วันที่ 22 พฤษภาคม นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นในส่วนของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาแล้ว ก็ยังเป็นวันครบรอบ 8 ปีรัฐประหาร 2557 ซึ่งก็น่าสนใจที่วาทกรรมในเรื่องของรัฐประหารกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง วันนี้สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ พาไปพูดคุยกับ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย เพื่อพูดคุยถึงปรากฏการณ์นี้ที่เกิดขึ้น ผ่านรัฐประหารมาแล้ว 8 ปี ทำไมหลายฝ่ายยังต้องออกมาเตือนให้ระวังรัฐประหารกันอีกมันมีปัจจัยที่เปิดโอกาสหรือว่ามีการไปท้าทายอะไรของกองทัพหรือว่าเป็นแค่กระแสการสร้างกระแสขึ้นมาในช่วงที่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งหลังเลือกตั้งจะยังมีอยู่หรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ :คือผมคิดว่าปัจจัยสำคัญที่สุดนะครับก็คือภาวะการณ์ของการเป็นหอคอยคู่ที่มีหนึ่งในหอคอยคือทหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาทหารผู้ใหญ่พวก ผบ.พวก พลเอก อะไรทั้งหลายนะครับ ที่ติดมาตั้งแต่สมัย 2475ที่ร่วมกันก่อการในการนำมาซึ่งการล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยมันไม่เคยหายไปไหนเพราะว่าจริงๆแล้วคนที่เป็นหัวหน้าคณะราษฎร 4 ท่าน ทหารทั้ง 4 ท่าน และบรรดาท่านทั้งหลายที่อยู่ในคณะราษฎร์รวมถึงบรรดาพลเรือนในภายหลังก็แย่งอำนาจกัน เป็นลักษณะเหมือนการแย่งอำนาจกันของทหารกับพลเรือนหรือที่กลายมาเป็นนักการเมืองทุกวันนี้นั่นคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ยังไม่หายไปไหน ทหารยังคงโหยหาต้องบอกว่าทหารชั้นผู้ใหญ่ถึงวันหนึ่งยังคงโหยหายังคงอยากที่จะเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองยังคงอยากที่จะเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินยังทำตัวเป็นตำรวจการเมืองการปกครองนะครับไม่ใช่ตำรวจดูแลสาระทุกข์สุขดิบของราษฎรแบบขจัดโจรผู้ร้ายภัยพิบัติต่างๆ แต่เป็นตำรวจการเมืองการปกครองก็คืออ้างเอาว่าเมื่อการเมืองการปกครองไม่ดีฉันต้องทำเองเพราะว่าฉันทำได้ดีที่สุดนี่คือปัจจัยประการสำคัญที่สุดที่ยังไม่หายไปไหน ปัจจัยประการที่สองก็คือว่าความรู้สึกที่ผมเข้าใจว่าจำนวนมากรู้สึกเองว่าการมีประชาธิปไตยโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีนักการเมืองที่ท้าทายพระราชอำนาจ เป็นภัยคุกคามสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจริงๆถ้าเราดูจาก 2475 นะครับ มันไม่จริงเลย 2475 กลจักรสำคัญที่เปลี่ยนแปลงและไปก้าวล่วงโดยเฉพาะนี้ไปช่วงชิงพระราชอำนาจคือทหารทหารผู้ใหญ่เป็นหลักเลยเพราะฉะนั้นคนที่มีอาวุธคนที่ถืออาวุธมีโอกาสทำได้สูงมากความเข้าใจประการนี้อาจจะมีส่วนจริงอยู่บ้างแต่ไม่จริงทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวการณ์ปัจจุบันประชาชนเป็นส่วนสำคัญการที่ทหารยังคิดว่าการที่ตัวเองเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินคือการธำรงรักษาไว้ซึ่งชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ไม่จริงมันอาจจะเป็นการทำลายที่ซ้ำไปแต่เขายังคิดอยู่ไงเขายังคิดอยู่มันเลยทำให้ปัจจัยประการที่สองนี้ทำให้เชื่อว่าปฏิวัติไม่หายไปไหน