ณรงค์ ใจหาญ

ในปัจจุบันการส่งหรือใช้ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปๆ ทำให้คนที่อยู่ห่างโดยระยะทางหรือในต่างประเทศสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงความเป็นไปที่เกิดขึ้นในโลกนี้ได้อย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ การนำข้อมูลต่างๆ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เป็นการเผยแพร่ข้อเท็จจริง ความรู้ และข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนได้รับรู้ได้ อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ในทางตรงกันข้าม การนำเข้าข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ให้แก่สาธารณะ หากเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้นในเวลาอันรวดเร็ว และมีผลอย่างกว้างขวางทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการแก้ไขปรับปรุงความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในเรื่องดังกล่าวโดย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 แก้ไขมาตรา 14 และมาตรา 16 เพื่อปราบปรามการส่งข้อมูลเท็จ หลอกลวง ลามก หรือการส่งภาพตัดต่อในประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ดังนี้

ความผิดที่เกี่ยวกับการส่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หลอกลวง ลามก กำหนดไว้ในมาตรา 14 (1) (2) และ (4) ดังนี้

1. ข้อมูลหลอกลวง ตาม มาตรา 14 (1) เป็นการนำข้อมูลเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจไม่ต้องเป็นระบบที่เผยแพร่ต่อสาธารณะก็ได้ ที่บิดเบือนต่อความเป็นจริง หรือปลอมทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ โดยมีลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา โดยมีองค์ประกอบภายใน สำหรับความผิดในอนุมาตรานี้คือ ทำโดยทุจริต หมายถึง เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือ โดยหลอกลวง คือ รู้ว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงแต่เพื่อหลอกลวงประชาชนโดยทั่วๆ ไป เช่นนำเสนอข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับผลเสียหายของผลิตภัณฑ์บางชนิดที่เป็นอันตรายแก่สุขภาพประชาชน แต่ความจริงยังไม่มีผลการวิจัยหรือศึกษาเลย แต่ผู้นำข้อมูลมาเผยแพร่เป็นคนทำข้อมูลนั้นมาเอง หรือนำเสนอข้อมูลว่ามีการแพร่กระจายของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยและมีคนตายไปแล้ว ๕๐๐ คน ทั้งๆ ที่ มีคนตายไปเพียงคนเดียว เป็นต้น

ความผิดอันเป็นข้อมูลอันหลอกลวง จึงมีความแตกต่างจากความผิดฐานหมิ่นประมาทในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 หรือ มาตรา 328 เพราะความผิดตามมาตรา 14 (1) ไม่จำเป็นต้องเป็นการใส่ความ

ให้ผู้อื่นเสียหาย แต่เป็นข้อมูลที่อาจทำให้ประชาชนเสียหายได้ อันเป็นการคุ้มครองมิให้คนทั่วไปรับรู้ข้อมูลที่ผิดพลาดจากการนำข้อมูลเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดหรือทำให้เกิดความตื่นตระหนกได้ และความผิดในมาตรา 14 นี้ เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นการทำให้เกิดความเสียหายแก่คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้กระทำต่อประชาชนเช่น ส่งให้แก่คนใดคนหนึ่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เป็นความผิดอันยอมความได้ และมีโทษจำคุก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

2.ข้อมูลเท็จ ตามมาตรา 14 (2) นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน โดยเจตนา ซึ่งในความผิดตามอนุมาตรานี้ เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นความเท็จ ซึ่งผู้กระทำต้องรู้ว่าเป็นความเท็จ และเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับกำลังพลของทหาร หรือที่ตั้งของค่าย ป้อมของทหาร เป็นต้น หรือข้อมูลที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เช่น สภาวะเงินเฟ้อ ที่ผิดจากความเป็นจริง หรือเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของประชาชนเช่น เขื่อนร้าว ที่อาจทำให้ประชาชนตื่นกลัวจากภัยน้ำท่วม เป็นต้น

3.ข้อมูลลามก และเป็นข้อมูลที่ประชาชนเข้าถึงได้ กรณีนี้เกิดขึ้นมาก คือการส่งภาพลามกอนาจาร ภาพโป๊ เปลือย ไปให้เวปไซด์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการเผยแพร่ภาพลามกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 ด้วย แต่สำหรับการกระทำความผิดตามมาตรา 14 (4) นี้กำหนดความผิดเพียงแต่การนำเข้าก็ผิดแล้ว โดยไม่ต้องพิจารณาว่าต้องเผยแพร่ให้แก่ประชาชนหรือไม่ เพราะเพียงนำเข้าในระบบคอมพิวเตอร์และเป็นระบบที่คนสามารถเข้าถึงได้ก็ผิดตามมาตรานี้แล้ว

โทษตามข้อ 2 และ ข้อ 3 มีอัตราเดียวกับ ข้อ 1 นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดความผิดกับบุคคลที่เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นความผิดตามมาตรา 14 โดยเจตนา คือรู้ว่าเป็นข้อมูลที่บิดเบือน หรือเป็นเท็จ แล้วยังส่งต่อไปอีก ก็เป็นความผิดและระวางโทษเช่นเดียวกัน จึงต้องระวังที่จะส่งต่อหรือแชร์ข้อมูลใน Social media ด้วย
4. ภาพตัดต่อ ที่นำเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนอาจเข้าถึงได้ ถ้าเป็นภาพของผู้อื่น และมีลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง หรือทำให้เกิดความอับอาย ไม่ว่าเป็นภาพของคนมีชีวิตอยู่ หรือภาพของคนที่เสียชีวิตแล้ว แต่น่าจะทำให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง จะมีความผิดตามมาตรา 16 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นความผิดอันยอมความได้

ภาพตัดต่อดังกล่าวอาจเป็นภาพเปลือยของคนอื่น แต่มาตัดต่อกับใบหน้าของดาราผู้มีชื่อเสียง แล้วนำเข้าในระบบ Social media หรือภาพตัดต่อของนักการเมืองที่มีชื่อเสียง เพื่อทำให้เห็นว่ามีการทุจริต ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นต้น

ความจริงการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวเทียบได้กับความผิดตามมาตรา 328 และมาตรา 329 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่สำหรับมาตรา 16 นี้ อัตราโทษปรับเท่ากัน แต่โทษจำคุกสูงกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กฎหมายให้ความคุ้มครองการตัดต่อภาพที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงแก่ผู้อื่นหรือผู้ตาย ในทาง Social media ว่ามีความเสียหายที่มากกว่าด้วย