เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2561 ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวันก่อนปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,750.62 จุด ลดลง 16.24 จุด หรือ 0.92% มูลค่าการซื้อขาย 67,637.70 ล้านบาท โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,761.06 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,747.32 จุด

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงค่อนข้างมาก เนื่องจากตลาดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความวิตกกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากคาดจะปรับขึ้น 3 ครั้ง เปลี่ยนมาเป็นมีโอกาสขึ้นได้ 4 ครั้ง และนักลงทุนก็กลัวว่า Fund Flow จะไหลออกเพิ่มขึ้น ภายหลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(Bond Yield) สหรัฐฯได้ปรับตัวขึ้นสูง

อีกปัจจัยเป็นเรื่องผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่ประกาศออกมาไม่ค่อยดี ยิ่งกลุ่มแบงก์งบฯในไตรมาส 2/61 อาจจะโดนหั่นมาก เนื่องจากมีการยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ ในทางเทคนิคดัชนีฯก็ยังไม่ผ่านแนวสำคัญ 1,780 จุด ก็เลยทำให้มีแรงขายออกมา

อย่างไรก็ดี ตลาดฯยังมีหุ้นในกลุ่มพลังงานช่วยพยุงอยู่จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง ทั้งนี้การที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมองว่าไม่ได้ดีสำหรับประเทศ จะดีแต่เฉพาะกลุ่มพลังงาน ดังนั้นจึงต้องระวังด้วย พร้อมให้ติดตามตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( GDP) ของไทยงวดไตรมาส 1/61 และปัจจัยทางการเมืองที่ยังต้องติดตาม ส่วนปัจจัยจากต่างประเทศให้ติดตามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (17 พ.ค.) นายถนอมศักดิ์ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะปรับตัวลงต่อ โดยมีแนวรับ 1,744-1,740 จุด หากดัชนีฯลงมาทดสอบแถวนี้แล้วก็น่าจะเด้งทางเทคนิคได้ ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,759-1,765 จุด