สัปดาห์นี้ 'กนก กนธี' พาทุกคนไปเที่ยวประเทศมาเลเซียอีกครั้ง หลังจากรอบที่แล้ว พาทุกคนไปเที่ยวปีนัง เมืองที่เต็มไปด้วยสตรีทอาร์ต อาหารอร่อย และเสน่ห์ของธรรมชาติ บ้านเรือนทั่วเมือง ดังนั้นครั้งนี้จึงขอนำเสนอ อิโปห์ สถานที่เที่ยวเมืองรองของมาเลเซีย ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะคุ้นหูมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ที่แน่ๆ เมืองนี้มีหลากหลายมุมมองให้นักท่องเที่ยวได้ทำความรู้จักจนรู้สึกประทับใจไม่ยากนัก

วิถีสโลว์ไลฟ์แนวคลาสสิค

จากเมืองปีนัง 'กนก กนธี' ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง อิโปห์ เมืองเล็กๆ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเปรัค ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์และปีนัง ในอดีตอิโปห์ได้รับการพัฒนาในการทำเหมืองแร่ดีบุกและมีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก จึงทำให้เห็นสถาปัตยกรรมบ้านเมืองสไตล์โคโลเนียลผสมผสานกับสไตล์จีนดั้งเดิมอยู่เป็นจำนวนมาก

สถานีรถไฟอิโปห์

อย่างไรก็ตามถึงอิโปห์ จะเป็นเมืองเล็กๆ ท่ามกลางภูเขา แต่ที่นี่มีสถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่องที่สวยงามมาก ในสมัยที่มาเลเซียตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ ชาวอังกฤษได้วางระบบรถไฟ ระบบสาธารณูปโภคและวางผังเมืองต่างๆ ให้กับเมืองนี้ เพราะฉะนั้นการเที่ยวในเมืองอิโปห์ทุกคนจะได้เห็นทั้งร้านค้าแบบเก่า และคาเฟ่แบบใหม่มากมาย ซึ่งสิ่งต่างเหล่านี้สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนหลากหลายรุ่นที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

ศาลากลางอิโปห์

ในวันนี้ 'กนก กนธี' เริ่มจุดหมายแรก ที่ สถานีรถไฟอิโปห์ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเป็นจุดถ่ายรูปหลักของเมืองนี้ ต่อมาคือ ศาลากลางอิโปห์ ที่อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟอิโปห์ เป็นสถานที่ราชการที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ถือเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายเก็บเป็นที่ระลึก ห่างออกมาอีกเล็กน้อย คือหอนาฬิกาประจำเมืองอิโปห์ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมัสยิดประจำเมือง (อิโปห์ สเตท มัสยิด) สร้างขึ้นในปี 1909 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่ J.W.W Birch ประชากรชาวอังกฤษคนแรกของรัฐเปรัค สำหรับจุดต่างๆ เหล่าฮิปสเตอร์นิยมมาถ่ายรูปและใช้เป็นจุดนัดพบกลางเมือง

สัมผัสเมืองเก่า-ถนนศิลปะ

และที่พลาดไม่ได้สำหรับการเดินทางมาที่นี่ สิ่งที่เป็นไฮไลท์ซึ่ง 'กนก กนธี' พบเห็น คือ บริเวณเมืองเก่าอิโปห์ และ สตรีท อาร์ต ที่มีบ้านเรือนเก่าแก่ มีร้านอาหารอร่อยๆ และสิ่งที่เจ๋งที่สุดเกี่ยวกับเมืองเก่าที่นี่ คือสตรีทอาร์ตแบบแนวๆ ที่มีอยู่มากมายไม่แพ้ในเมืองปีนัง เพราะเป็นผลงานของ Ernest Zacharevic ศิลปินคนเดียวกันกับที่สร้างงานไว้ที่ปีนังจนโด่งดังไปทั่วโลก

คองคิวไบน์ เลน

หากใครเดินสำรวจไปมาแล้วเกิดอาการเมื่อยล้า ขอแนะนำให้พักขาและหลบร้อนตามคาเฟ่ที่อยู่รอบๆ ย่านนี้ โดยเฉพาะ โอด์ล ทาวน์ ไวท์ คอฟฟี่ ร้านกาแฟชื่อดังของมาเลเซียที่สาขาต้นตำรับอยู่ที่มืองอิโปห์แห่งนี้ แต่ถ้าใครยังไหวและนิยมเดินเล่นตามซอกซอย ขอแนะนำ Concubine Lane คองคิวไบน์ เลน ถนนที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากว่า 120 ปี ย่านนี้มีอาหาร ของฝาก กิ๊ฟช็อป และอีกหลายคาเฟ่ให้แวะชม-ชิม-แช๊ะ เก็บภาพกันสนุก ซอยเล็กๆ ที่มีเอกลักษณ์ถือเป็นย่านที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายตะลอนทัวร์ได้ไม่ยาก

สตรีท อาร์ตเมืองอิโปห์

ชมตำนานปราสาทเคลลี่

ขณะที่ถ้าเดินทางออกไปนอกเมือง 'กนก กนธี' สำหรับ ปราสาทเคลลี่ หรือ Kellie's Castle ถือเป็นจุดที่ห้ามพลาด เนื่องจากปราสาทหลังนี้ใหญ่โตมโหฬาร ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยเป็นที่พักของนายวิลเลียม เคลลี สมิธ เจ้าของไร่ชาวสก็อตแลนด์ ผู้เข้ามาจับธุรกิจเหมืองแร่จนร่ำรวย สำหรับตัวปราสาทได้สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่ในระหว่างที่สร้าง น่าเสียดายที่นายเคลลี่เสียชีวิตลงกระทันหันด้วยโรคปอดบวม ภรรยาและลูกๆ จึงเดินทางกลับประเทศและต้องระงับการสร้าง

