ไม่รู้ว่ารับประทาน “ดีหมี” หรือ “หัวใจเสือ” เข้าไปหรืออย่างไร ถึงได้ทำให้ “ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์” ออกอาการใจกล้าแบบถึงขั้นบ้าบิ่นกันเช่นนั้น

เมื่อถึงขนาดทายท้าหาญกล้าจะทำศึกกับ “จีนแผ่นดินใหญ่” ฉายา “พญามังกร” พี่เบิ้มใหญ่ในภูมิภาค ที่ใครๆ พากันหวาดหวั่นกันเลยทีเดียว

โดยเป็นคำกล่าวอ้างของคนระดับ “รัฐมนตรี” คือ “นายอลัน ปีเตอร์ กาเยตาโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งมีขึ้นเมื่อกลางสัปดาห์นี้

เนื้อหาใจความก็ระบุว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต พร้อมแล้วที่จะทำสงครามกับจีนแผ่นดินใหญ่ หากจีนแผ่นดินใหญ่ หรือรัฐบาลปักกิ่ง “ล้ำเส้น” หรือ “ข้ามเส้นแดง” จนทำให้ฟิลิปปินส์ หรือรัฐบาลมะนิลาของเขา มิอาจนิ่งเฉยต่อไปได้

“เส้นแดง” ที่ประธานาธิบดีดูเตร์เต ถูกกล่าวอ้างว่าพร้อมจะทำศึกกับจีนแผ่นดินใหญ่นั้นก็คือ พื้นที่พิพาทที่ต่างฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองในทะเลจีนใต้ นั่นเอง อันได้แก่ หมู่เกาะสแปรตลีและพาราเซล นอกจากนี้ ยังมีเกาะใหญ่น้อยและกลุ่มพื้นที่ที่เป็น “สันดอน” หรือ “หินโสโครก” ที่อยู่ในอาณาบริเวณของหมู่เกาะทั้งสอง เช่น สการ์โบโรห์ เป็นต้น ซึ่งพื้นที่พิพาทดังกล่าว ก็มีอีก 4 ชาติ นอกเหนือจากจีนแผ่นดินใหญ่ และฟิลิปปินส์ อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองไว้ด้วยเช่นกัน ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม และไต้หวัน จนพื้นที่ขัดแย้งนี้ถูกยกให้เป็น “พื้นที่อ่อนไหว” หรือเ “เซนซิทีฟ แอเรีย (Sensitive Area)” ที่พร้อมจะปะทุเป็นสงครามใหญ่แห่งหนึ่งของโลกกันเลยทีเดียว

ส่วนแค่ไหนเพียงใดที่ประธานาธิบดีดูเตร์เต หมายถึงว่า “ข้ามเส้นแดง” เข้ามา ที่ทำให้ฟิลิปปินส์ พร้อมทำสงครามกับจีนแผ่นดินใหญ่ หากล้ำเส้นแดงที่ว่านั้นเข้ามา ก็ได้แก่ เส้นแดง 3 เส้น 3 ประการ ที่ประธานาธิบดีดูเตร์ขีดเอาไว้ นั่นคือ

หากจีนแผ่นดินใหญ่ เข้าไปดำเนินการก่อสร้างในบริเวณ “สันดอน” หรือ “หินโสโครก” ที่ชื่อว่า “สการ์โบโรห์”

หากจีนแผ่นดินใหญ่ ย้ายซากเรือรบ “บีอาร์พี เซียร์รา มาดเร” ของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ ออกจากการเกยตื้นบนสันดอน หรือหินโสโครก “เซคันด์ โทมัส” ในหมู่เกาะสแปรตลี

และหากจีนแผ่นดินใหญ่ อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองทรัพยากรทางธรรมชาติในพื้นที่หมู่เกาะพิพาทกับฟิลิปปินส์ ในทะเลจีนใต้แต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่ง “รัฐมนตรีฯ กาเยตาโน” ระบุพื้นที่ด้วยว่า หมายถึงแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติทางทะเลใน “ทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก (West Philippines Sea)”

นอกจากนี้ บรรดาทหารของฟิลิปปนส์ ก็จะต้องไม่ถูกรบกวนโดยจีนแผ่นดินใหญ่ ในปฏิบัติการส่งกำลังบำรุงต่างๆ และการซ่อมแซมรันเวย์ ทางวิ่งของเครื่องบิน บน “เกาะทิตู” ซึ่งเป็นเกาะๆ หนึ่งในหมู่เกาะสแปรตลี

ว่ากันถึง “เกาะทิตู” แห่งนี้ ก็ต้องบอกว่า เป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดที่ฟิลิปปปินส์อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองในหมู่เกาะสแปรตลี ด้วยประการฉะนี้ ทางการมะนิลาของประธานาธิบดีดูเตร์เต ออกมาหาญกล้าอย่างบ้าบิ่นว่าพร้อมทำศึกกับจีนแผ่นดินใหญ่ หากรัฐบาลปักกิ่ง “ล้ำเส้นแดง” เส้นนี้เข้ามา