ประการที่ 3 ก็คือความเย้ายวนของอำนาจทางการเมืองเมื่อใดเขาเสพรับเมื่อได้เข้าไปใช้อำนาจนั้นแล้วมันเสพติดมันรู้สึกว่ามันต้องอยู่ต่อมันคิดว่าถ้าเกิดตัวเองอยู่แล้วจะได้นู่นได้นี่ได้นั่นมีผลประโยชน์และสามารถที่จะยึดโยงผลประโยชน์ต่อไปได้นี่คือประการที่ 3 ประการสุดท้ายก็คือ ความรู้สึกว่าถ้าหากว่าฟากฝั่งที่อ้างเอาถึงความเป็นประชาธิปไตยอ้างเอาเสียงพี่น้องประชาชนเข้ามาปู่ยี่ปู้ยำบ้านเมืองซึ่งก็มีจริงนะครับถ้าเขาเหล่านั้นมาทหารจะลำบากทหารเดือดร้อนบ้านเมืองจะก้าวไปได้คิดเอาเองว่าตัวเองจะสามารถจัดการอะไรได้ดีกว่า เพราะฉะนั้น 4 ปัจจัยนี้มันจะทำให้ปฏิวัติรัฐประหารไม่หายไปจากประเทศไทยมันเป็นสิ่งที่ว่าเวลาเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่คนก็จะรู้สึกว่ามันปฏิวัติวัติรัฐประหารกันแน่ มันจะปฏิวัติรัฐประหารกันแน่อย่างที่เรียนครับว่าบรรดาสี่ปัจจัยเหล่านั้นนี้อาจจะปนปนกันระหว่างความเป็นนามธรรมความเป็นรูปธรรมแต่สิ่งที่จะเกิดเป็นรูปธรรมชัดเจนนะครับในการเลือกตั้งปี 2566 ที่จะเกิดมีขึ้นถ้าเกิดพรรคเพื่อไทยเกิดได้คะแนนเกินร้อยละห้าสิบขึ้นไปคือแลนด์สไลด์นิยามของประเทศไทยนะเพราะว่าแลนด์สไลด์นิยามของโลกเขาส่วนใหญ่ไม่ต้องหกสิบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เขาจึงกล้าเรียกว่าแลนด์สไลด์ห้าร้อยห้าสิบมันก็แค่เกินเสียงข้างมากมากึ่งหนึ่งนั่นยังไม่ถึงขนาดแลนด์สไลด์สไลด์มันต้องมากถึงขนาดว่าเอาไม่อยู่เลยไหลปรื้ดเลยพักเดียวสามารถมีการจัดตั้งรัฐบาล ตั้งรัฐบาลได้แบบจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวเลยหรือไม่ ใช่ครับแต่ด้วยระบบนี้ระบบเลือกตั้งใหม่คือระบบคู่ขนานมีโอกาสนะครับแค่เกินร้อยละห้าสิบเนี่ยก็จำนวน สส.ก็อาจจะแรงสไลด์ได้แล้วเพราะว่าระบบมันเป็นระบบที่ตัวเลขถูกบิดเบือนทำให้ตัวเลขมากขึ้นกว่าที่มันควรจะเป็นตามคะแนนนิยมที่พี่น้องประชาชนให้นะแต่ว่าอันนี้มันเป็นรูปธรรมก็คือว่าถ้าพรรคเพื่อไทยชนะพรรคกาวไกลไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยที่จัดตั้งรัฐบาลแต่ปรากฎว่า สว.ขวาง พรรคอีกจำนวนหนึ่งเช่นพลังประชารัฐหรือประชาธิปัตย์จะไปร่วมด้วยหรือเปล่าไม่รู้ขวางอันนี้เกิดเรื่องแน่มันจะทำให้เลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้และท้ายที่สุดทหาร ก็คงจะบอกว่าบ้านเมืองไม่สงบไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้รัฐบาลเป็ดง่อยเป็นรัฐบาลรักษาการด้วยสภาไม่สามารถทำหน้าที่ทหารเข้ามาปฏิวัติแล้วก็เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเองอีกเนี่ยจะเป็นปัจจัยที่เป็นรูปธรรมมาก ที่เป็นคนละปัจจัยสี่ปัจจัยที่ผมพูดไปซึ่งมันจะเกิดแล้วคนก็เกรงสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นก็คือว่าทุกวันนี้ที่เขาออกมาแสดงความวิตกกังวลกันก็ไม่ใช่เรื่องที่คิดกันมากเกินกับสถานการณ์ที่มันน่าจะเป็นไปได้ใช่ไหมอาจารย์ รศ.