วันที่ 23 มิ.ย.65 ชาวบ้านบริเวณชุมชนหน้าปากทางเข้าวัดทดราษฎร์เจริญมณีฤทธิ์ ริมถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ได้ร้องขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องช่วยเข้ามาดูแลและสั่งการให้ทางบริษัทแห่งหนึ่งสัญชาติไต้หวัน หยุดดำเนินการตอกเสาเข็ม เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงผ่านทางสื่อมวลชนว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.65 เป็นต้นมาได้มีบริษัทเอกชนรายนี้ เข้ามาทำการปรับพื้นที่และตอกเสาเข็มก่อสร้างโกดังเก็บสินค้าบนแปลงที่ดินประมาณ 1 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกันกับด้านหลังอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นจำนวน 18 คูหาของชาวบ้าน เนื่องจากหลังบริษัทดังกล่าวได้เข้ามาดำเนินการตอกเสาเข็มเพื่อเตรียมการก่อสร้างโกดังเก็บสินค้ามากว่าครึ่งเดือน ได้ทำให้อาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยูเรียบแนวถนนสาย 304 แตกร้าวไปทั่วเกือบทุกคูหา

โดยนายสันต์ ศรีเจริญ อายุ 69 ปี เจ้าของอาคารพาณิชย์ขนาด 1.5 คูหา ต.คลองนา อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หลังบริษัทของนักลงทุนชาวไต้หวันได้เข้ามาทำการตอกเสาเข็มเพื่อทำการก่อสร้างอาคารลักษณะโดมสูงเพื่อใช้เป็นคลังเก็บสินค้าเมื่อประมาณกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านซึ่งมีติกอาคารพาณิชย์ขนาด 3 ชั้น ซึ่งเป็นแปลงที่ดินติดกันอยู่ที่ด้านหลังจนทำให้ตัวอาคารแตกร้าว ทั้งผนังตึก เสาชานชายคา และกันสาดรวมถึงพื้นของตึกมีแยกไปทั่วทั้งอาคาร 18 คูหา เนื่องจากเป็นการตอกเสาเข็มลึกมากถึง 24 เมตรจนต้องใช้เสาเข็มขนาด 12 เมตรตอกซ้อนกันถึง 2 ต้นต่อ 1 จุดรวม 387 จุด จึงส่งผลทำให้แรงสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็มลึกถึง 2 ชั้นนั้นไปกระทบถึงตัวอาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้เคียงดังกล่าว ทั้งที่ยังเป็นอาคารใหม่ที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จมาได้เพียง 5 ปีเท่านั้น แต่หลังจากชาวบ้านแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบ พร้อมกับทาง อบต.คลองนา ทางผู้ประกอบการกลับบอกว่าจะมาซ่อมแซมให้ด้วยวิธีการยาแนวรอยแตกร้าวให้

ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่พึงพอใจหากจะมาทำในลักษณะลูบหน้าปะจมูกให้ เนื่องจากตัวอาคารเมื่อมีรอยร้าวแล้ว มูลค่าก็จะลดลงเสียหายจากเดิมที่ชาวบ้านซื้อมาในราคา 4-5 ล้านบาทเมื่อ 5 ปีก่อนราคาก็จะตกลง โดยที่ชาวบ้านไม่ได้ห้ามหรือคัดค้านไม่ให้เขาทำการก่อสร้าง แต่อยากให้เขาเลือกใช้เสาเข็มแบบเจาะที่ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่ทาง อบต.คลองนา บอกว่า เขาขออนุญาตก่อสร้างมาอย่างถูกต้องตามแบบจะไปบังคับเขาให้หยุดไม่ได้ นายสันต์ กล่าว

