ตำรวจ สน.หัวหมาก พา บิ๊กแห้ว อดีตผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทยพร้อมสำนวนไปส่งอัยการคดีที่โดนสมยศ อดีต ผบ.ตร.-นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาท

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ บก.ปอท. พ.ต.อ.ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม หรือ บิ๊กแห้ว อดีตผู้ช่วยโค้ชเยาวชน 12 ปีทีมชาติไทย เดินทางพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. เพื่อปรึกษาด้านคดีกรณีถูกแจ้งความกล่าวหาว่าโพสต์เฟซบุ๊คหมิ่นประมาท

หลังจากนั้นได้เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10 โมงเช้าตนได้เดินทางไปพบพนักงานอัยการ ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 สำนักงานอัยการสูงสุด คดีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.-นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เมื่อ พ.ค.2560

ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยพนักงานอัยการได้นัดให้ตนไปพบเพื่อฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ วันที่ 11 มิ.ย.2561 เวลา 10.00 น.

บิ๊กแห้ว ชัยทรัพย์ กล่าวถึงคดีที่โดนอดีต ผบ.ตร.แจ้งความดำเนินคดีว่า ถ้าตนไปล่วงเกินท่านนายกฯ ฟุตบอล ก็ต้องกราบขอโทษด้วย เพราะตนไม่มีเจตนาที่จะไปล่วงเกินท่านแต่อย่างใด ตนไม่ทราบมาก่อนเลยว่าจะถูกแจ้งความดำเนินคดี มารู้เอาก็ตอนมีหมายเรียกครั้งที่ 2 ของ สน.หัวหมากมาถึง

ตนจึงได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากการที่ตนได้เขียนและโพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวชื่อขัญชี Chaisup tharat Lithtem จำนวน 3 โพสต์ เมื่อเดือน พ.ค.2560

โพสต์แรกเป็นเรื่องที่เพื่อนๆ รุ่นน้องตำรวจตระเวนช่ยแดนสอบถามมาเกี่ยวกับตำรวจหญิงหน้าห้องสมัยท่านเป็น ผบ.ตร.ยิงตัวตาย ตนก็เอาข้อมูลมาจากข่าว นสพ.มาเขียนกระตุ้นไปเพราะเห็นว่าคดีมันเงียบหายไป ซึ่งใครโทร มาคุยหรือเขียนสอบถามอะไรมาเกี่ยวกับเรื่องราวในวงการฟุตบอลไทย และวงการตำรวจ ตนก็จะเขียนบอกเล่าไปตามข้อมูลเป็นการช่วยเหลือสังคม

อีกโพสต์เป็นเรื่องที่กองทะเบียนถูกไฟไหม้เมื่อหลายปีก่อน ตนก็เขียนไปว่าตำรวจมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เขากำลังปฎิรูปตำรวจกันอยู่ อย่างขนส่ง ก็ต้องให้เขาไปแล้วและอีกโพสต์เป็นเรื่อวการซื้อปืนของตำรวจ เราก็เขียนทวงให้ตำรวจที่สั่งซื้อเท่านั้นเอง ไม่ได้มีการไปพาดพิงใคร แค่ถาม ผบ.ตร.ไปว่าเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างไร เป็นการเร่งรัดให้เพื่อนตำรวจ ให้ได้รับความเป็นธรรม บังเอิญน้องๆ เขาไม่มีปากเสียง ส่วนเรามันมีปากเสียง เป็นที่ปรึกษาของสื่อมวลชนด้วยเลยเขียนไป

วันนี้พนักงานสอบสวนนัดตนไปส่งอัยการพร้อมสำนวน ตนก็บอกอัยการว่าที่ตนเขียนเฟซบุ๊คไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนายกสมาคมฟุตบอลเลย ยืนยันว่าไม่มีอะไรเกี่ยวกับสมาคมฟุตบอลเลย มีบ้างที่ทีคนถามมาว่าทำไมฟุตบอลไทยเราถึงแพ้ ตนก็ตอบไป คนเราจะเป็นนายกฯ ฟุตบอลมันต้องใจกว้างบ้าง ตนเขียนลักษณะติชม ไม่ได้เขียนด้วยความโกรธเคือง ไม่ได้รังเกียจอะไรเขา แต่บางครั้งก็รู้สึกน้อยใจที่เขามาด่าตน ตนโดนย้ายตนก็ไม่รู้ว่าท่านทราบ ไม่รู้ว่าโดนกลั่นแกล้งหรือเปล่า ตนไปอยู่ กอ.รมน.ดฃก็โดนย้ายอีก

เมื่อถามว่าคิดจะไปกราบขอขมาหรือไม่ บิ๊กแห้ว ชัยทรัพย์ รีบบอกว่าตนไม่คิดจะไปติดต่อขอพบท่าน คดีนี้ก็ว่ากันไปตาม ก.ม.ถ้าแพ้ก็แพ้ ติดคุกก็สู้กันไป เราพูดในสิ่งที่ไม่มีเจตนาด่าใคร ลงเลือกตั้งสมาคมฟุตบอลก็ผ่านไป ไม่ว่าอะไร สิ่งที่ผมเขียนก็เป็นจริง ฟุตบอลก็ต้องแพ้ แพ้บรูไน ตนเขียนแบบนี้ท่านไปเอาโค้ชอะไรมาก็ไม่รู้ แบบนั้นมันไม่ใช่ พอหลังจากนั้นเอาโค้ขฝรั่งมาตนก็ไม่ได้ตำหนิเลย

ถ้าท่านคิดจะมีอคติกับตนก็ไม่เป็นไร ตนไม่ทะเลาะกับท่านอยู่แล้ว เราเป็นตำรวจด้วยความรัก ท่านเป็นนายเก่าก็จริง โดยเจตนาแล้วไม่เคยคิดจะไปทะเลาะอะไรกับท่าน อะไรที่ผิดพลาดผ่านไปแล้วก็ลืมๆ กันไป ถ้าท่านติดใจผมอยากจะให้ผมไปขอโทษ ที่ไปตำหนิหรือล่วงเกินท่าน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นการล่วงเกินแต่อย่างใดเลย ตนก็จะขอโทษท่านก็ได้ ในใจไม่มีอะไร ลงเลือกตั้งจบแล้วก็จบกันไป ไม่มีอะไรแล้ว ปีหน้าท่านก็จบ ก็ได้เห็นแล้วจากประสบการณ์ฟุตบอลมันต้องเอาคนที่ทำงานเป็นจริงๆ ถ้าท่านไม่รู้หรือคนใกล้ชิดอาจทำให้ท่านเสียหายได้ ตนไม่มีอะไรกับท่าน แต่คนรอบข้างอาจจะให้ข้อมูลผิดๆ ไป

ถ้าผมไปล่วงเกินท่านก็ขอโทษท่านด้วยความสัตย์จริง คดีจะเกิดอะไรขึ้นตนไม่กลัว ตนก็ไม่รู้เป็นอะไร ไปทำอะไรตรงไหรก็โดนไล่ออกตลอด ก็ไม่เป็นไร ตนมาด้วยหัวใจ คดีนี้ที่ สน.หัวหมาก ตนรู้อะไรมาเยอะ มีโอกาสก็จะต้องต่อสู่เพื่อหาความเป็นธรรมให้ได้