ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

หลักการสำคัญและมีคุณค่าและความหมายมากที่สุดสำหรับมนุษย์ คือ “การรู้และเข้าใจตนเอง” ที่คนเราโดยทั่วไป มักจะละเลย , ทำให้เรา ทำอะไร ผิดพลาด หรือ ทำได้ไม่ดี ไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุเป้าหมาย และไม่ค่อยจะมีใครบอกหรือสอนว่า “เรื่องนี้สำคัญที่สุด ที่เราจะต้องรับรู้” คนที่ประสบความสำเร็จ จะเข้าใจในเรื่องนี้ดี หรือ อาจจะมาศึกษาทำความเข้าใจ หลังจากผิดพลาดล้มเหลว

มาในช่วงหลังในชีวิตที่เหลือของ “ปู่จิ๊บ“ เมื่อเผชิญกับ ปัญหาใหญ่ที่ทำมาทั้งชีวิต และยังไม่บรรลุ และเวลาเหลือน้อยลง เมื่อเวลาผ่านไป และทำให้เรามีอายุมากขึ้น เลยวัยเกษียณ มาแล้วหลายปี

1.ผู้รู้บอกว่า มันคือปัญหาประชาธิปไตยไทย ที่เริ่มตั้งแต่ ปี 2475 แต่วันนี้เรายังไม่เคยมีจริงๆ เลย ที่ประชาชนหวังว่า จะเป็นตัวแก้ปัญหา “ความทุกข์ ” ของประชาชนไทย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต อันเกิดจาก“ความเหลื่อมล้ำไม่เสมอภาคเป็นธรรม “ ระหว่าง “ คนส่วนน้อยที่มีอำนาจ และคนส่วนใหญ่ที่ขาด

2.แต่นักปราชญ์ ที่มองลึกไปกว่านั้น มองว่า เหตุปัจจัยสำคัญ เพราะ “คนไทยไม่มีคุณภาพ” อันเกิดจาก ไม่เข้าใจตนเอง และไม่รู้ถึงหลักความจริง ที่จะพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพ เป็น Active Citizen เพราะมีคุณภาพ จะนำมาซึ่ง “ ความเป็นอิสระ รู้คิดทำด้วยตนเอง ด้วยความรับผิดชอบต่อตนเองและบ้านเมือง” จะทำให้ประชาชนมีพลัง มีอำนาจในการ ตรวจสอบ ถ่วงดุล เลือกสรรและปลด ผู้บริหารที่ไม่ชอบธรรมได้ และจักมีการปฏิรุประบบและโครงสร้างให้สังคมเป็นธรรม จากการมีความเสมอภาคและสิทธิเท่าเทียมกัน

วันนี้ จะนำทุกท่าน มาทำความรู้จัก ที่มาของ “ มนุษย์ “ ให้รู้ว่า “ เราเป็นใคร มาอย่างไร และจะไปอย่างไร “หนังสือเรื่อง Sapiens: A Brief History of Humankind ที่เขียนโดย Yuval Noah Harrari เป็นหนังสือที่เปิดให้เรารับรู้ เรื่องความเป็นมาของมนุษยชาติได้อย่างดียิ่ง ผม ได้มาพบว่า หลานชายคนเก่งได้สรุปเป็น Series ใน Anontawong’s Musings จึงขออนุญาต นำมา เรียบเรียง ให้กระชับขึ้น เพื่อนำเสนอให้ผู้อ่าน ได้เข้าใจ ตัวเอง Homo Sapiens และขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ ด้วย

ตอนที่ 1 กำเนิด Homo Sapiens เกริ่นนำ 100,000 ปีที่แล้ว มีมนุษย์อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ถึง 6 เผ่าพันธุ์ ในวันนี้มีมนุษย์เพียงเผ่าพันธุ์เดียว Homo Sapiens (Homo = Man, Sapien = Wise, Homo Sapien = Wise Man = ผู้มีปัญญา) อะไรที่ทำให้เผ่าพันธุ์ที่เคยได้แต่เก็บผลหมากรากไม้และล่าสัตว์เพื่อยังชีพ กลายมาเป็นผู้ครองโลกทั้งใบได้?