ดร.เจษฎ์ :ไม่คิดมากเกินนะครับสำหรับการปฏิวัติรัฐประหารกับประเทศไทยนะครับถ้าใครสักคนคิดมากเนี่ยนะไม่มีใครคิดมากเกินเลยมันเกินบ่อยครั้งเอาทั้งที่มันเกิดแล้วสัมฤทธิ์ผลและเกิดและไม่สัมฤทธิ์ผลนะครับปฏิวัติรัฐประหารแล้วเข้ายึดอำนาจได้บริหารราชการแผ่นดินได้และปฏิวัติรัฐประหารไม่สำเร็จมีเยอะแยะมากแล้วใครๆก็ยังถามถึงประชาชนจำนวนหนึ่งก็ชอบครับทหารนะครับอย่างที่บอกทหารชั้นผู้ใหญ่จำนวนมากก็ไม่เคยที่จะสลัดละทิ้งการปฏิวัติประหารเพราะฉะนั้นมันไม่หายไปไหนครับ ในเมื่อรัฐประหาร 2557 อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่นี้คือถ้าจะให้วัดผลสำเร็จของการที่ผู้นำรัฐประหารยังคงปกครองบ้านเมืองมาจนถึง 8 ปี แม้จะเปลี่ยนสถานะว่ามาจากการเลือกตั้งแล้วก็ตาม ถือว่ารัฐประหาร 2557 เขาเรียกว่าไม่เสียของหรือว่าสะเด็ดน้ำหรือไม่สำหรับในมุมของนักปกครองหรือว่ามุมของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ รศ.ดร.เจษฎ์ :คือในมุมของนายทหารชั้นผู้ใหญ่โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ก่อการท่านอาจจะรู้สึกว่าท่านสัมฤทธิ์ผลท่านทำสำเร็จนะครับไปว่ารัฐประหารปี 2549 ด้วยซ้ำไปว่าเค้าเสียของนะครับ ผมคิดอย่างนี้ครับเหมือนที่หลายๆท่านพูดผมเห็นด้วยว่าถ้ารัฐประหารปี 2549 เสียของนะครับ แต่รัฐประหารปี 2557 เป็นของเสีย ไม่ได้ดีไปกว่าเขาเลยนะครับแล้วผมเองผมพูดตั้งแต่ตอนปี 2557 22 พฤษภาคมแล้ว ที่ลุกขึ้นมาแล้วบอกว่า 2549 เสียของเขาต้องทำให้เสียของผมก็ระวังเถอะจะเสียของยิ่งกว่าเขา แต่ว่าผมเชื่ออย่างที่หลายคนพูดเลยว่ารัฐประหาร ปี 2549 เสียของแต่รัฐบาลปี 2557 ของเสีย เพราะฉะนั้นบรรดาทหารชั้นผู้ใหญ่หรือบรรดาผู้ก่อการจะเชื่อยังไงก็แล้วแต่ของมันเสียครับบ้านเมืองไม่เคยแตกแยกกันถึงขนาดนี้บรรดาคนรุ่นใหม่ไม่เคยลุกขึ้นมาจาบจ้วงล่วงเกินด่าทอว่ากล่าวสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระมหากษัตริย์องค์พระมหากษัตริย์มากมายถึงขนาดนี้ท่านทั้งหลายนั่นแหละที่ทำให้มันเกิดขึ้น ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดปัญหาแม้กระทั่งการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงโควิดซึ่งจริงท่านอาจจะรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนในช่วงแรกได้จำนวนมากแต่ท่านไม่สามารถชั่งตวงถ่วงวัดแล้วก็สร้างสมดุลระหว่างการรักษาชีวิตของพี่น้องประชาชนกับภาวการณ์เศรษฐกิจได้แล้วรูปธรรมความเป็นจริงก็แสดงให้เห็นชัดครับว่าแต่ละครั้งที่มันเกิดการระบาดใหญ่ระบาดหนักมันเกิดเพราะว่าคนไม่เชื่อกฎหมายไม่ใช่ประชาชนทั่วไปทั้งนั้นเลยและท่านจัดการกับสิ่งเหล่านี้ยังไงสิ่งเหล่านั้นคือทำให้เกิดการระบาดแต่ท่านบริหารราชการแผ่นดินด้วยการปิดโน่นปิดนี่ปิดทุกอย่างทำให้ราษฎรทำมาหากินไม่ได้และท่านก็ยังบริหารราชการแผ่นดินสร้างความแตกแยกหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งทำให้ประชาธิปไตยไม่ประชาธิปไตยไปเอา สว.