พลันที่ถ้อยแถลงของ “รัฐมนตรีฯ กาเยตาโน” ที่อ้างว่าเป็นคำกล่าวของประธานาธิบดีดูเตร์เตจบลงไปนั้น ก็เป็นคำถามตามมาถึงที่มาที่ไปอันทำให้อารมณ์และอาการของผู้นำชาวตากาล็อก ต้องแสดงออกทางวาจากันเยี่ยงนั้น

ทั้งนี้ เพราะแต่ก่อนร่อนชะไร นับตั้งแต่นายดูเตร์เต ก้าวเข้าสู่ “ทำเนียบมาลากันยัง” ในฐานะประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เมื่อกลางปี 2559 เป็นต้นมา ก็ต้องบอกว่า มีนโยบาย “โปรจีน” กันอย่างชนิดสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของฟิลิปปินส์กันเลยทีเดียว ที่จากเดิมแต่ไหนแต่ไร ก็มีนโยบาย “โปรสหรัฐอเมริกา” เป็นหลัก แถมยังแสดงอาการเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐฯ ดังปรากฏในศึกวิวาทะกับอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐฯ จนเป็นข่าวครึกโครมกันมาแล้ว

ใช่แต่เท่านั้น ประธานาธิบดีดูเตร์เตเอง ก็เคยถึงขนาดประกาศอย่างติดตลกต่อหน้านายเจ้า เจี้ยนหัว เอกอัครราชทูตจีนประจำฟิลิปปินส์ และบรรดานักธุรกิจของจีนว่า พร้อมให้ฟิลิปปินส์เป็นมณฑลหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่กันเลยทีเดียว ก่อนเออออห่อหมกให้จีนแผ่นดินใหญ่ มาตั้งฐานทัพในทะเลจีนใต้ โดยเขาเห็นว่า ฐานทัพของจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะมาตั้งนั้น เพื่อเตรียมรับมือในการทำสงครามกับสหรัฐฯ มากกว่าข่มขู่ฟิลิปปินส์

ส่วนเรื่องประเด็นข้อพิพาทในหมู่เกาะเจ้าปัญหาของทะเลจีนใต้ ทางประธานาธิบดีดูเตร์เต ก็ได้ยื่นข้อเสนอในลักษณะยินยอมพร้อมใจให้จีนแผ่นดินใหญ่ ร่วมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติกับฟิลิปปินส์ โดยหวังว่าจะให้ได้รับผลประโยชน์ไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย แบบว่า ไม่สนใจว่า ชาติของตนเอง คือ ฟิลิปปินส์ เคยได้รับชัยชนะในการฟ้องร้องศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เมื่อปี 2559 เลยด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์แสดงทรรศนะว่า การดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีดูเตร์เตต่อจีนแผ่นดินใหญ่ในลักษณะเช่นนั้น ดูท่าจะผิดทางไปถนัดใจ เพราะไปๆ มาๆ ถึงเวลาจริงๆ จีนแผ่นดินใหญ่ ก็ต้อง “กินรวบ” หรือ “ฮุบหมด” ตลอดทั่วทั้งทะเลจีนใต้กันนั่นแหละ โดยอาจจะแบ่งผลประโยชน์ให้ฟิลิปปินส์ก็เพียงเล็กน้อย เท่านั้น

ดูเหมือนว่า ทางการมะนิลา ก็เริ่มรู้สึกเลาๆ กับทรรศนะของบรรดานักวิเคราะห์ส่งเสียงเพรียกเตือนไว้ก่อนหน้า เมื่อปรากฏว่า แม้กระทั่งเรือจาก “สำนักงานการประมงและทรัพยากรทางน้ำแห่งชาติฟิลิปปินส์” ซึ่งเป็นเรือกิจการพลเรือนแท้ๆ ก็ยังถูกกองเรือรบของจีนแผ่นดินใหญ่ สกัดกั้นมิให้เข้าไปในพื้นที่เกาะทิตู เกาะที่ได้ชื่อว่า เป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดที่ฟิลิปปินส์อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองบนหมู่เกาะสแปรตลี ในทะเลจีนใต้ เมื่อช่วงขวบปีที่ผ่านมา โดยหลายคนก็เห็นว่า ทางการมะนิลาช้ำใจนักต่อปฏิบัติการของจีนแผ่นดินใหญ่ครั้งกระนั้นมิใช่น้อย แถมมิหนำซ้ำก็ยังมีกระแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนชาวตากาล็อกถึง “อาการหงอ” ของเขาที่มีต่อพญามังกรจีนกันให้ขรม จนมิอาจทำให้ประธานาธิบดีดูเตร์เตนิ่งเฉยต่อไปได้ ต้องออกมาแสดงภาวะผู้นำ สำแดงความกล้าแบบบ้าบิ่นอย่างที่เห็น