯอีก. หรือเที่ยวนี้จะให้ลูกน้องและ “พวก” ใช้นโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จ คือ “ไม่เลือกเรา เขามาแน่!!”

หรือจะกลับไปซูฮกบาง “ใคร” ตามแบบทหารรุ่นพี่ผู้ทำการปฏิวัติ “เสียของ” ที่ชื่อ “บิ้กบัง” คนนั้นเคยทำทางนั้นง่ายกว่าจริงๆนะ!!!