ปราสาทเคลลี่

โดยรวมของปราสาทเป็นสถาปัตยกรรมแบบสก็อตติช มัวร์ริช และอินเดีย ขณะที่ดาดฟ้ามีสนามเทนนิส ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งให้ชมเป็นตัวอย่าง มีห้องทานอาหาร รวมถึงมีทางลงไปยังห้องเก็บไวน์ชั้นใต้ดิน ชั้น 2 เป็นห้องนอนของสมาชิกในบ้านทั้งหมด 4 ห้อง ส่วนไฮไลท์จุดไคลแม็กซ์น่าจะอยู่ที่ห้องน้ำ ซึ่งทุกห้องจะมีทางลับลงไปที่ชั้น 1 เพื่อหนีออกไปนอกปราสาทได้ เสมือนเป็นทางออกฉุกเฉินเมื่อมีภัยมา ส่วนตึกที่เป็นหอคอยจะมีปล่องลิฟต์สามารถเดินวนขึ้นไปได้จนถึงดาดฟ้า ระหว่างทางจะเห็นป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังอันตรายเอาเอง เพราะไม่มีราวกันตก แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 100 ปี ก็ยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงสิ่งลึกลับ จนบางคนเรียกกันว่าปราสาทผีสิง เชื่อกันว่าดวงวิญญาณของเจ้าของปราสาทมักจะคอยออกมาเดินตรวจตราภายในปราสาท โดยเฉพาะบริเวณทางเดินชั้น 2 เป็นจุดที่ผู้คนพบเห็นบ่อยที่สุด

แวะชมวัดผจญภัยสวนสนุก

สำหรับ วัดถ้ำเปรัค เป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งของประเทศมาเลเซีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักเดินทางมักมาแวะชม โดยภาพแรกที่สะดุดตาเมื่อมาถึง คือ ภูเขาหินลูกเล็กๆ ที่อยู่ริมทาง มีถ้ำและศาสนสถานในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนอยู่ด้านหน้า ภายในถ้ำมีภาพจิตรกรรมผนังที่วาดโดยจิตรกรชาวจีนฮ่องกง เป็นภาพขนาดใหญ่มาก ซึ่งวัดถ้ำแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีรูปปั้นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ และสำหรับใครที่ยังพอมีแรง ด้านหลังของถ้ำเป็นบันไดทางขึ้นไปสำรวจยอดเขาหิน เมื่อขึ้นไปถึงจะมองเห็นวิวเมืองได้ในระยะไกลๆ ดังนั้นที่นี่ จึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

เมืองอิโปห์

ด้าน สวนสนุก Lost World of Tambun สวนสนุกที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองอิโปห์ ประเทศมาเลเซีย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรต้องมาถ้ามีโอกาสมาเที่ยวอิโปห์ เพราะที่นี่เป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ด้านหน้าสวนสนุกมองเข้าไปจะเห็นภูเขาเป็นแบคกราวด์ มีหมอกควันดูลึกลับ ขอบอกว่ามาที่นี่ถ่ายรูปเพลินมาก เนื่องจากมีสวนน้ำในบรรยากาศป่าเขตร้อนเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถแช่ตัวในน้ำแร่ ฮ็อท สปริง แอนด์ สปา ได้ตามสบาย

ขณะที่จุดเด่นของสวนสนุกแห่งนี้ คือให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศการพักผ่อนที่ Lost World Hot Springs & Spa และตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่ากลางคืนที่ไนท์ พาร์ค พร้อมทั้งมี Luminous Forest แสดงแสงสีในป่าแห่งตำนานเผ่ามลายู ถ้าใครจะไปเที่ยวทั้งทีขอแนะนำให้พักค้างที่โรงแรมของสวนสนุก เพราะที่นี่เปิดให้บริการพร้อมกิจกรรมจัดเต็มตั้งแต่เช้าจรดค่ำระหว่างเวล09.00-23.00 น.

 Lost World of Tambun

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้คือสิ่งดีๆ ที่การท่องเที่ยวมาเลเซีย นำมาแบ่งปันให้นักท่องเที่ยวต่างๆ ในทุกระดับได้รับรู้ เพื่อให้เกิดการเดินทางระหว่างประเทศ โดยในปี 2559 ประเทศมาเลเซียได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวถึง 26.8 ล้านคนคิดเป็นรายได้ 82.1 พันล้านริง กิต ทำให้การท่องเที่ยวของประเทศนี้เป็นอุตสาหกรรมทำเงินใหญ่เป็นลำดับที่ 2 และยังถือเป็นลำดับที่ 6 ของรายได้มวลรวมทีเดียว

สำหรับสัปดาห์หน้า 'กนก กนธี' จะพาทุกคนไปท่องโลกที่ใดนั้นสามารถติดตามหาอ่านได้ในคอลัมน์ สะพายกล้องท่องโลก ของหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ที่เดียวเท่านั้น

กนก กนธี
siamtravel58@gmail.com