ขณะที่ น.ส.กัญจนานันท์ สื่อสวัสดิ์วณิชย์ อายุ 26 ปี เจ้าของอาคารพาณิชย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.5 ต.คลองนา อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หลังบริษัทต่างชาติรายนี้เข้ามาตอกเสาเข็ม อาคารพาณิชย์ของตนและของมารดารวมทั้งของเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ต่างได้รับผลกระทบมีรอยแตกร้าวไปทั่วทั้งอาคาร ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการสั่นสะเทือนของการเร่งตอกเสาเข็มที่กำลังจะก่อสร้างอาคารโรงงานลักษณะเป็นโกดังโดมเก็บพลาสติกที่ด้านหลังตึก

 

หลังจากเริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นจึงได้ไปแจ้งยังที่ อบต.คลองนา และได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.65 แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ให้ ต่อมาในวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมาทาง อบต.ได้เข้ามาดูอีกครั้งและก็ยังไม่ดำเนินการอะไรให้อีก โดยระบุว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จนมาในวันนี้ทางนายก อบต. พร้อมคณะก็มาอีก ก็ยังบอกว่ากำลังตรวจสอบเหมือนเดิมโดยที่ไม่ได้มีการดำเนินเรื่อง หรือมีความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งย่างใดในการที่จะระงับการตอกเสาเข็มให้แก่ชาวบ้านที่ได้ร้องเรียนไป

รวมทั้งยังไม่มีการเจรจาที่จะหาทางเยียวยาหรือชดเชยอะไรให้ ที่ผ่านมาได้เคยเข้าไปติดต่อแจ้งให้แก่ผู้ที่มาทำการตอกเสาเข็มให้ทราบแล้ว ว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบเมื่อประมาณวันที่ 15 มิ.ย.65 แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ หลังจากนัดให้เขามาดูรอยร้าวแล้ว แต่เขากลับไม่มาตามนัดทั้งที่รับปากไว้ ชาวบ้านจึงได้เข้าไปร้องเรียนยังที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้มีทาง อบต.เข้ามาดู พร้อมกับทางฝ่ายผู้ตอกเสาเข็ม เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา น.ส.กัญจนานันท์ กล่าว

น.ส.สุวรรณ คงโฉลง อายุ 58 ปี อยู่อาคารพาณิชย์ ม.5 ต.คลองนา กล่าวว่า นอกจากตัวตึกจะแตกร้าวแล้ว ตนยังได้รับผลกระทบหนักมากกว่ารายอื่นๆ อีกหลายด้าน เนื่องจากตนเองทำงานในเวลากลางคืนที่จะต้องเตรียมของออกไปขายในตลาดเช้ามืดที่ อ.บางปะกง ตั้งแต่เที่ยงคืน เมื่อขายของจนถึงเช้าและกว่าจะเก็บของแล้วเสร็จ จะเริ่มกลับมาพักผ่อนในเวลาเที่ยงวัน แต่เขามาก่อสร้างตอกเสาเข็มเสียงดังสนั่นจนหลับนอนไม่ได้เลยตั้งแต่ต้นเดือน จึงได้รับผลกระทบอย่างสาหัสมาก โดยการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบต่อชุมชนนี้ ไม่เคยมีการมาสอบถามถึงความเห็น หรือแจ้งให้แก่ประชาชนในพื้นที่ทราบมาก่อนเลย ทั้งที่เป็นโซนพื้นที่สีเขียวเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เคยไปแจ้งถึงความเดือดร้อนต่อทาง อบต.คลองนา 2-3 ครั้งแล้ว แต่ทาง อบต.ได้แต่บอกว่าต้องทำตามขั้นตอน และยังบอกว่าทาง อบต.สั่งระงับการก่อสร้างไม่ได้ เพราะเกรงว่าทางบริษัทที่จะเข้ามาก่อสร้างเสียหาย แต่ทำไมไม่ถามประชาชนบ้างว่า ประชาชนเสียหายหรือไม่ แล้วจะมี อบต.เอาไว้เพื่ออะไรหากประชาชนพึ่งไม่ได้ทั้งที่ อบต.นั้น กินภาษีจากประชาชน จึงทำให้ประชาชนรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจ น.ส.สุวรรณ กล่าว