มาเลือกนายกรัฐมนตรีซึ่งโลกนี้ทั้งโลกใครเขาไม่ทำกัน แล้วไปพูดกันเสมือนหนึ่งว่าเป็นเรื่องที่ดีงามเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นเรื่องที่เปลี่ยนผ่าน เพราะฉะนั้นทั้งหมดเหล่านี้นะครับมันเห็นชัดเลยว่าท่านทำของเสียท่านทำบ้านเมืองเสียหายมากเลยและรัฐประหารสำหรับผม ตั้งแต่ 2557 เป็นต้นมาไม่เคยที่ทำให้เกิดอะไรดีงามเลย สร้างปัญหากับประเทศไทยด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็นประชาธิปไตยไทยต้องดีกว่านี้ความมั่นคงสถาพรพัฒนาการของบ้านเมืองดีกว่านี้ครับ ถ้าอย่างนั้นฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐประหารที่อาจารย์เกริ่นมาในข้างต้นแล้วว่าถ้าสมมุติว่าเขาได้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังจะต้องไปอาจจะต้องไปติดปัญหาว่าจะเกิดเดดล็อกอะไรอีกแล้วที่นี้คือฝั่งของฝ่ายที่ตรงข้ามกับฝั่งรัฐประหารไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล เขาจะต้องปรับตัวหรือว่าสร้างกลยุทธ์อะไรในการที่จะเข้าสู่อำนาจในการบริหารประเทศเพราะว่ายังต้องติดกับดักสว.อย่างที่อาจารย์บอก รศ.ดร.เจษฎ์ :คือผมคิดว่าฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยก็ติดกับดักติดกับดักประชาธิปไตยของตนเองไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ควรจะเป็นมันเป็นประชาธิปไตยในความคิดของเขาและประชาธิปไตยความอยากของเขาเขาอยากให้เป็นแบบที่เค้าต้องการเขามีความคิดของเขาประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนี้ซึ่งมันไม่ใช่แบบนี้แบบนี้มันเป็นชาธิปไตยของเขาไม่ใช่เป็นประชาธิปไตยประเทศไทยถ้าเขาออกจากกับดักนี้ของตัวเองได้มองภาพความเป็นจริงของประเทศไทยที่มันมีความแตกต่างของพี่น้องประชาชนพี่น้องประชาชนจำนวนมากยังอยากให้มีปฏิวัติรัฐประหารแต่ไม่มีเรื่องดีหรอกต้องทำให้พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้เห็นว่าประชาธิปไตยมันนำพาความมั่นคงมาสู่กองทัพมันไม่ไปล่วงล้ำก้ำเกินสถาบันพระมหากษัตริย์มันไม่ได้กดขี่กดทับทำให้บรรดาพี่น้องทหารพี่น้องตำรวจทั้งหลายทำงานไม่ได้โดยเฉพาะบรรดาทหารทั้งหลายจะไม่ได้ถูกประชาธิปไตยไปฉีกทึ้งดึงแล้วก็กดจนกระทั่งหมดทางที่จะดูแลบ้านเมืองไม่จริงต้องแสดงให้เห็นสิ่งนี้ แล้วท่านจึงจะก้าวออกจากกับดักออกมาได้ว่านี่มันคือการพัฒนาการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่แท้จริงอันที่ 2 