การถือกำเนิดของศาสตร์ต่างๆ Physics เกิดขึ้นเมื่อ 13,000 ล้านปีที่แล้ว ตอนที่บิ๊กแบงได้ให้กำเนิดจักรวาล Chemistry เกิดขึ้นหลังจากบิ๊กแบงประมาณสามแสนปี เมื่อสสารเริ่มจับตัวเป็นอะตอมและโมเลกุล Biology 3,800 ล้านปีที่แล้ว เมื่อโลกเริ่มมีสิ่งมีชีวิต (organisms) History 70,000 ปีที่แล้ว เมื่อ Homo Sapiens เริ่มออกเดินทางไปทั่วโลก สร้างวัฒนธรรมต่างๆ ขึ้นมา

กำเนิดตระกูล Homo
1.ต่างกันที่สมอง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตระกูลอื่นๆ ที่มีน้ำหนัก 60 กิโลกรัมนั้น จะมีขนาดสมอง 200 cc
ต้นตระกูล Homo จะมีสมองขนาด 600 cc ส่วนพวกเราชาว Homo Sapiens มีขนาดสมองถึง 1200-1400 cc
2.สองขาสองมือ เมื่อเราเริ่มต้นเดินสองขา (ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Homo) เราก็เริ่มใช้มือทำสิ่งที่สัตว์อื่นๆ ทำไม่ได้
3.ต่างกันที่ไฟ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Homo ได้ไต่เต้าขึ้นมาในห่วงโซ่อาหาร ก็คือทักษะในการจุดไฟได้เอง

2 สิ่งที่ทำให้เราครองโลก การปฏิวัติสำคัญของมนุษยชาติ (Homo Sapiens) 70,000 ปีก่อน – Cognitive Revolution การปฏิวัติด้านกระบวนการคิด 12,000 ปีก่อน – Agricultural Revolution การปฏิวัติเกษตรกรรม 500 ปีก่อน – Scientific Revolution การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 200 ปีก่อน – Industrial Revolution การปฏิวัติอุตสาหกรรม สิ่งหนึ่งที่ Cognitive Revolution มอบให้ ก็คือความสามารถในการใช้ ภาษาของมนุษย์ ความสามารถในการสื่อสารเรื่องที่แต่งขึ้นเอง (fiction) หรือความจริงสมมติ (imagined reality) คือคุณลักษณะพิเศษที่สุด คือ เชื่อร่วมกันใน common myths ( ตำนาน เทพเจ้า ศาสนา เงินตรา)

3.ยุคแห่งการล่าสัตว์เก็บพืชผล รวมกันเราอยู่ เป็นสภาพของสังคมของมนุษย์ในช่วงเริ่มต้น ที่ทำให้เราอยู่ได้ ช่วยกันทำงานทำหน้าที่

4.การหลอกลวงครั้งยิ่งใหญ่ ชีวิตในยุคเกษตร ได้ทำให้จำนวนประชากรของ Sapiens ( รวมทั้งสัตว์ อาหาร สิ่งของ) เพิ่มขึ้นหลายเท่าทวีคูณ ซึ่งเป็น “ความสำเร็จ” ในเชิงวิวัฒนาการ

5.คุกที่มองไม่เห็น การปกครองคนนับหมื่นนับแสนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้นำจึงจำเป็นต้องสร้าง “Myth” หรือเรื่องเล่า โดยผู้นำยุคแรกๆ ที่เป็นกษัตริย์นั้นมักจะอ้างว่าตนเองเป็นตัวแทนของเทพเจ้าที่ถูกส่งมาดูแลราชอาณาจักรแห่งนี้พระเจ้า Hammurabi ซึ่งปกครองนครบาบิโลนเมื่อปี 1776 ก่อนคริสตกาล ได้บัญญัติกฎที่ชื่อว่า Code of Hammurabi ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลก โดยกฎหมายนี้ แบ่งคน เป็น 3 ระดับ คือคนชั้นสูง (superior) สามัญชน (commoners) และทาส (slaves) Imagined Order นี่มันเป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์จินตนาการขึ้นมา ที่มาควบคุมความคิดและตัวเรา ก็คือ “คุก” มี 3 เหตุผลที่พวกเราไม่เคยมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของมัน
1. กฎระเบียบในจินตนาการนี้สะท้อนออกมาสู่โลกความเป็นจริง
2. กฎระเบียบในจินตนาการนี้เป็นตัวกำหนดความต้องการของเรา
3. ระเบียบในจินตนาการนี้เป็นอัตวิสัยร่วม สิ่งต่างๆในโลก แบ่ง 3จำพวก คือภววิสัย (objective) อัตวิสัย (subjective) อัตวิสัยร่วม (inter-subjective)

