วิโรจน์ ฉิมมี แห่ง“บ้านไร่ ไออรุณ”
ชีวิตที่ออกแบบได้ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ (1)

“การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมีพอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐาน มั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจชั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น 20 ธันวาคม 2516

“พรุ่งนี้ สิ้นเดือน นั่งทำบัญชี เตรียมจ่ายเงินให้ทุกคนที่บ้านไร่ ลุงบุญ กำลังรอนำเงินไปซื้อข้าวสาร น้าเพ็ญ ดีใจที่จะมีบ้านหลังเเรกจากเงินเก็บออมเงินแต่ละเดือน ดาว ก็ได้ซ่อมรถมอเตอร์ไซต์คันเก่า เอาไว้รับส่งให้ลูกได้ไปโรงเรียน ป้าสาวกำลังจะหมดหนี้ ฯลฯ ไม่ใช่เเค่นี้ เเต่ทุก ๆคน ฝากความหวังเเละชีวิตไว้กับเรา จากพนักงานออฟฟิต คนหนึ่ง มีเงินเดือนหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ในวันนั้น ที่ใช้เงินเเทบไม่พอ เดือนชนเดือน เเถมมีหนี้บัตรเครดิต ฯ อย่าถามว่าได้ให้พ่อกับเเม่เท่าไหร่ เเค่ลำพังที่เลี้ยงตัวเองยังเเทบไม่ได้เลย กับการลาออกครั้งสุดท้าย เเละ 4 ปีที่มีความหมาย ถึงเเม้ว่า เเต่ละเดือนในตอนนี้ เงินที่ได้มาเเล้วจ่ายออกไปนั้น มันเเทบจะเกลี้ยงบัญชี บางที เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท เเต่ทำไมมันกลับต่างกัน รู้สึกอิ่มเอมใจ มีความสุข ที่ได้ให้เเละจ่ายไป อย่างบอกไม่ถูก จะดีเเค่ไหน ถ้างานที่เรากำลังทำอยู่นั้น มันสามารถสร้างคุณค่า มอบโอกาส เเละเติมเต็มส่วนที่ขาดให้กับชีวิตของคนอื่นได้ เเละวันนี้ ผมก็เข้าใจในความหมายของมันเเล้วครับ” 

ข้อความที่ถูกถ่ายทอดลงบนเฟสบุ๊คที่ชื่อว่าWirod Chimmee หรือ “เบสท์”เจ้าของเฟสบุ๊ค

วิโรจน์ ฉิมมี เป็นเจ้าของ“บ้านไร่ ไออรุณ” ฟาร์มสเตย์ จ.ระนอง บอกวันนี้ดำเนินชีวิตที่ออกแบบได้ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรมาเป็นหลักในการออกแบบ บนวิถีของความพอเพียง ที่ต้องมั่นคงในหลักคุณธรรมจริยธรรมนั่นคือความไม่โลภ มีความเพียร อดทน รู้จักอดออม มีความเมตตาด้วยความรักความสามัคคี การรู้จักให้รู้จักแบ่งปันเสียสละ ช่วยเหลือเกื้อกูลมาใช้ในการดำเนินชีวิตและวางแผน บ้านไร่ ไออรุณ และการดำเนินชีวิตของเขาเอง

เบสท์ได้รับเลือกจากโครงการ “พอแล้วดี THE CREATOR” รุ่นที่ 1 ให้เป็น 1 ใน 13 “คนต้นแบบ” ในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่มีความเชื่อและดำเนินธุรกิจให้สำเร็จด้วยหลักคิด “พอเพียง+สร้างสรรค์” ด้วยการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ มาเป็นเครื่องมือพัฒนาธุรกิจในท้องถิ่นควบคู่ไปกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก่อให้เกิดกระบวนการคิดและการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม

“ผมเป็นศิษย์เก่าจากสาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สำเร็จการศึกษาปีการศึกษา 2552 “มีความฝันอยากออกแบบบ้านได้ด้วยตัวเอง” จึงเลือกสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ที่ภาพรวมแล้วได้สอดแทรกการสอนและกิจกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงฯที่สามารถนำเอาความรู้ประสบการณ์จากกิจกรรมไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็ที่น้อมนำเอามาใช้นำทางดำเนินชีวิตทุกวันนี้ ผมสำเร็จการศึกษาด้วยเกรดนิยมอันดับที่ 1 เพราะตอนเป็นนักศึกษาก็ยึดหลัก​ “ขยัน สร้างสรรค์ ตรงต่อเวลา คิดและลงมือทำ ต่อยอดจากจินตนาการ ลงสู่แผ่นกระดาษ และต้องนำไปสร้างจริงให้ได้”แล้วก็ได้ผลจริงในการใช้ชีวิตแบบจริงๆในสังคม”

เบสท์ เล่าว่า หลังเรียนจบมาทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน 4 ปี เงินเก็บแทบไม่มีเลย ขนาดว่าเราก็ใช้ชีวิตอย่างประหยัดทุกทาง ประทังชีวิตคนเดียวไปวันๆเดือนๆ ขณะที่พ่อแม่แก่ลงทุกวันเกื้อกูลท่านไม่ได้มากมายเลย จึงตัดสินใจลาออกจากงาน กลับมาอยู่บ้านเกิด ตั้งใจต้องทำตามความฝันให้เป็นจริง วันแรกที่กลับมาถึง เห็นบ้านทั้งเก่าและโทรมมาก ใช้เงินที่มีอยู่ 2 หมื่นบาท/เป็นเงินเดือนเดือนสุดท้ายลงมือทำตั้งแต่ปรับปรุงบ้าน เอาพื้นที่ที่มีอยู่มาสร้างเกษตรเดินตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงฯมั่นคงหนักแน่น พักหนึ่งเริ่มมีรายได้ซึ่งบางส่วนก็มาจากในสวน, จากการนำผักไปขายบ้าง, ทำสินค้าเกษตรอื่นๆที่ทำได้ขายบ้าง ได้เงินมาเท่าไหร่ก็นำมาทำบ้านทั้งหมด ปรับปรุงทำไปเรื่อยๆ ตามกำลังที่มี โชคดีที่พ่อกับแม่ สนับสนุน ลงมือช่วยทำทุกอย่าง จนบ้านเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ มีความสุขเพราะอย่างน้อยก็ได้ดูแลคุณพ่อคุณแม่ใกล้ชิด

ชลธิชา ศรีอุบล กองปชส. มทร.ธัญบุรี -ข้อมูล