สัปดาห์นี้ชวนท่านผู้อ่านไปสำรวจกันดู 10 ประเทศที่มีมรดกโลกมากในเวลานี้

ลานบ้านกลางเมือง / บูรพา โชติช่วง

เป็นการปรีวิวก่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 42 ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) จะเริ่มขึ้นในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 4 กรกฏาคม 2561 ที่เมืองมานามา ประเทศบาห์เรน เป็นเจ้าภาพปีนี้
หัวข้อประชุมหลักๆ มีการรับรองรายชื่อสถานที่ที่รัฐภาคี/ประเทศเสนอเข้าสู่บัญชีเบื้องต้น (Tentative Lists) ประกาศรายชื่อสถานที่สำคัญๆ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก (World Heritage List) ทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และแบบผสม (ธรรมชาติและวัฒนธรรม) รวมทั้งพิจารณาสถานที่มรดกโลกที่เสี่ยงอยู่ในภาวะอันตราย (World Heritage In Danger) เพิกถอน (Delisted, ถ้ามี) และเรื่องอื่นๆ เช่น รายงานสถานภาพการอนุรักษ์มรดกโลก การปกป้องคุ้มครองมรดกโลกจากภัยสงคราม ฯลฯ รายละเอียดเบื้องต้นของแต่ละหัวข้อนั้นสามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ whc.unesco.org วาระการประชุม 42nd session of the World Heritage Committee เผยแพร่อยู่ในขณะนี้

นับเป็นเวลา 46 ปี ที่ยูเนสโกได้จัดทำอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ปี พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มีรัฐภาคี/ประเทศที่เข้าร่วมลงนามอนุสัญญามรดกโลกแล้ว 193 แห่ง (15 เม.ย. 2561) มีการเสนอรายชื่อสถานที่สำคัญๆ ที่บรรจุอยู่ในบัญชีเบื้องต้น 1706 แห่ง 177 รัฐภาคี (2560)
มีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกตามสถานที่สำคัญๆ มาจนถึงปี 2560 จำนวน 1073 แห่ง 167 รัฐภาคี แยกเป็นดังนี้ วัฒนธรรม (Cultural) 832 แห่ง ธรรมชาติ (Natural) 206 แห่ง แบบผสม (Mixed) 35 แห่ง ในจำนวนทั้งหมดนี้รวม ข้ามพรมแดน (Transboundary) เพิกถอน (Delisted) และอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย (In Danger)

ทีนี้ไปสำรวจกันดู 10 ประเทศที่มีมรดกโลกมากในเวลานี้ (นับถึงปี 2560) อยู่ที่ใดกันบ้าง โดยข้อมูลอิงจากเว็บไซต์ยูเนสโก นำมาเรียบเรียงอีกทอดนึง เป็นองค์ความรู้สังเขป

ประเทศที่มีมรดกโลกมากที่สุด ได้แก่ อิตาลี 53 แห่ง (วัฒนธรรม 48 ธรรมชาติ 5)

โคลอสเซียม อิตาลี ภาพ: ฐาณุพงศ์ จันวิวัธน์เวช

รองลงมา จีน 52 แห่ง (วัฒนธรรม 36 ธรรมชาติ 12 ผสม 4)

กู้กง พระราชวังต้องห้าม จีน ภาพ: บูรพา โชติช่วง

ตามด้วย สเปน 46 แห่ง (วัฒนธรรม 40 ธรรมชาติ 4 ผสม 2)

โตเลโด เมืองหลวงเก่าสเปน ภาพ: ฐาณุพงศ์ จันวิวัธน์เวช

และไล่ตามลำดับ อีก 7 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส 43 แห่ง (วัฒนธรรม 39 ธรรมชาติ 3 ผสม 1) เยอรมนี 42 แห่ง (วัฒนธรรม 39 ธรรมชาติ 3) อินเดีย 36 แห่ง (วัฒนธรรม 28 ธรรมชาติ 7 ผสม 1) เม็กซิโก 34 แห่ง (วัฒนธรรม 27 ธรรมชาติ 6 ผสม 1) สหราชอาณาจักร 29 แห่ง (วัฒนธรรม 24 ธรรมชาติ 4 ผสม 1) สหพันธรัฐรัสเซีย 28 แห่ง (วัฒนธรรม 17 ธรรมชาติ 11) และสหรัฐอเมริกา 22 แห่ง (วัฒนธรรม 10 ธรรมชาติ 11 ผสม 1)

แน่นอนว่าการที่สถานที่แห่งนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก นอกจากโดดเด่นคุณค่าสากลสะท้อนความภาคภูมิใจของชาติแล้ว ยังมาพร้อมกับผลประโยชน์เม็ดเงินก้อนใหญ่จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย
และแน่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 42 เที่ยวนี้มีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งใหม่ ส่วนจะกี่แห่งนั้นต้องรอการประกาศอย่างทางการ