เปิดงาน "วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ" ประจำปี 2561 "กฤษฏา” โปรยยาหอมชาวนา-ชาวไร่ งัดโปรเจกท์ยักษ์ซื้อใจรากหญ้าลั่นดัน "กองทุนเกษตรกรรมประชารัฐ" ให้ได้ใน 1-2 เดือนนี้ ตั้งเป้าดูแลอาชีพเกษตรกรให้มีอนาคตมั่งคงทั่วประเทศจัดสวัสดิการคุ้มครองตลอดชีพจนเสียชีวิตเผยมีเงินประเดิมแล้ว 2.9 พันล้านบาท"

วันนี้ (4 มิ.ย.61) นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน“วันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว ระดับประเทศ ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ปี 2561 เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” พร้อมมอบโล่รางวัลชาวนา และสถาบันชาวนาดีเด่น ผู้ชนะเลิศการประกวดนวัตกรรมการแปรรูปแลัเพิ่มมูลค่าข้าว และมอบรางวัลจานทอง จานเงิน ของเกษตรกรที่ขนัการแข่งขันประกวดสุดยอดข้าวอร่อย ปี 2560 โดยมีนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารระดับสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การต้อนรับ ณ บริเวณกรมการข้าว

นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ข้าว คือ พืชหล่อเลี้ยงชีวิตคนไทย ดังนั้นชาวนาจึงมีบทบาทสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ จะต้องสนับสนุนส่งเสริมให้ชาวนามีศักยภาพ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยกระทรวงเกษตรฯดูแลรับผิดชอบการผลิตข้าว และชาวนาทั่วประเทศ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ข้าวปี 60-64 เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาวนามากที่สุด ตามเป้าหมายเกษตร 4.0 สร้างสมดุลทุกภาคส่วน ผลักดันให้องค์กรชาวนาเข้มแข็งมั่นคง ช่วยกันยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวไทยสูงขึ้นตรงตามความต้องการตลาดในประเทศและตลาดโลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า อาชีพชาวนาและอาชีพเกษตรอื่นๆจะต้องได้รับการดูแลคุ้มครอง ตนมีความตั้งใจตั้งกองทุนเกษตรกรรมประชารัฐ ขึ้นมาดูแลอาชีพเกษตรกรทั่วประเทศ ให้เหมือนกับอาชีพอื่นๆเช่น กลุ่มผู้ใช้แรงงาน มีกองทุนสวัสดิการดูแลตลอดชีพ หลังจากที่ตนได้เรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ทราบถึงหลักการของกองทุนซึ่งท่านเห็นด้วย ในระหว่างนี้มาดูในข้อกฏหมายในเรื่องงบมาตั้งกองทุนและงบบริหาร ไม่ขัดต่อพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง โดยได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบกฎหมายของกระทรวง ในกองทุนสงเคราะห์เกษตร ยังมีเงินเหลืออยู่ 2.9 พันล้านบาท กำลังหารือกันว่าจะทำอย่างไรซึ่งมีเงินกองทุนอยู่แล้ว จึงอาจปรับกฎหมายใหม่ ให้คณะทำงานฯนำพ.ร.บ.สงเคราะห์เกษตรกร ปี2534 และพ.ร.บ.เศรษฐกิจการเกษตร ปี2522 นำมาปรับถ้อยคำ เพิ่มเติมบางมาตรา ในส่วนให้มีกองทุนเกษตรกรรมประชารัฐ มาดูแลอาชีพเกษตรกรเกิดความมั่นคงในอนาคต มีการกำหนดเงื่อนไข การลงทะเบียน จะปลูกอะไร จำนวนเท่าไหร่ ที่ต้องเป็นไปตามแผนการผลิต เช่น ปลูกข้าว58 ล้านไร่ ไปหารทุกจังหวัดที่ปลูกข้าวตามจำนวนนี้ ชาวนาจะได้รับการดูแล ถ้ามีโรคพืช ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภัยแล้ง น้ำท่วม กองทุนฯ จะมีเงินช่วยเหลือให้คุ้มต้นทุนการลงทุนแต่ต้องอยู่ในฤดูกาล มาคำนวนข้าวเสียหาย เกษตรกรได้เท่าไหร่