ที่จะต้องทำก็คือว่าท่านยังคงนำเสนอการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์มันผิดฝาผิดตัวถ้าเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่ใช่การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ครับถ้าเราอยู่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ท่านจะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อันนี้ใช่แต่เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขท่านต้องปฏิรูปประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขครับปฏิรูปตัวประชาธิปไตยไม่ได้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขถ้าท่านเข้าใจเรื่องนี้และนำเสนอได้ไม่ใช่การจาบจ้วงล่วงเกินไม่ใช่การลบหลู่ดูหมิ่นไม่ใช่เรื่องสิทธิและเสรีภาพท่านจะพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในลักษณะไหนลักษณะหนึ่งลักษณะใดได้หรือไม่ได้ มันคือเรื่องการปฏิรูประบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี่คือสิ่งที่ 2 ที่ต้องทำ สิ่งที่ 3 คือท่านต้องให้พี่น้องประชาชนเห็นครับว่าการทุจริตโกงกินการฉ้อราษฎร์บังหลวงการคอร์รัปชั่นทั้งหลายที่มันเป็นข้อกล่าวหาที่ ทหารใช้ในการปฏิวัติรัฐประหารและประชาชนใช้ในการเอาทหารออกจากหน้าที่ออกจากตำแหน่งมันต้องถูกขจัดมันต้องถูกทำลายมันต้องมีการจัดการให้มันได้ผลอย่างแท้จริงมันจะต้องลดน้อยถอยลงจนกระทั่งแทบจะเรียกได้ว่าสิ้นไปท่านต้องมีพันธสัญญานี้กับพี่น้องประชาชนแล้วท่านก็ต้องมีสัญญาประชาคมกับพี่น้องประชาชนว่าถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งท่านบริหารราชการแผ่นดินได้ไม่ดีได้ไม่เป็นที่ต้องใจของพี่น้องประชาชนท่านจะต้องปลดล็อกให้พี่น้องประชาชนได้เลือกตั้งใหม่เหมือนบรรดานานาอารยประเทศและประเทศเสรีประชาธิปไตยที่เขาทำได้ เอาแค่ในเอเชียเกาหลีญี่ปุ่นนั่นคือสิ่งที่ 3 ที่ต้องทำ สิ่งที่ 4 คือท่านต้องชี้ให้เห็นปัญหาไม่ใช่ความคิดของท่านแต่ในสภาวะความจริงของประเทศไทยว่าการเอา สว.มาเลือกนายกแบบนี้การปล่อยให้รัฐธรรมนูญแบบที่เขียนภายใต้ร่มธงของ คสช.มีปัญหาอะไร การไม่มีตัวแทนพี่น้องประชาชนและการไม่ได้ยกร่างธรรมนูญที่มันเป็นหลักฐานอย่างแท้จริงที่มันควรจะเป็นตามหลักรัฐธรรมนูญนิยมมันเกิดปัญหาอะไรไม่ใช่ว่าท่านคิด แต่ท่านต้องมีสิ่งที่ยืนยันแล้วก็ไม่ได้เป็นแค่มาจากประเทศใดประเทศหนึ่งจะบอกมาจากฝรั่งเศสเท่านั้นไม่ได้จากอเมริกาเท่านี้ไม่ได้มันต้องเป็นสิ่งที่ศึกษามาอย่างรอบด้านและนำเสนอพี่น้องประชาชน ถ้าท่านทำสิ่งเหล่านี้ได้นะครับมันจะลดทอนกำลังของฝั่งที่อ้างเอารัฐประหารว่าเพื่อความสงบของบ้านเมืองมันจะลดทอนกำลังไวมากเลยแล้วท่านจะมีโอกาสในการที่จะตั้งรัฐบาลต้องทำดีจริงนะไม่ได้เข้ามาแล้วก็มาทึ้งมาดึงมาหาผลประโยชน์นะครับอันนั้นพออยู่กันได้ สามารถติดตามข่าวสารผ่านสยามรัฐได้ทาง เว็บไซต์:https://siamrath.co.th เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/SiamrathOnline ทวิตเตอร์:https://twitter.com/siamrath_online อินสตาแกรม:https://www.instagram.com/siamrathonline บล็อกดิต:https://www.blockdit.com/Siamrath ยูทูป:https://www.youtube.com/Siamrathaz ติ๊กต็อก:https://www.tiktok.com/@siamrathonline #siamrath #siamrathonline