การลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคเพื่อไทย หาเสียงในการชิงชัยสนามเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ลูกสาว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงเข้าโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ก่อนถึงวันเลือกตั้งการเมืองสนามเล็ก ในวันที่ 22 พ.ค.65นี้ ต้องยอมรับว่าไม่เพียงแต่จะเป็น จังหวะ ที่ทำให้ คู่แข่ง ต้องพากันจับตามอง การเมืองกทม. ในมือของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการสานต่อ เป้าหมายใหญ่ นั่นคือการทำให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ในสนามใหญ่ เป็นหลัก
พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครลงสู้ศึกในการเลือกตั้งส.ก. ด้วยความคึกคัก มีการแต่งตั้ง พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ที่ว่ากันว่าเคาะมาจาก เจ้าของพรรคให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการคุมการเลือกตั้งส.ก. แต่พรรคกลับไม่ส่ง ผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ตัวใหญ่ คือ ผู้ว่าฯกทม.

ทั้งที่การชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. นั้นถือเป็นศึกศักดิ์ศรีและยังเป็นการจุดชี้ขาดการเมืองสนามกทม. ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองมีส.ส.กทม. ในมืออยู่9 ที่นั่ง

ยิ่งทำให้เกิดคำถามและข้อสังเกตที่ยากต่อการปฏิเสธว่า แท้จริงแล้วแม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรค แต่เมื่อมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และชัชชาติ ยังเคยเป็น แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ถูกครหาว่านี่คือการ ฮั้ว กันเองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับชัชชาติ หรือไม่

การออกมา ขยายแผล จากฝ่ายตรงข้ามอดีตนายกฯทักษิณ โดยฝ่ายการเมืองด้วยการพุ่งเป้าโจมตีในจุดเปราะบาง ความเชื่อมโยงระหว่างพรรคเพื่อไทยกับชัชชาติ นั้นน่าสนใจว่า เมื่อใกล้วันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. มากเท่าใด เรื่องนี้จะถูกเขย่ามากขึ้นเท่านั้น

ล่าสุด สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) ออกมาระบุในรายการ คุยกับลุง EP 28 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.65 ตอนหนึ่งว่า ผมเห็นผู้สมัครหลายคน ทั้งเปิดเผย และ ไม่เปิดเผย มีความสัมพันธ์มีความใกล้ชิด เคยได้ประโยชน์จากระบอบทักษิณ ผมไม่อยากให้คนเหล่านี้มาเป็นผู้ว่าฯกทม.เพื่อที่จะสร้างรากฐานทางการเมือง ไว้รองรับการกลับมาของระบอบทักษิณผมกลัวเรื่องนี้ และไม่อยากเห็น

แม้สุเทพ จะไม่ระบุตรงไปตรงมาว่าหมายถึงใคร แต่อย่าลืมว่าในบรรดาผู้สมัครทั้งที่สังกัดพรรคและในนามอิสระ ตัวชัชชาติ คือเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุด จากความเชื่อมโยงที่ผูกกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมาถึงพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ดี สถานการณ์วันนี้ของพรรคเพื่อไทย ย่อมสัมพันธ์กับชัยชนะของชัชชาติ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นในแง่บวกหรือลบก็ตามที แต่ที่เหนือไปกว่านั้นการพุ่งเป้า กระแทกชัชชาติ ในการเมืองสนามเล็ก ยังเป็นการมองข้ามช็อตเพื่อหวังสกัด ชัยชนะแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย ในวันข้างหน้าในคราวเดียวกัน !