"ผมพยายามตั้งใจทำให้เกิดในรัฐบาลนี้ ระหว่างนี้กระทรวงเกษตรฯกำลังทำหลักการให้ชัดเจนไม่ ขัดหลักดับบลิวทีโอ ภายในเดือนสองเดือนนี้จะเป็นรูปเป็นร่างแน่นอน ทำให้อาชีพเกษตรกรทุกสาขา มีสวัสดิการดูแลทั้งหมด ชาวนา ชาวสวนยาง ชาวไร่อ้อย มันสำประหลัง ทำประมง เป็นต้น ยกฐานะอาชีพเกษตรกรรม เหมือนอาชีพอื่น และได้รับกองทุนคุ้มครอง เช่น ข้าราชการไปอยู่ใต้ ถูกระเบิด ตายได้1 ล้านบาท ไม่ตายได้ 5 แสนบาท ซึ่งชาวนาของผม ประกอบอาชีพสุจริตมาตลอดชีวิต น่าจะมีสวัสดิการคุ้มครอง เช่นเดียวกับประเทศออสเตรเลีย จีน อเมริกา ญี่ปุ่น มีกองทุนดูแลเกษตรกรของเขาทุกประเทศ ในส่วนประเทศไทยมี 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนนี้จะไม่ให้ซ้ำซ้อน"นายกฤษฏา กล่าว

นายกฤษฏา กล่าวว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินหน้าแผนข้าวครบวงจร กำหนดพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ 58 ล้านไร่ ป้องกันข้าวล้นตลาด ขณะนี้เพิ่งทะยอยปลูก3 ล้านไร่ ซึ่งจะเห็นว่าเกษตรกรมีความตื่นตัวเรียนรู้แล้วว่าได้ไม่คุ้มเสีย ส่วนพื้นที่ที่เคยปลูกเกินมีมาตรการจูงใจปรับเปลี่ยนปลูกพืชตัวอื่นรัฐช่วยไร่ละ 2 พันบาท มีงบ 2 หมื่นล้านบาท ได้เปิดให้เกษตรกรลงทะเบียนถึงเดือนก.ย. ในปีนี้ตั้งงบประมาณชดเชยลดรอบปลูก ปี 61 ประมาณ 1 แสนกว่าไร่ และเปลี่ยนจากข้าวมาปลูกข้าวโพดกว่า 7 แสนไร่

ด้าน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ปีนี้ กรมการข้าว ได้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 4-9 มิถุนายน 2561 ณ กรมการข้าว ภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการสนองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ 1.การจัดแสดงพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองและการใช้ประโยชน์ เช่น Genebank และการใช้ประโยชน์พันธุกรรมข้าวจากแต่ละภาค 2.การผลิตข้าวทันสมัยเพื่อยกระดับคุณภาพและรายได้แก่ชาวนา เช่น การปรับพื้นที่นาด้วยเลเซอร์ การนำโดรนมาใช้พ่นสารชีวภัณฑ์ 3.การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันผมร่วงที่มีสารสกัดจากข้าวสังข์หยด ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มข้าวไรซ์เบอรี่เสริมคอลลาเจนไทพ์ทู ผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวยาคู 4.การตลาด และการสร้างแบรนด์ เช่น ภาวะการค้าข้าวและการแข่งขันในตลาดโลก การบริหารจัดการข้าวด้วยระบบสหกรณ์ และ5.คลินิกเกษตรข้าวเคลื่อนที่ พร้อมทั้งจัดแสดงเครื่องจักรกลการเกษตร ฯลฯ

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาวิชาการ การแสดงผลงานขององค์กรชาวนา ประกอบด้วย ผลงานเชิดชูเกียรติชาวนา 4 สาขา การรวมตัวกันแสดงผลงานความสำเร็จขององค์กรชาวนากว่า 10 องค์กร และการแสดงผลงานกลุ่มนาแปลงใหญ่ทั่วประเทศ การแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค การแข่งขันต่างๆ เช่น การทำเมนูอาหารจากข้าวพื้นเมือง การแข่งขันดำนา ฯลฯ การแสดงมินิคอนเสิร์ต ตลอดจนความบันเทิงต่างๆ และยังมีสินค้าดีมีคุณภาพจำหน่ายภายในงาน อีกมากกว่า 100 ร้านค้า

"อย่างไรก็ตาม กรมการข้าว ได้เร่งส่งเสริมชาวนาร่วมกลุ่มทำนาข้าวแปลงใหญ่ จากพื้นที่ปลูกทั่วประเทศ 58 ล้านไร่ ในปีนี้ตั้งเป้าเกิดแปลงใหญ่ 30% มั่นใจว่าทำได้ตามเป้าหมายเพราะเกษตรกรมีความสนใจสมัครเข้าโครงการเพิ่มเป็นสองเท่ามาตลอดในสองปีที่ผ่าน ปัจจุบันมี 1,700 แปลง จะคัดมา 20แปลงต้นแบบผลิตข้าวระดับพีเมี่ยมและใช้นวตกรรมสมัยใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการทำนา โดยราคาข้าวขาวปีนี้ 8 พันบาทต่อตัน ในระดับความชื้น 15 % ซึ่งเป็นราคาชาวนาอยู่ได้"นายอนันต์ กล่าว