มทร.อีสานตามรอยพระบรมราโชวาท
สืบสานพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“...คุณธรรมข้อหนึ่งที่ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์ในจิตใจของคนไทยก็คือการให้ การให้นี้ไม่ว่าจะให้สิ่งใดแก่ผู้ใด โดยสถานใดก็ตามเป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญระหว่างบุคคลกับบุคคลและให้สังคมมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยสามัคคีธรรม...” ความตอนหนึ่งแห่งพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรพระราชทานเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม 2545 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระปณิธานในการสานต่องานจิตอาสาในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร) ในนามผู้บริหารและสถาบันการศึกษาอุดมศึกษากล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้น้อมนำหลักคุณธรรมการดำเนินชีวิตคือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริข้อหนึ่งคือความร่วมแรงร่วมใจกันด้วยอาสาเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งด้วยความขยัน สามัคคี อดทน เสียสละรวมทั้งเพื่อเป็นการสนองพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงตั้งพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชดำรัสพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพระราชทานราโชบายด้านการศึกษาผ่านองคมนตรี ใจความตอนหนึ่งว่า“...ให้แนะนำมหาวิทยาลัยราชภัฏ ให้ทำงานให้เข้าเป้าในการยกระดับการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่นในท้องที่ตน...” งานเพื่อส่วนรวมพัฒนาสังคมและท้องถิ่นให้เจริญงอกงาม คืองานจิตอาสาเป็นงานที่เสียสละ อาศัยความร่วมมือในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เป็นการร่วมมือกันพัฒนาสาธารณะประโยชน์ พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างประโยชน์สุขให้เกิดขึ้นในสังคมทั้องถิ่น เช่น การช่วยกันดูแลรักษาสาธารณะสมบัติส่วนรวม การช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมพัฒนาอาชีพในท้องถิ่นด้วยความรู้วิชาการเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตของท้องถิ่น ที่นำไปสู่การมีรายได้เสริมนำสู่การมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง การร่วมกันทำนุบำรุงศาสนาสถาน วัดวาอาราม สถานศึกษา การทำความสะอาดถนนหนทาง การร่วมสอดส่องดูแลสถานที่ท่องเที่ยวในด้านความปลอดภัย ความสะอาด การเก็บขยะตามลำคลอง

“มทร.อีสาน มีนโยบายด้านการผลิตบัณฑิต ให้เป็น “บัณฑิตนักปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบ” เน้นย้ำปลูกหล่อหลอมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อเป็นคนดีของสังคม เฉพาะอย่างยิ่งให้ตระหนักถึงการรู้จักให้คือความเสียสละโดยต้องมีคุณลักษณะคือจะต้องมีความรู้ทางเทคโนโลยี (Technology Literacy), มีทักษะการติดต่อสื่อสาร (Elective Communication), .มีความร่วมมือร่วมใจกับส่วนรวม (Collaboration ), มีคุณธรรมจริยธรรม (Ethics Morality), มีความรับผิดชอบ (Corporate Social Responsibility) และ มีทักษะวิชาชีพ (Professional Skill) นโยบายการพัฒนาบัณฑิตดังกล่าว ด้วยเพราะการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแนวพระราชดำริให้เกิดสำนึกในด้านการให้ ดังพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติให้ประจักษ์แก่ปวงชนชาวไทยเนืองนิตย์เพื่อประโยชน์สุขแก่ราษฎร อาทิเช่น ทรงมอบถุงยังชีพพระราชทาน เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเมื่อประชาชนได้รับความยากลำบาก การส่งหน่วยแพทย์พระราชทานเพื่อรักษาความเจ็บป่วยแก่ผู้ยากไร้ ด้วยทรงมีความห่วงใยประชาชนคนไทยในทุกด้าน”

รองอธิการบดีมทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร กล่าวย้ำว่าจึงพยายามปลูกฝังสำนึกจิตอาสาคือการให้แก่นักศึกษาทุกชั้นปี รวมถึงบุคลากรของมหาวิทยาลัยด้วย สำหรับนักศึกษาก็เพื่อให้เป็นบัณฑิตที่เป็นคนดีมีความเก่งด้านวิชาการ เชี่ยวชาญเทคโนโลยีตามนโยบายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน “บัณฑิตนักปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบ”สืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงสนองพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรที่ทรงหวังให้มรภ.ทั้ง 38 แห่งผลิตบัณฑิตที่เป็นคนดีมีทัศนคติที่ดีต่อสังคม และเนื่องจากวิทยาเขตสกลนครมีความตระหนักว่านักศึกษาเหล่านี้คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า เมื่อเวลาผ่านไปบางคนอาจเป็นผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่ต้องทำงานเพื่อประชาชน หรือรับราชการ แต่มนุษย์จะมีแต่ความเก่งกาจและเชี่ยวชาญด้านวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นจะต้องมีจิตอาสาผนวกเข้าไปด้วย ซึ่งงานจิตอาสาเหล่านี้ จะทำให้เขาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ หรือเรียกว่า “บัณฑิตนักปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบสายพันธุ์ใหม่”

“มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร พยายามสร้างสรรค์กิจกรรมจิตอาสาทุกครั้งที่มีโอกาส ดังเช่นที่ผ่านมาสำหรับโครงการ มทร.อีสาน จิตอาสาเพื่อชุมชน ในวันที่ 21 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ในการจัดกิจกรรมจิตอาสาภายใต้โครงการ “โครงการจิตอาสามหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน” ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในการช่วยเหลือสังคม โดยทุกมหาวิทยาลัยจะดำเนินกิจกรรมจิตอาสาพร้อมกัน ช่วงระยะเวลาเดียวกัน (วันที่ 21 เมษายน 2561 ) โดยยึดพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ตามแนวทางอุดมศึกษา ในส่วนของมทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อชุมชน โดยมีการมอบหมายภารกิจจิตอาสาให้กับนักศึกษาตามความถนัดและความสมัครใจ เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 จิตอาสาเก็บขยะ กวาดเศษใบไม้ทำความสะอาดริมถนน เส้นทางลานพญาสัตตนาคราช อ.เมือง จ.นครพนม และ กลุ่มที่ 2 จิตอาสาพัฒนาภูมิทัศน์ ถางป่า กำจัดวัชพืชบริเวณรอบน้ำตกแม่อูน อ.พังโคน จ.สกลนคร โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาจิตอาสาเข้าร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียงกัน”

ผศ.ดร.โฆษิต กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดการทรงครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสกับประชาชนชาวไทยนานัปการ ที่ล้วนเป็นแนวทางหลักการดำเนินชีวิตเพื่อให้คนไทยทุกคนประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมและยังทรงเป็นแบบอย่างที่ดีกับคนไทยในทุกด้าน ดังพระบรมราชโชวาทพระราชทานความว่า

“การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่ว ซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่ และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจ และเพียรพยายามให้สุดกำลังในการสร้างเสริมและสะสมความดี” พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525

วารุณี กิตติสุทธิ์ ปชส. มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร/ข้อมูล