6.กำเนิดภาษาเขียน คนมากขึ้น เมืองสังคมใหญ่ขึ้น สิ่งของเครื่องใช้ ไร่นาสวน มีปริมาณมากขึ้น เป็นเหตุต้องมีตัวบอก คือ ภาษา แต่ก็มีการพัฒนา ซึ่งกว่าจะสมบูรณ์ ก็ใช้เวลาอีกมาก 2500 ปี ก่อนคริศตกาล ชาวอียิปต์ก็เริ่มมีภาษาที่สมบูรณ์ที่เรียกว่า hieroglyphics และประเทศจีนจะมีภาษาสมบูรณ์ใช้ ก็ราว 1200 ปีก่อนคริสตกาล มีการพัฒนาไปใช้เป็นภาษาราชการ และพัฒนาก้าวหน้าขึ้น จากการคิด คณิตศาสตร์ ( ตัวเลข )

7. ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทางวรรณ ผิวสี ทางเพศ เกิดขึ้นหลังจาก มีการแบ่งงาน การปกครอง ฯลฯ มีหลายทฤษฎี ความเชื่อ ที่ถูกนำมาอธิบาย รวมทั้งความล้าหลัง แต่ในยุคนี้ ความเสมอภาคมีมากขึ้น แต่ยังไม่หมดไป เพราะ “ ความเสมอภาค จะได้มาเพราะการต่อสู้” ทำไมอินเดียถึงมีแบ่งชั้นวรรณะ? อเมริกาคนผิวขาวถึงเหยียดคนผิวดำ? ผู้ชายเป็นใหญ่กว่าผู้หญิงในทุกสังคม?

8. โลกที่ถูกหลอมรวม แรงขับเคลื่อนทั้งสาม โลกค่อยๆ หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร? ในช่วง 3000 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดระเบียบสากล (Universal Order) 3 อย่างที่ผลักดันให้คนทั้งโลกเชื่อมโยงกัน
1.ระเบียบสากลทางเศรษฐศาสตร์ นั่นคือ เงินตรา (monetary order)
2.ระเบียบสากลทางการเมือง นั่นคือ จักรวรรดิ (imperial order)
3.ระเบียบสากลทางจิตวิญญาณ นั่นคือศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม พ่อค้า นักรบ และ ศาสดา คือบุคคลสามกลุ่มที่มีวิสัยทัศน์และมองเห็นโลกทั้งโลกนี้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ พ่อค้ามองว่าคนทั้งโลกเป็นดังตลาดใหญ่ที่พร้อมจะซื้อสินค้าของเขา นักรบมองว่าแผ่นดินทุกแห่งคืออาณาจักรและคนทุกคนเป็นอาณาประชาราษฎร์ ศาสดามองว่าโลกทั้งโลกล้วนมีความจริงเพียงหนึ่งเดียว และทุกคนพร้อมเป็นผู้เลื่อมใสศรัทธา

9. มนตราของเงินตรา สังคมขนาดเล็กก็คือ ยังไม่เกิดสิ่งที่เรียกว่า specialization หรือความชำนาญทางด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ เงินจึงไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นเพียง “เรื่องสมมติ” ที่ทุกคนยึดถือร่วมกันเท่านั้น “สิ่งปลูกสร้างในจินตนาการมนุษย์” (psychological construct in our collective imagination) ที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นเป็นพื้นฐาน เงินที่ใช้กันอยู่ในแต่ละประเทศและในโลก มีมูลจริง ประมาณ 10 % เงินยังมีส่วนในการกัดกร่อน “คุณค่าความเป็นมนุษย์” อีกด้วย

10. จักรวรรดิ จักรรรดิ (Empires) ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างโลกาภิวัฒน์ในเชิงสังคมและการเมือง จักรวรรดิจะมีคุณลักษณะ 2 ข้อด้วยกัน 1. ปกครองผู้คนหลายเชื้อชาติ (rule over a significant number of distinct peoples) 2. มีอาณาเขตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพราะพร้อมจะกลืนกินบ้านอื่นเมืองอื่น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานหรืออัตลักษณ์ไป จักรวรรดิหนึ่งจะล่มสลายนั้นมักไม่ได้เกิดจากการลุกฮือขึ้นของประชาชนที่ทนต่อการกดขี่ไม่ได้ (เพราะกลุ่มกบฎเหล่านี้ปราบปรามได้ง่ายมาก) แต่มักจะเกิดจากการทะเลาะกันเองในหมู่ผู้ปกครอง หรือการรุกรานจากจักรวรรดิอื่น